รีเซต

6 สารอาหารที่จำเป็นต่อการลดน้ำหนัก ช่วยในกระบวนการเผาผลาญ ลดอาการอ่อนเพลีย

6 สารอาหารที่จำเป็นต่อการลดน้ำหนัก ช่วยในกระบวนการเผาผลาญ ลดอาการอ่อนเพลีย
BeauMonde
26 มิถุนายน 2565 ( 15:35 )
391

     หลายคนที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักแล้วรู้สึกไม่มีแรง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือบางทีก็รู้สึกเหนื่อยล้าจนขาดกำลังใจในการลดน้ำหนัก ในความเป็นจริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจจะไม่ได้เกิดจากเราไม่มีความตั้งใจมากเพียงพอ แต่อาจจะเกิดจากการที่ร่างกายขาดสารอาหารบางชนิดที่สำคัญไปก็ได้ค่ะ

     สารอาหารหลักที่สำคัญต่อการช่วยลดน้ำหนักนั่นก็คือโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ซึ่งร่างกายเราต้องการในปริมาณมาก แต่นอกจากสารอาหารหลักเหล่านี้แล้ว ร่างกายของเราก็ยังต้องการสารอาหารรองอื่น ๆ เพื่อใช้ในระบบต่าง ๆ ในร่างกาย หากร่างกายเราขาดสารอาหารที่สำคัญเหล่านี้ไป ระบบต่าง ๆ และการทำงานในร่างกายก็จะไม่ปกติ ซึ่งจะส่งผลไปถึงการลดน้ำหนักและสุขภาพโดยรวมของเราค่ะ ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำสารอาหารที่หลาย ๆ คนมักจะขาดไป และสารอาหารเหล่านี้ก็มีความจำเป็นต่อการลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก รวมถึงเราก็จะแนะนำอาหารที่เราควรกินให้มากขึ้นเพื่อให้ได้สารอาหารที่จำเป็นครบทุกชนิดค่ะ

 

 

6 สารอาหารที่จำเป็นต่อการลดน้ำหนัก

 

1. แคลเซียม 

 

 

     แคลเซียมเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ร่างกายมักจะขาดกันง่ายมากที่สุดโดยเฉพาะผู้หญิงค่ะ ซึ่งแคลเซียมก็มีความสำคัญอย่างมากต่อกระดูกของเรา สำหรับปริมาณแคลเซียมที่แนะนำให้รับจะอยู่ที่วันละประมาณ 1000 มิลลิกรัมสำหรับผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 50 ปี และสำหรับผู้หญิงที่อายุมากกว่า 50 ปี ควรจะต้องรับแคลเซียมที่ปริมาณ 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน อาหารแคลเซียมสูงที่แนะนำนั่นก็คือ กรีกโยเกิร์ต ถั่วต่าง ๆ เต้าหู้ถั่วเหลือง บล็อกโคลี่ ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูกและกุ้งแห้ง เป็นต้น

 

2. วิตามินดี

 

 

     วิตามินดีมีส่วนสำคัญมากในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย รวมถึงยังมีความเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของกระดูกด้วยค่ะ เราควรได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอทุกวัน ซึ่งปริมาณของวิตามินดีที่แนะนำสำหรับคนทั่วไปที่อายุไม่เกิน 70 ปี ควรได้รับวิตามินดีวันละ 600 IU (15 ไมโครกรัม) แต่ถ้าหากเราได้รับวิตามินดีน้อยเกินไปปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อาจตามมาได้ เช่น การดูดซึมแคลเซียมในทางเดินอาหารลดลง มวลกระดูกลดลง เสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน และเสี่ยงต่อโรคเบาหวานประเภทที่ 2 อีกด้วยค่ะ ดังนั้นจึงแนะนำให้กินอาหารที่มีวิตามินดีสูง โดยเฉพาะปลาแซลมอน นม เห็ด เครื่องในสัตว์และไข่แดง เป็นต้น

 

3. กรดโฟลิก

 

 

     กรดโฟลิกมีอีกชื่อว่าโฟเลตหรือว่าวิตามินบี 9 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวิตามินบีที่จำเป็นต่อร่างกายค่ะ เพราะมีส่วนสำคัญในการทำงานของเซลล์ในระดับ DNA เลย มีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์เลือดและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคโลหิตจางด้วย หากเราได้รับกรดโฟลิกน้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้มีผมหงอกก่อนวัยเยอะขึ้น ผมบาง อ่อนเพลียตลอดเวลา ผิวซีดและสุขภาพไม่แข็งแรง ดังนั้นเราจึงควรกินอาหารที่มีกรดโฟลิคสูง เช่น ผักโขม ตับ อะโวคาโดและพริกหยวกค่ะ

 

4. วิตามินบี 12 

 

 

     วิตามินบี 12 ถือว่าเป็นวิตามินบีที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง รวมถึงยังมีส่วนช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารและการทำงานของสมองด้วยค่ะ ถ้าร่างกายเราขาดวิตามินบี 12 เราก็อาจจะมีความเครียดได้ง่ายรวมถึงมีมากขึ้น หมดกำลังใจ เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรงและอาจจะรู้สึกชาตามปลายมือปลายเท้าด้วย อาหารที่มีวิตามินบี 12 สูงที่เราแนะนำให้กนก็คือ เนื้อสัตว์ติดมันน้อย ปลาแซลมอน ตับสัตว์ และเห็ดต่าง ๆ 

 

5. ไอโอดีน

 

 

     ปริมาณไอโอดีนที่เราควรได้รับ จะอยู่ที่ประมาณ 150 ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งไอโอดีนมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำงานของต่อมไทรอยด์ค่ะ ฮอร์โมนไทรอยด์มีส่วนสำคัญมากในการทำงานของระบบเมตาบอลิซึมหรือว่าอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ถ้าร่างกายเราได้รับไอโอดีนน้อยเกินไป เราก็อาจจะรู้สึกเหนื่อยง่าย น้ำหนักขึ้น รู้สึกหนาวได้ง่ายและทำให่ผมร่วง ผมบางลงค่ะ หากใครที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำเกินไป เราก็จะรู้สึกอ่อนเพลียและน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ และถ้าหากฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป เราก็อาจจะผอมจนถึงขั้นอันตรายได้เลย ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายได้รับไอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอ ก็แนะนำให้กินอาหารที่มีไอโอดีนสูง เช่น ไข่ต้มทั้งฟอง โยเกิร์ต สาหร่ายทะเล อาหารทะเลและเกลือไอโอดีนค่ะ

 

6. ธาตุเหล็ก

 

 

     ในช่วงระหว่างที่มีรอบเดือน ร่างกายของผู้หญิงจะต้องการธาตุเหล็กในปริมาณสูงเพื่อนำมาสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง การที่ร่างกายได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอทุกวันจึงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ค่ะ กลับกันหากร่างกายขาดธาตุเหล็ก ก็จะทำให้เราเสี่ยงเป็นโรคได้โดยเฉพาะโรคโลหิตจาง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หายใจไม่ทั่วท้องและมีอาการเวียนหัวหน้ามืด สำหรับอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงที่เราควรกินก็คือ ถั่วแดง เครื่องในสัตว์ เทมเป้ ข้าวโอ๊ตและข้าวกล้องค่ะ

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง