รีเซต

4 วิธีลดไขมันหน้าท้อง บอกลาหน้าท้องยื่น พุงปลิ้น แบบง่าย ๆ แต่ได้ผล !!

4 วิธีลดไขมันหน้าท้อง บอกลาหน้าท้องยื่น พุงปลิ้น แบบง่าย ๆ แต่ได้ผล !!
BeauMonde
22 มิถุนายน 2565 ( 15:22 )
471

     หลายคนมีปัญหาเรื่องไขมันหน้าท้องสะสมเยอะจนทำให้เวลาใส่เสื้อผ้าแล้วไม่มั่นใจและทำให้รู้สึกเสียบุคลิก ปัญหาไขมันที่หน้าท้องนอกจากจะทำให้เราขาดความมั่นใจแล้ว ยังมาพร้อมกับปัญหาสุขภาพตามมาด้วยค่ะ เพราะการมีไขมันสะสมที่ช่องท้องเยอะ ทำให้เราเกิดโรคได้หลายอย่าง เช่น ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ หลอดเลือดทำงานผิดปกติ เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูง เสี่ยงต่อโรคหัวใจ รวมถึงยังทำให้เสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ได้อีกด้วยค่ะ

     ปัญหาไขมันสะสมที่หน้าท้องเยอะ ไม่เพียงแค่คนอ้วนเท่านั้นที่เป็นกังวล แต่คนที่ดูผอมก็มีไขมันหน้าท้องกวนใจได้เหมือนกันค่ะ บางคนดูภายนอกอาจจะตัวเล็กแต่ใครจะรู้ว่าภายแต่ใต้ร่มผ้านั้นอาจจะมีไขมันหน้าท้องและก็ห่วงยางรอบเอวซ่อนไว้อยู่ก็ได้ค่ะ วันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำ 4 วิธีในการลดไขมันหน้าท้องที่ทำได้ง่ายและเห็นผลมี จะต้องทำอะไรบ้าง ตามมาดูเลยค่ะ

 

 

4 วิธีลดไขมันหน้าท้อง

 

1. ลดน้ำตาล

     อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง จะทำให้ร่างกายสะสมไขมันที่พุงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อเรากินอาหารประเภทนี้เข้าไป ระดับน้ำตาลในเลือดและระดับฮอร์โมนอินซูลินจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ตับต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อนำพลังงานส่วนเกินมาเก็บไว้ในรูปแบบของไขมัน ซึ่งไขมันเหล่านี้ก็จะถูกนำไปเก็บไว้ที่พุงและตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับและอวัยวะภายในอื่น ๆ การที่ร่างกายเราได้รับน้ำตาลเยอะ ๆ จึงส่งผลให้ร่างกายเกิดการสะสมไขมันที่พุงมากขึ้นและก่อให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้ค่ะ 

     หากเราอยากจะลดไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้อง อย่างแรกที่แนะนำเลยก็คือเราควรต้องค่อย ๆ ลดปริมาณน้ำตาลต่อวันลง โดยเลี่ยงการกินอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก เช่น ขนมเค้ก น้ำอัดลม เครื่องดื่มผสมน้ำตาลและน้ำผลไม้สำเร็จรูป เป็นต้น ส่วนใครที่รู้สึกว่าตนเองติดหวาน เราก็สามารถรับน้ำตาลจากอาหารธรรมชาติได้ เช่น รับน้ำตาลผ่านทางการกินผลไม้ แบบนี้ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ไม่ควรกินผลไม้มากเกินไปและควรเลือกกินผลไม้ที่รสชาติไม่หวานจัดค่ะ

 

2. กินโปรตีนให้มากขึ้น

     ในการลดไขมันหน้าท้องรวมถึงไขมันทั่วร่างกาย การกินโปรตีนให้มากขึ้นสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อและช่วยเผาผลาญไขมันได้ค่ะ เพราะโปรตีนถือเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ การกินโปรตีนอย่างเพียงพอ สามารถช่วยลดความอยากอาหารอื่น ๆ ลงไปได้ ช่วยให้เรากินอาหารน้อยลงในขณะเดียวกันก็ช่วยให้เราอิ่มได้นานมากขึ้น 

     โปรตีนมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ การกินโปรตีนอย่างเพียงพอต่อวันสามารถลดไขมันหน้าท้องและลดห่วงยางรอบเอวได้รวมถึงยังไม่ทำให้เรากลับมาโยโย่ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามเราก็ควรกินผักและผลไม้ควบคู่ไปด้วย เพื่อที่ร่างกายจะได้รับสารอาหารและเกลือแร่ต่าง ๆ ได้อย่างเพียงพอ รวมถึงสารอาหารจากผักและผลไม้ยังช่วยให้ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมโปรตีนได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลดไขมันหน้าท้องนั้นเองค่ะ ซึ่งสำหรับปริมาณโปรตีนที่เพียงพอต่อวันให้เราคำนวนโดยใช้สูตร 1.5 - 2 กรัมคูณกับน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ส่วนอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูงที่แนะนำให้กิน คือ ไข่ทั้งฟอง เนื้อสัตว์ติดมันน้อย ผลิตภัณฑ์นม ถั่ว เทมเป้ เต้าหู้ เป็นต้น

 

3. กินเส้นใยอาหารให้มากขึ้น

     ไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหาร ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการช่วยลดไขมันหน้าท้องค่ะ โดยเฉพาะเส้นใยอาหารชนิดที่ละลายในน้ำ เส้นใยชนิดนี้เมื่อเข้าไปในร่างกายจะช่วยชะลอการย่อยอาหารและชะลอการดูดซึมอาหารประเภทไขมัน ร่างกายก็จะสะสมไขมันน้อยลงนั่นเอง นอกจากนี้เมื่อร่างกายได้รับเส้นใยอาหารมากขึ้นก็จะทำให้เรารู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้น และทำให้เรากินอาหารอื่น ๆ น้อยลง วิธีเพิ่มเส้นใยอาหารหรือการเพิ่มไฟเบอร์ให้กับร่างกาย ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการกินอาหารที่เป็นพืช เช่น ผักทุกชนิด ผลไม้รสไม่หวานจัด ข้าวโอ๊ตรวมถึงถั่วและธัญพืชต่าง ๆ 

 

4. ออกกำลังกาย

     การออกกำลังกายสามารถช่วยลดไขมันหน้าท้องและช่วยให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้นได้ อย่างการออกกำลังแบบทั่วร่างกายหรือที่เรียกกันว่า Full Body การออกกำลังเพื่อมุ่งลดไขมันหน้าท้องนั้นไม่ใช่แค่การออกกำลังกายเฉพาะส่วน แต่ควรเน้นไปที่การเผาผลาญไขมันทั่วร่างกาย หากเราต้องการลดไขมันหน้าท้องให้เร็ว เราควรเริ่มต้นออกกำลังกายอย่างถูกต้อง นั่นก็คือเราควรต้องเริ่มเล่นเวทเทรนนิ่งหรือบอดี้เวท เพื่อเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ครบทุกส่วนของร่างกาย โดยเราอาจจะเริ่มเล่นเวทประมาณ 3 ครั้งต่ออาทิตย์ และนอกจากนี้เรายังควรต้องออกกำลังแบบคาดิโอเสริมในวันที่ไม่เล่นเวทเทรนนิ่งด้วย โดยประมาณ 2-3 วัน ใน 1 อาทิตย์ และเราจะหยุด 1 วันโดยที่ไม่ออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อในร่างกายได้รับการซ่อมแซมและพักผ่อนค่ะ

 

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง