รวม 5 วิตามินสำหรับคนวัยทำงาน แก้นอนไม่หลับ ตื่นยาก อ่อนล้า อ่อนเพลีย

รวม 5 วิตามินสำหรับคนวัยทำงาน แก้นอนไม่หลับ ตื่นยาก อ่อนล้า อ่อนเพลีย
Beau_Monde
11 กุมภาพันธ์ 2564 ( 11:01 )
1.5K

     ถึงแม้จะเป็นคนวัยทำงาน แต่บางครั้งก็มีปัญหาสุขภาพได้ไม่รู้ตัวค่ะ บางคนไม่ได้ถึงกับเป็นโรคร้ายแรง แต่ว่าก็มีอาการไม่ปกติเกิดขึ้นเหมือนกัน อย่างเช่นอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย มือเท้าชา สมองไม่แล่นคิดงานไม่ออก นอนไม่หลับหรือหลับแล้วตื่นยาก อาการแบบนี้คนวัยทำงานเป็นกันบ่อยค่ะ 

     เพราะในแต่ละวันเราใช้ร่างกายในการทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ยิ่งโดยเฉพาะวัยทำงานที่เรามีการใช้ทั้งสมองทั้งสายตา และแน่นอนว่าต้องเกิดอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย ซึ่งเมื่อปล่อยไปนานๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง แต่ทางออกง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ทันที นั่นก็คือการทาน วิตามิน บำรุงร่างกายนั่นเอง แล้ววิตามินแต่ละตัวจะช่วยแก้ปัญหาไหนได้บ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

 

 

5 วิตามินสำหรับคนวัยทำงาน แก้อ่อนล้า นอนไม่หลับ ตื่นยาก

1. โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10)

     ทำหน้าที่ในการสร้างพลังงานให้เซลล์ รวมถึงช่วยต้านอนุมูลลอิสระ ช่วยปกป้องและชะลอความเสื่อมให้กับเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดีขึ้นด้วย ลดความเมื่อยล้า ทำให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้นค่ะ ปริมาณที่ควรทานในแต่ละวันก็คือ 100 - 200 มิลลิกรัมต่อวันค่ะ

 

2. วิตามินซี (Vitamin C)

     วิตามินซีถือเป็นวิตามินสำคัญที่ร่างกายควรรับให้ได้อย่างเพียงพอในแต่ละวัน เพราะวิตามินซีช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้เราไม่ป่วย ไม่เป็นหวัดได้ง่าย ส่วนประโยชน์ของวิตามินซีนอกจากนี้ก็คือ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง กระตุ้นให้ร่างกายสามารถสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส รวมถึงยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย ซึ่งเราควรทานให้ได้ 1000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยจะแบ่งเป็น 500 มิลลิกรัมตอนเช้า และอีก 500 มิลลิกรัมตอนเย็นก็ได้ ก็จะช่วยให้กระเพาะอาหารไม่ระคายเคืองมากค่ะ 

 

3. วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex)

     ชาวออฟฟิศและคนวัยทำงานที่นอนดึกตื่นเช้า ควรต้องมีวิตามินบีรวมติดบ้านไว้นะคะ เพราะวิตามินบีรวมเป็นวิตามินที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นอาหารสมองได้ ช่วยให้ความจำดีขึ้น ลดอาการชาปลายมือปลายเท้าได้ และก็ช่วยให้เราคิดงานได้ง่ายมากขึ้นด้วย ซึ่งวิตามินบีรวมที่เราควรเลือกทานนั้น ควรมีวิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 บี 9 และบี 12 ค่ะ 

 

4. น้ำมันปลา (Fish Oil)

     ถือเป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมมาสักพักแล้ว เพราะสามารถช่วยบำรุงได้ทั้งสมองและหัวใจค่ะ เนื่องจากในน้ำมันปลานั้นมีทั้ง DHA และ Omega-3 ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด และยังสามารถช่วยพัฒนาระบบประสาทและสมองอีกด้วยค่ะ โดยปริมาณที่ควรทานคือ 1000 มิลลิกรัมต่อวันค่ะ

 

5. เมลาโทนิน (Melatonin)

     บางคนเข้าใจว่าเมลาโทนินคือยานอนหลับและจะส่งผลเสียกับร่างกายได้ แต่ในความเป็นจริงนั้น เมลาโทนินคือฮอร์โมนที่อยู่ในร่างกายอยู่แล้ว โดยร่างกายจะหลั่งเมลาโทนินออกมาในช่วงกลางคืนเพื่อทำให้ร่างกายหลับได้ง่ายขึ้น แต่เนื่องจากในปัจจุบันนั้นมีปัจจัยที่จะไปรบกวนการทำงานของเมลาโทนิน ทั้งแสงไฟ แสงจากหน้าจอมือถือ ทำให้ในบางวันเราอาจจะต้องทานเมลาโทนินเพื่อช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นค่ะ โดยเราไม่จำเป็นต้องทานเมลาโทนินทุกวันและควรเริ่มทานที่ปริมาณน้อยๆ ก่อนค่ะ

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

9 วิธีกินวิตามินแต่ละชนิด กินคู่กับอะไร กินตอนไหน ให้ร่างกายดูดซึมได้มากที่สุด

รวมวิตามินเสริมสำหรับสาว 30+ และ 40+ อายุเท่านี้ควรกินอะไร

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง