หน้าหมอง จาก แสงสีฟ้า แก้ยังไงดี? พร้อมวิธีเลือกสกินแคร์ กู้ผิวให้ปัง
หลายคนอาจจะกังวล และระวังแค่รังสี UVA และ UVB จากแสงแดด แต่ความจริงแล้ว แสงสีฟ้า จากหน้าจอดิจิทัลนี่แหละค่ะ ที่อยู่ใกล้ชิดและส่องกระทบใบหน้าของเรามากที่สุดในแต่ละวัน วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกันค่ะว่าแสงสีฟ้าน่ากลัวต่อผิวอย่างไร และควรจะเลือกกลุ่มสารสกัดในสกินแคร์แบบไหนมาช่วยบล็อกและฟื้นฟูผิวให้กลับมาสตรองค่ะ
ในยุคที่เราแทบจะใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์เกือบตลอด 24 ชั่วโมง ทราบไหมคะว่านอกจากการปวดตาหรือนอนไม่หลับแล้ว ศัตรูตัวร้ายที่กำลังทำลายผิวของเราอย่างเงียบๆ ก็คือ แสงสีฟ้า (Blue Light) หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่ารังสี HEV Light (High-Energy Visible Light) นั่นเองค่ะ
แสงสีฟ้า ทำร้ายผิวอย่างไร? ทำไมถึงน่ากลัว
แม้ว่า แสงสีฟ้า จะไม่ได้ทำให้ผิวเบิร์นหรือไหม้แดดในทันทีเหมือนรังสี UVB แต่ขีดความสามารถในการทะลุทะลวงของมันยาวนานและลึกถึงผิวชั้นใน (Dermis) ซึ่งลึกกว่ารังสี UVA เสียอีกค่ะ โดยมี 3 กลไกหลักที่ทำให้ผิวของเราพังลงเรื่อยๆ ดังนี้ค่ะ
กระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระ
แสงสีฟ้า จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดสารอนุมูลอิสระในชั้นผิว ซึ่งอนุมูลอิสระเหล่านี้จะตรงเข้าทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยก่อนวัย ผิวหย่อนคล้อย และดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
หน้าหมองคล้ำ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
แสงสีฟ้า มีพลังงานสูงพอที่จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ให้ผลิตเมลานินออกมามากกว่าปกติ ทำให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือทำให้อาการ ฝ้า (Melasma) เข้มขึ้นและรักษายากกว่าเดิมค่ะ
เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ สูญเสียความชุ่มชื้น
การเผชิญแสงสีฟ้าเป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน จะเข้าไปรบกวนวงจรการทำงานและการซ่อมแซมตัวเองของเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ทำให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) อ่อนแอลง ผิวจึงระคายเคืองง่าย หยาบกร้าน และสูญเสียน้ำได้ง่ายขึ้นค่ะ
กลุ่มสารสกัด ใน สกินแคร์ ที่กู้ผิว
หากต้องการปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าอย่างได้ผล การใช้ครีมกันแดดทั่วไปอาจจะยังป้องกันรังสีชนิดนี้ได้ค่อนข้างจำกัดค่ะ ดังนั้นเราควรเลือกสกินแคร์ที่มี กลุ่มสารสกัดบำรุง ที่เน้นการต้านอนุมูลอิสระ บล็อกแสง และฟื้นฟูโครงสร้างผิว โดยสามารถเลือกดูจากลิสต์กลุ่มสารสกัดเหล่านี้ได้เลยค่ะ
1. กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง
ทำหน้าที่เป็นเหมือนโล่ดักจับ และลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากแสงสีฟ้า ก่อนที่มันจะไปทำร้ายเซลล์ผิวค่ะ
วิตามินซี และ วิตามินอี : สองคู่หูที่ทำงานเสริมฤทธิ์กัน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และลดเลือนรอยดำ
ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide / Vitamin B3) : ปลอบประโลมผิวจากการถูกทำร้าย ช่วยลดการส่งผ่านเม็ดสี และเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
สารสกัดจากชาเขียว หรือ Coenzyme Q10 : ช่วยลดการอักเสบในระดับเซลล์ผิวและชะลอความเสื่อมสภาพของผิว
2. กลุ่มสะท้อนและบล็อกแสงสีฟ้า
ทำหน้าที่สร้างชั้นฟิล์มเคลือบปกป้องผิว เพื่อทำหน้าที่สะท้อนแสงสีฟ้าและรังสี UV ออกไปจากใบหน้า
ซิงก์ออกไซด์ และ ไททาเนียมไดออกไซด์ : สารกันแดดกลุ่ม Mineral/Physical ที่ช่วยปกป้องผิวในวงกว้าง
ไอรอนออกไซด์ : สารสกัดกลุ่มนี้มักพบในครีมกันแดดเนื้อสีเบจ หรือครีมกันแดดผสมรองพื้น (Tinted Sunscreen) มีคุณสมบัติเด่นมากในการดูดซับและสะท้อนแสงสีฟ้า (HEV) ได้ดีเป็นพิเศษ มีงานวิจัยรองรับว่าเมื่อนำมาผสานพลังร่วมกับ Zinc Oxide จะช่วยป้องกันการเกิดฝ้าและจุดด่างดำจากหน้าจอได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ
3. กลุ่มฟื้นฟูและเสริมเกราะป้องกันผิว
เมื่อผิวถูกแสงทำร้ายจนอ่อนแอ กลุ่มนี้จะช่วยเข้ามาซ่อมแซม และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวกลับมาแข็งแรงสมดุลค่ะ
เซราไมด์ (Ceramides), กรดไขมัน และคอเลสเตอรอล : สามประสานโครงสร้างไขมันบนผิว ที่จะช่วยซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวให้กลับมาหนาแน่นและเรียบเนียน
ไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) : เติมเต็มความชุ่มชื้นลึกลดปัญหาผิวแห้งกร้านจากการนั่งในห้องแอร์และหน้าจอ
สารสกัดจากใบบัวบก (Centella Asiatica / Cica) : ช่วยลดการระคายเคือง ปลอบประโลมผิวอักเสบ และช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาเนียนนุ่ม
บทความที่คุณอาจสนใจ
