วิตามินบี กินอย่างไร อาการแบบไหนแปลว่าร่างกายขาดวิตามิน B

วิตามินบี กินอย่างไร อาการแบบไหนแปลว่าร่างกายขาดวิตามิน B
Beau_Monde
18 มิถุนายน 2562 ( 15:15 )
43.3K
30

     บางครั้งพอเรารู้สึกร่างกายเหนื่อยล้าอ่อนแรง ร่างกายเริ่มตึงเครียดจากการทำงาน รู้สึกว่าร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนทุกที หลายๆคนก็เริ่มมองหา วิตามิน มากินเสริมให้ร่างกาย โดยเฉพาะ วิตามินบี ที่มีหลายประเภทหลายตัว แต่ละประเภทนั้นก็ช่วยเสริมให้กับร่างกายในด้านต่างๆ ได้

     แต่สาวๆ รู้หรือไม่คะว่า วิตามินบี แต่ละชนิดนั้นมีประโยชน์ต่างกันออกไป แต่ละตัวสามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับร่างกายของเราได้ในแบบต่างๆ กัน วันนี้เราลองไปดูกันดีกว่าค่ะว่าวิตามินบีแต่ละตัวนั้นมีประโยชน์อะไร และเราควรกินวิตามินบีตัวไหนเพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุดกับอาการที่เราเป็นในตอนนี้ค่ะ

วิตามินบี 1

     วิตามินบี 1 หรืออีกชื่อคือ ไทอะมีน วิตามินตัวนี้ช่วยบำรุงประสาท กล้ามเนื้อ และบำรุงหัวใจให้ทำงานได้เป็นปกติ

วิตามินบี 2

     วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน ตัวนี้ช่วยบำรุงเล็บ ผม ผิวพรรณ ช่วยบรรเทาอาการสายตาอ่อนล้าและลดการปวดหัวจากไมเกรน

วิตามินบี 3

     วิตามินบี 3 หรือ ไนอะซิน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมันไตรกลีเซอไรด์ ช่วยลดความดันโลหิตและช่วยบำรุงผิว อย่างไรก็ตามการกินวิตามินตัวนี้มากเกินไปอาจทำให้เกิดอันตรายกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานได้

วิตามินบี 5

     วิตามินบี 5 หรือ กรดแพนโทเทนิก ช่วยเร่งให้แผลหายเร็วขึ้น ช่วยป้องกันการอ่อนเพลียของร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยรักษาอาการเหน็บชาที่มือและเท้า

วิตามินบี 6

     วิตามินบี 6 หรือ ไพริด็อกซิน ช่วยชะลอวัย ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายได้ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและเป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ

วิตามินบี 7

     วิตามินบี 7 หรือ ไบโอติน ช่วยบำรุงเส้นผม ลดการเกิดผมหงอกและหนังศรีษะล้านได้ และยังช่วยเผาผลาญไขมันและโปรตีนได้อีกด้วย

วิตามินบี 8

     วิตามินบี 8 หรือ อิโนซิทอล จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวมหรือบีคอมเพล็กซ์ มีหน้าที่ช่วยในการเผาผลาญไขมัน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอล และป้องกันการเกาะของไขมันที่บริเวณหลอดเลือดได้

วิตามินบี 9

     วิตามินบี 9 หรือ กรดโฟลิก พบมากในไข่แดง ตับ ผักใบเขียวเข้ม ช่วยให้เกิดผมหงอกช้าลง ช่วยป้องกันแผลร้อนในได้ รักษาภาวะโลหิตจาง ป้องกันการพิการของทารกและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

วิตามินบี 11

     วิตามินบี 11 หรือ โคลีน ช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ป้องกันโรคผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว ช่วยป้องกันไขมันสะสมที่ตับ ช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอลและป้องกันภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด

วิตามินบี 12

     วิตามินบี 12 หรือ โคบาลามิน ช่วยเพิ่มสมาธิ จำได้เม่นยำขึ้น ลดความเครียด ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจางและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

วิตามินบี 15

     วิตามินบี 15 หรือ กรดแพงเกมิก ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะตับแข็ง เร่งให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการอ่อนเพลีย ช่วยรักษาอาการเมาค้าง

วิตามินบี 17

     วิตามินบี 17 หรือ อะมิกดาลิน ช่วยป้องกันสมองเสื่อม และช่วยให้ร่างกายที่อ่อนแรงกลับมาแข็งแรงขึ้นได้

วิตามินบีรวม

     วิตามินบีรวม หรือ วิตามินบีคอมเพล็กซ์ เป็นกลุ่มของวิตามินหลายๆ ชนิดใช้เพื่อรักษาอาการขาดวิตามินบี หรือใช้เพื่อช่วยเสริมให้การทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นตามชนิดของวิจามินบีนั้นๆ โดยส่วนประกอบของวิตามินบีรวมอาจแตกต่างออกไป วิตามินบีรวมบางสูตรอาจมีวิตามินบีประกอบเพียง 4 ชนิด หรือบางสูตรอาจมีวิตามินบีประกอบถึง 8 ชนิด

     จะเห็นได้ว่า วิตามินบี ในธรรมชาตินั้นมีมากมายหลายชนิดค่ะ แต่ละชนิดก็ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงในแต่ละด้านต่างๆ กันไป หากสาวๆ รู้สึกว่าร่างกายตนเองมีอาการไม่ปกติ ก่อนที่จะซื้อวิตามินมากินในแต่ละครั้ง หากสามารถรับคำปรึกษาจากคุณหมอได้ ให้คุณหมอลองวิเคราะห์อาการดูจะช่วยให้เราสามารถแก้ได้ตรงจุดมากกว่าการไปซื้อวิตามินมากินเองนะคะ


บทความที่คุณอาจสนใจ


รวมวิตามินเสริมสำหรับสาว 30+ และ 40+ อายุเท่านี้ควรกินอะไร



5 วิตามินซี ตัวเด็ด ลดรอยสิว เพิ่มผิวใส แถมช่วยป้องกันไข้หวัด!



ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง