5 ประโยชน์ของท่าแพลงก์ Plank ดีอย่างไร ท่าลดพุง ฟิตหุ่นแบบง่าย
เหนือกว่าแค่ซิกซ์แพ็ก! 5 ประโยชน์ของท่าแพลงก์ (Plank) ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ถ้าพูดถึงการออกกำลังกายที่ น้อยแต่มาก ท่าแพลงก์ (Plank) คืออันดับหนึ่งในใจใครหลายคนค่ะ หลายคนทราบดีอยู่แล้วว่ามันช่วยลดพุง สร้างซิกซ์แพ็ก หรือช่วยให้บุคลิกดีขึ้น
เทรนด์ Functional Longevity การออกกำลังกายเพื่อความยั่งยืนของร่างกาย กำลังมาแรง วิทยาศาสตร์การกีฬาได้ค้นพบว่า การนิ่ง ในท่าแพลงก์นั้น ให้ผลลัพธ์ที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องรูปร่าง วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 5 ประโยชน์ที่ ลึกและล้ำ กว่าที่คุณเคยอ่านมาค่ะ
ประโยชน์ของท่าแพลงก์
1. เสริมความแข็งแรงของ อุ้งเชิงกราน
หลายคนโฟกัสแค่กล้ามเนื้อหน้าท้องชั้นนอก แต่ท่าแพลงก์ที่ถูกต้องจะช่วยกระตุ้น กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งทำหน้าที่ประคองอวัยวะภายใน
ทำไมถึงสำคัญ : กล้ามเนื้อส่วนนี้ช่วยลดปัญหาปัสสาวะเล็ดในอนาคต และช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศทั้งในชายและหญิง เนื่องจากช่วยให้การไหลเวียนโลหิตในบริเวณอุ้งเชิงกรานดีขึ้นนั่นเองค่ะ
2. เพิ่มประสิทธิภาพการ ส่งต่อพลังงาน
ในทางวิทยาศาสตร์การกีฬา ร่างกายเราเปรียบเสมือนโซ่ และแกนกลางลำตัวคือ ข้อต่อกลาง
ประโยชน์ : เมื่อคุณทำ Plank เป็นประจำ แกนกลางจะแข็งแรงจนสามารถส่งต่อแรงจากขาไปยังแขนได้ดีขึ้น
ผลลัพธ์ : คุณจะวิ่งได้เร็วขึ้นโดยใช้แรงน้อยลง หรือสวิงไม้กอล์ฟ ไม้เทนนิสได้แรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่มี แรงรั่วไหล ที่ช่วงเอวค่ะ
3. พัฒนา ระบบการรับรู้ตำแหน่ง
การทำ Plank คือ การฝึกให้สมองสื่อสารกับกล้ามเนื้อทั่วร่างเพื่อรักษาสมดุล
ประโยชน์ : ช่วยพัฒนาความสามารถของสมอง ในการรับรู้ว่าอวัยวะต่างๆ อยู่ตรงไหนโดยไม่ต้องมอง
ผลลัพธ์ : ช่วยลดอุบัติเหตุจากการหกล้มหรือข้อเท้าพลิกในชีวิตประจำวัน เพราะร่างกายจะ ตอบสนองต่อการเสียสมดุล ได้รวดเร็วขึ้นอัตโนมัติ
4. กระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหาร
การเกร็งหน้าท้องในท่าแพลงก์ เป็นการนวดอวัยวะภายในแบบเบาๆ
ประโยชน์ : ช่วยเพิ่มแรงดันในช่องท้องอย่างเป็นจังหวะ ส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานได้คล่องตัวขึ้น และช่วยให้พังผืดที่ยึดเกาะอวัยวะภายใน มีความยืดหยุ่น ลดอาการท้องอืดและแน่นท้องจากการนั่งทำงานนานๆ (Office Syndrome) ได้ดีเยี่ยมค่ะ
5. เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก
แม้จะเป็นท่าออกกำลังกายแบบอยู่กับที่ แต่ Plank คือการออกกำลังกายแบบแบกรับน้ำหนัก
ประโยชน์ : แรงกดจากการยันร่างกายไว้ด้วยแขนและเท้าช่วยกระตุ้นให้กระดูกบริเวณข้อมือ แขน ไหล่ และกระดูกสันหลัง มีการสะสมแคลเซียมมากขึ้น
ผลลัพธ์ : ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในระยะยาวได้ดีกว่าการออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำอย่างการว่ายน้ำเพียงอย่างเดียวค่ะ
บทความที่คุณอาจสนใจ

