เช็กก่อนสาย! วิธีสังเกตอาการ รับมือ วัยทองก่อนกำหนด ของผู้หญิงวัย Perimenopause
วันนี้เราจะพาสาวๆ มาเจาะลึกเรื่องสุขภาพภายในของผู้หญิง วิธีสังเกตอาการสัญญาณเตือน วัยทองก่อนกำหนด และแนวทางการเตรียมตัวรับมืออย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณยังคงความอ่อนเยาว์และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวค่ะ
เคยรู้สึกไหมคะว่าอยู่ๆ ร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงแปลกๆ เช่น ประจำเดือนที่เคยมาตรงเป๊ะเริ่มมาขาดๆ หายๆ นอนไม่ค่อยหลับ อารมณ์แปรปรวนง่ายอย่างไม่มีสาเหตุ หรือบางทีก็ร้อนวูบวาบขึ้นมาเฉยๆ ทั้งที่แอร์ก็น้องๆ ขั้วโลกเหนือ! อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเราคิดไปเองนะคะ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังก้าวเข้าสู่ วัย Perimenopause หรือร้ายไปกว่านั้นคือภาวะ "วัยทองก่อนกำหนด" ที่ผู้หญิงยุคใหม่กำลังเผชิญมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
ทำไมถึงเกิด วัยทองก่อนกำหนด
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับคำว่า Perimenopause (ระยะก่อนหมดประจำเดือน) กันก่อนค่ะ ร่างกายของผู้หญิงตามปกติจะเริ่มเข้าสู่ระยะนี้ในช่วงอายุ 40-45 ปีขึ้นไป โดยรังไข่จะเริ่มผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเริ่มเสียสมดุล ซึ่งระยะนี้อาจยาวนานได้ตั้งแต่ 4-10 ปีเลยทีเดียวค่ะ
แต่ความน่ากลัวในปัจจุบันคือ ภาวะรังไข่เสื่อมก่อนกำหนด (Premature Ovarian Insufficiency) หรือภาวะ วัยทองก่อนกำหนด ซึ่งพบในผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น
ความเครียดสะสมจากการทำงานหนัก การพักผ่อนไม่เพียงพอ
พฤติกรรมการกินอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง ซึ่งกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย
ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน พันธุกรรม หรือเคยผ่านการผ่าตัดรังไข่/การทำเคมีบำบัด
มลภาวะรอบตัว เช่น ฝุ่น PM 2.5 และสารเคมีปนเปื้อนที่ส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมน
5 วิธีสังเกตอาการ วัยทองก่อนกำหนด
หากสาวๆ มีอายุยังไม่ถึง 40 ปี หรือเพิ่งเข้าสู่เลข 4 แล้วมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเกิน 3-6 เดือน แนะนำให้เริ่มสังเกตตัวเองอย่างใกล้ชิดเลยนะคะ
1. ประจำเดือนมาไม่ปกติ
นี่คือสัญญาณเตือนอันดับหนึ่งเลยค่ะ รอบเดือนอาจจะสั้นลง เช่น จาก 28 วัน เหลือ 21 วัน หรือยาวขึ้น ประจำเดือนมาน้อยลงมาก หรือบางเดือนก็หายไปเฉยๆ
2. ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน
อยู่ๆ ก็รู้สึกร้อนวาบขึ้นมาบริเวณหน้า อก และคออย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเหงื่อออกท่วมตัว ทั้งที่อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ และมักจะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเวลากลางคืนจนทำให้นอนสะดุ้งตื่นค่ะ
3. อารมณ์ดิ่ง แปรปรวนง่าย
ฮอร์โมนที่ลดลงส่งผลโดยตรงต่อสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดง่าย วิตกกังวล ซึมเศร้า หรืออารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบควบคุมไม่ได้ จนบางครั้งคนรอบข้างตามไม่ทันเลยค่ะ
4. ผิวแห้งกร้าน ช่องคลอดแห้ง
เมื่อเอสโตรเจนลดลง คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวก็จะลดฮวบตามไปด้วย ทำให้ผิวพรรณเริ่มแห้ง ขาดความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยง่าย รวมถึงมีอาการช่องคลอดแห้ง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ และปัสสาวะบ่อยขึ้นค่ะ
5. สมองตื้อ ขี้หลงขี้ลืม
รู้สึกคิดอะไรไม่ค่อยออก สมาธิสั้นลง หลงลืมสิ่งของหรือตารางงานง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนที่ช่วยดูแลระบบประสาทเริ่มลดลงนั่นเองค่ะ
บทความที่คุณอาจสนใจ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้![]()
สิทธิประโยชน์แนะนำ

