7 อาหารกินแล้วตัวหอม อยากตัวหอม กินอะไรดี? ช่วยให้กลิ่นกายหอมจากภายใน
อยากตัวหอม กินอะไรดี วันนี้ได้รวบรวม 7 สุดยอด อาหารกินแล้วตัวหอม และช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ให้คุณสาวๆ มีกลิ่นกายที่หอมหวานและสดชื่นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ การมีกลิ่นกายที่หอมสะอาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหอมหรือโรลออนเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากสิ่งที่อยู่ภายในร่างกายของคุณเอง
ดังนั้น อาหารที่เราบริโภคจึงส่งผลโดยตรงต่อกลิ่นเหงื่อ กลิ่นลมหายใจ และแม้กระทั่งกลิ่นผิวหนัง เพราะเมื่ออาหารย่อยสลาย สารประกอบต่างๆ จะถูกดูดซึมและขับออกทางรูขุมขน ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอาหารชนิดไหนบ้าง
อาหารกินแล้วตัวหอม กลุ่มดีท็อกซ์
1. น้ำเปล่า
การดื่มน้ำเพียงพอ เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วย ขับสารพิษ และของเสียออกทางปัสสาวะ แทนที่จะถูกขับออกทางเหงื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นกายที่ไม่พึงประสงค์ค่ะ
2. ผักใบเขียว
คุณประโยชน์ของผักใบเขียว มีคลอโรฟิลล์ที่ถูกขนานนามว่าเป็น ยาระงับกลิ่นตามธรรมชาติ ช่วยทำหน้าที่ดีท็อกซ์และทำความสะอาดเลือด เมื่อเลือดสะอาด กลิ่นกายและลมหายใจก็จะสดชื่นขึ้น เช่น ผักโขม ผักชีฝรั่ง คะน้า
3. แอปเปิล
มีใยอาหารสูง แอปเปิลช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร และทำหน้าที่เป็นเหมือน "แปรง" ทำความสะอาดในลำไส้ ทำให้ลดการหมักหมมของอาหารที่ย่อยไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกลิ่นลมหายใจและกลิ่นตัว
4. ชาเขียว
- ช่วยลดกลิ่นปาก และมีสารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียว ช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นในช่องปากและตามผิวหนัง ลดกลิ่นเหม็นเปรี้ยวได้ดี
อาหารกินแล้วตัวหอม กลุ่มเครื่องเทศ ผลไม้
5. สมุนไพรตระกูลสะระแหน่
สารสำคัญ : น้ำมันหอมระเหย
การเคี้ยวใบสะระแหน่สดช่วยแก้ปัญหา กลิ่นปาก ได้ทันที นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการบริโภคสมุนไพรเหล่านี้เป็นประจำจะช่วยให้สารประกอบหอมระเหยถูกปล่อยออกทางรูขุมขน ทำให้กลิ่นกายสดชื่นขึ้น
6. ผลไม้ตระกูลซิตรัส
สารสำคัญ: กรดซิตริก, วิตามิน C, และน้ำมันหอมระเหย
กรดซิตริก ช่วยกระตุ้นการขับน้ำออกจากร่างกายและ ขับสารพิษ ออกได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่กลิ่นหอมของเปลือกส้มหรือมะนาว เมื่อบริโภคเข้าไป อาจส่งผลดีต่อกลิ่นกาย สารกลุ่มนี้จะช่วยให้ร่างกายขับกลิ่นหอมอ่อนๆ หรือช่วยให้กลิ่นเหงื่อไม่ฉุน
7. โยเกิร์ต (แบบธรรมชาติ)
สารสำคัญ : โพรไบโอติกส์ (Probiotics)
โพรไบโอติกส์ ช่วยรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งมีความสำคัญต่อการย่อยอาหาร การย่อยที่ดีขึ้น จะช่วยลดการเกิดแก๊ส กลิ่นปาก และกลิ่นกายที่เกิดจากการหมักหมม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อ ขับกลิ่นกาย
1. เนื้อแดง
เพราะเนื้อแดง ใช้เวลานานในการย่อยสลายและทิ้งสารตกค้างที่เรียกว่า คาร์นิทีน (Carnitine) ซึ่งเมื่อผสมกับแบคทีเรียบนผิวหนังจะทำให้เกิดกลิ่นเหงื่อที่ฉุนและรุนแรงขึ้น
2. กระเทียม หัวหอม
กระเทียมมีสารประกอบซัลเฟอร์ จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและถูกขับออกทางปอด คือกลิ่นปาก และทางรูขุมขน คือกลิ่นตัว ซึ่งกลิ่นเหล่านี้จะติดทนนานถึง 24 ชั่วโมงหลังรับประทาน
3. เครื่องเทศกลิ่นแรง
เครื่องเทศบางชนิด เช่น ยี่หร่า หรือผงกะหรี่ มีน้ำมันหอมระเหยที่แรงมาก เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะขับกลิ่นเหล่านี้ออกมาทางเหงื่อ ทำให้กลิ่นกายเปลี่ยนไป
บทความที่คุณอาจสนใจ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้![]()
สิทธิประโยชน์แนะนำ

