รีเซต

ทำความรู้จัก CGM สำหรับคนปกติ เครื่องวัดน้ำตาล แบบต่อเนื่อง ดีอย่างไร

ทำความรู้จัก CGM สำหรับคนปกติ เครื่องวัดน้ำตาล แบบต่อเนื่อง ดีอย่างไร
aamyemily
9 พฤษภาคม 2569 ( 09:00 )

    ช่วงนี้ถ้าเห็นคนติดแผ่นกลมๆ เล็กๆ ไว้ที่หลังแขน นั่นคือ CGM (Continuous Glucose Monitoring) เทคโนโลยีที่เคยจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้ป่วย แต่อย่าเพิ่งตกใจว่าเขาป่วยเป็นเบาหวานนะคะ! เพราะตอนนี้ได้กลายเป็น "ไอเทมลับ" ของเหล่าคนรักสุขภาพที่ต้องการรู้จักร่างกายตัวเองในระดับโมเลกุลค่ะ 

    ทำไมคนสุขภาพดี ถึงต้องอยากรู้น้ำตาลในเลือดตลอด 24 ชั่วโมง? วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเทรนด์ที่กำลังเปลี่ยนวิธีที่เรา กิน ไปตลอดกาลกันค่ะ

 

 

CGM คืออะไร?

    CGM คือ อุปกรณ์เซนเซอร์ขนาดจิ๋ว ที่ใช้เข็มขนาดเล็กเท่าเส้นผม (Filament) สอดเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อวัดระดับน้ำตาลในน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์ (Interstitial Fluid) ตลอดเวลา แล้วส่งข้อมูลเข้าสมาร์ทโฟนแบบ Real-time

    ในทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ เราไม่ได้ดูแค่ค่าน้ำตาลขณะอดอาหาร (Fasting Blood Sugar) อีกต่อไป แต่เราดูค่า Glycemic Variability (GV) หรือความผันผวนของน้ำตาล

 

ทำไม คนปกติ ถึงต้องติด CGM ?

1. ค้นหา อาหารที่เป็นพิษ โดยเฉพาะ

    ร่างกายแต่ละคน ตอบสนองต่อคาร์โบไฮเดรตไม่เหมือนกันค่ะ บางคนกินข้าวขาวน้ำตาลพุ่งกระฉูด แต่กินขนมปังโฮลวีตกลับปกติ ในขณะที่บางคนอาจจะสลับกัน การติด CGM จะช่วยให้คุณรู้ว่า ข้าวเหนียวมะม่วง หรือ ชานมไข่มุก ร้านไหนที่เป็นศัตรูตัวร้ายของอินซูลินคุณจริงๆ

 

2. จัดการกับ Glucose Spike (น้ำตาลพุ่งปรี๊ด)

    เมื่อน้ำตาลพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะหลั่งอินซูลินออกมามหาศาล เพื่อกดน้ำตาลลง ผลที่ตามมาคืออาการ Food Coma หรือง่วงนอนหลังกินข้าว และความหิวที่รุนแรงกว่าเดิม (Sugar Crash)

 

3. การลดน้ำหนัก แบบไม่ต้องเดา

    อินซูลินคือ ฮอร์โมนสะสมไขมัน ค่ะ ตราบใดที่น้ำตาลในเลือดคุณสูงและอินซูลินทำงานหนัก ร่างกายจะไม่ยอมดึงไขมันสะสมมาใช้ CGM ช่วยให้คุณรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ เพื่อเปิดโอกาสให้ร่างกายเข้าสู่โหมดเผาผลาญไขมัน ได้ง่ายขึ้น

 

4. เพิ่มประสิทธิภาพ การออกกำลังกาย

    นักกีฬาใช้ CGM เพื่อดูว่าจังหวะไหนควรเติมพลังงาน และอาหารชนิดไหนที่ให้พลังงานได้ยาวนานโดยไม่ทำให้หมดแรงกลางคัน

 

3 เทคนิค คุมระดับน้ำตาล ฉบับมือโปร

    หากคุณเริ่มติด CGM แล้ว อยากให้ลองทำ 3 สิ่งนี้เพื่อไม่ให้น้ำตาลพุ่งค่ะ

  1. กินตามลำดับ : เริ่มจาก ผัก (กากใย) > โปรตีนและไขมัน > คาร์โบไฮเดรต การกินใยอาหารก่อนจะช่วยสร้าง "ตาข่าย" ในลำไส้เพื่อชะลอการดูดซึมน้ำตาลค่ะ

  2. เดิน 10-15 นาทีหลังมื้ออาหาร : กล้ามเนื้อจะช่วยดึงน้ำตาลไปใช้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งอินซูลินมากนัก

  3. เติมน้ำส้มสายชูหมัก (ACV) : การดื่มน้ำผสม Apple Cider Vinegar ก่อนมื้ออาหารหนัก ช่วยลดการพุ่งของน้ำตาลได้ถึง 20-30% เลยทีเดียวค่ะ

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
สัมผัสโลกไร้ขีดจำกัดกับทรูไอดี