วิธีรับมือกับ Burnout Syndrome ในผู้หญิงทำงาน ฮีลใจอย่างไรไม่ให้หมดไฟ
ภาวะหมดไฟในการทำงานหรือ Burnout Syndrome กลายเป็นปัญหาใหญ่ของผู้หญิงยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม working woman ที่ต้องรับบทบาทหลากหลายค่ะ ทั้งงานราษฎร์งานหลวง จนเกิดความล้าสะสมทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ หากปล่อยไว้โดยไม่รีบฟื้นฟู อาจบานปลายกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ค่ะ
เช็กสัญญาณเตือน Burnout Syndrome
เหนื่อยล้าเรื้อรัง : ตื่นนอนมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น หมดพลังงานตั้งแต่เช้าค่ะ
มองโลกในแง่ลบ : รู้สึกหงุดหงิดกับงานที่เคยชอบ รู้สึกว่างานที่ทำไม่มีคุณค่าค่ะ
ประสิทธิภาพการทำงานลดลง : โฟกัสงานยากขึ้น ลืมง่าย หรือตัดสินใจเรื่องง่ายๆ ได้ช้าลงค่ะ
มีอาการทางกาย : ปวดหัว นอนไม่หลับ ปวดบ่าไหล่เรื้อรัง หรือระบบย่อยอาหารมีปัญหาค่ะ
5 วิธีฮีลใจกู้พลังใจ ให้กลับมามีความสุข
ตั้งขอบเขต Work-Life Balance ให้ชัดเจน : เลิกเช็กไลน์งานหลังเลิกงาน ปิดการแจ้งเตือนเรื่องงานในวันหยุด เพื่อให้สมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ค่ะ
ปรับ Mindset ปลดล็อกความสมบูรณ์แบบ : โดยเฉพาะสาย Perfectionism ต้องยอมรับว่าเราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้เนี๊ยบ 100% ทุกวัน การฝึกปฏิเสธงานที่เกินกำลังถือเป็นทักษะสำคัญในการดูแลตัวเองค่ะ
จัดเวลาทำ Micro-Self Care : ไม่ต้องรอถึงวันลาพักร้อน แค่เติมความสุขเล็กๆ ระหว่างวัน เช่น การจิบชาร้อนๆ จิบกาแฟแก้วโปรด เดินรับลม 5 นาที หรือฟังเพลงที่ชอบค่ะ
ระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจ : การได้พูดคุยกับเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน จะช่วยลดความตึงเครียดในใจลงได้มากค่ะ
ปรับโภชนาการ เติมวิตามินบำรุงประสาท : เน้นกินอาหารที่มี tryptophan สูง เช่น กล้วย ไข่ ถั่วเปลือกแข็ง เพื่อช่วยเพิ่มสารเซโรโทนิน (Serotonin) ในสมอง ช่วยให้อารมณ์ดีและผ่อนคลายขึ้นค่ะ
เมื่อไหร่ที่ควรพบนักจิตวิทยา ?
หากลองปรับพฤติกรรมแล้วเกิน 2-3 สัปดาห์ แต่อาการหมดไฟยังไม่ดีขึ้น มีความรู้สึกสิ้นหวัง นอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน หรือเริ่มกระทบกับชีวิตประจำวันอย่างหนัก การเข้าพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำปรึกษาเป็นทางออกที่ดีและปลอดภัยที่สุดค่ะ การดูแลใจตัวเองไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว แต่เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เราทำงาน และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุจนะคะ
บทความที่คุณอาจสนใจ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้![]()
สิทธิประโยชน์แนะนำ

