รีเซต

เช็กอาการ PMDD คืออะไร ต่างกับ PMS อย่างไร รักษาอย่างไร พร้อมแบบทดสอบ

เช็กอาการ PMDD คืออะไร ต่างกับ PMS อย่างไร รักษาอย่างไร พร้อมแบบทดสอบ
PookieChan
27 พฤษภาคม 2569 ( 14:27 )
10

       เคยไหมคะ อยู่ๆ ก็รู้สึกเศร้าดิ่งอย่างไร้สาเหตุ ร้องไห้ฟูมฟายกับเรื่องเล็กๆ หรือจู่ๆ ก็ระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวใส่คนรักจนชวนทะเลาะกันใหญ่โตแทบทุกเดือน แต่พอประจำเดือนมาปุ๊บ อาการเหล่านั้นกลับหายวับไปราวกับเป็นคนละคน อาการเหล่านี้มักถูกมองข้ามและโยนความผิดให้เป็นแค่ "มนุษย์เมนส์" หรืออาการ PMS ทั่วไป แต่ถ้าอารมณ์ของคุณดิ่งลึกจนควบคุมไม่ได้และรบกวนชีวิตคู่หรือการทำงานอย่างรุนแรง คุณอาจกำลังเผชิญกับ PMDD คือ กลุ่มอาการผิดปกติทางอารมณ์ก่อนมีประจำเดือน ซึ่งเป็นโรคทางกายภาพประเภทหนึ่ง ไม่ใช่ความอ่อนแอทางจิตใจ และไม่ใช่เรื่องที่คุณคิดไปเอง เราเลยอยากขอชวนสาวๆ มา เช็กอาการกันว่า PMDD คืออะไร ต่างกับ PMS อย่างไร รักษาอย่างไร พร้อมแบบทดสอบ ที่จะช่วยให้คุณหายทรมานจากอาการนี้กันค่ะ

 

 

PMS กับ PMDD ต่างกันอย่างไร ตารางเปรียบเทียบเชิงลึก


        ผู้หญิงหลายคนยังสับสนระหว่างสองภาวะนี้ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและแยกแยะได้ง่ายขึ้น มาดูข้อแตกต่างที่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจกันค่ะ

 

หัวข้อเปรียบเทียบอาการ PMS (ทั่วไป)อาการ PMDD (รุนแรง)
ความรุนแรงของอารมณ์หงุดหงิดง่าย อ่อนไหวง่าย เครียดเล็กน้อย พอประคับประคองอารมณ์ได้
เศร้าโศกอย่างรุนแรง รู้สึกสิ้นหวัง หดหู่ ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ กังวลขั้นสุด หรือมีความคิดอยากหนีไปจากทุกอย่าง
ผลกระทบต่อชีวิตอึดอัดตัว รำคาญใจ แต่ยังไปทำงานและคุยกับคนรอบข้างได้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงมาก ทะเลาะกับคนรอบข้าง
อาการทางกายคัดเต้านม ท้องอืด ปวดหัวเล็กน้อยปวดหัวไมเกรนรุนแรง อ่อนเพลียเรื้อรัง
การกินและการนอนอยากกินของหวานหรือของเค็มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยพฤติกรรมการกินเปลี่ยนไปมาก นอนไม่หลับ หรืออยากนอนทั้งวัน

 

 

แบบเช็กอาการ PMDD อารมณ์ดิ่งก่อนมีเมนส์ รุนแรงแค่ไหน

       ลองสำรวจตัวเองในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนประจำเดือนมา ว่าคุณมีอาการเหล่านี้บ่อยหรือรุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวันกี่ข้อกันค่ะ


ส่วนที่ 1 เช็กอาการทางอารมณ์ที่พบบ่อย (หัวใจสำคัญ)

  • ดิ่งลึก เศร้ามาก สิ้นหวัง รู้สึกไร้ค่า หรือเอาแต่โทษตัวเอง
  • เครียดจัด วิตกกังวล ตึงเครียด ตื่นตระหนก เหมือนฟิวส์จะขาดตลอดเวลา
  • อารมณ์สวิง จู่ๆ ก็ร้องไห้ อ่อนไหวง่ายกับคำพูดคนอื่นเป็นพิเศษ
  • ปรี๊ดแตก โกรธง่าย หงุดหงิดฉุนเฉียว ชวนแฟนทะเลาะบ่อยขึ้น

ส่วนที่ 2 เช็กอาการทางกายและพฤติกรรม

  • เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไรที่เคยชอบ ไม่อยากเจอใคร อยากเก็บตัวเงียบๆ
  • สมองเบลอ ไม่มีสมาธิ ขี้ลืม ทำงานผิดพลาดง่ายกว่าปกติ
  • หมดพลัง อ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยง่าย ไม่มีแรงลุกออกไปไหน
  • กินแหลก อยากกินมากกว่าปกติ โดยเฉพาะแป้ง ของหวาน หรือของเค็ม
  • นอนไม่หลับ หรือไม่ก็นอนมากเกินไปแต่ก็ยังง่วง
  • ล้นมือ รู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ รับมือกับปัญหาอะไรไม่ไหวเลย
  • ร่างกายประท้วง เจ็บคัดเต้านม ตัวบวม ท้องอืด ปวดหัว หรือปวดเมื่อยตามตัว


วิธีอ่านผลแบบทดสอบ PMDD แบบเข้าใจง่ายที่สุด

       ลองนับจำนวนข้อที่ตัวคุณเองเช็กถูก [✓] แล้วดูผลลัพธ์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

  • 🟢 สีเขียว (มีอาการ 0 - 4 ข้อ) อาการ PMS ทั่วไป
    ความหมาย ร่างกายแค่เปลี่ยนแปลงตามฮอร์โมนปกติค่ะ อาการไม่รุนแรงมาก สามารถดูแลตัวเองด้วยการพักผ่อน ออกกำลังกาย และปรับอาหารก็ดีขึ้นได้แล้วค่ะ

  • 🟡 สีเหลือง (มีอาการ 5 ข้อขึ้นไป แต่ "ไม่มี" อาการในส่วนที่ 1 เลย) อาการ PMS ระดับเฝ้าระวัง
    ความหมาย อาการเริ่มเยอะจนทำให้อึดอัดตัวและใจ ควรเริ่มปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ลดเครียด และคอยสังเกตอาการตัวเองเพิ่มในเดือนถัดๆ ไปค่ะ

  • 🔴 สีแดง (มีอาการ 5 ข้อขึ้นไป และ "มีอาการในส่วนที่ 1" อย่างน้อย 1 ข้อ) เข้าข่ายภาวะ PMDD
    ความหมาย อารมณ์ของคุณดิ่งและรุนแรงเกินกว่าจะเป็นแค่เรื่องเมนส์ปกติแล้วค่ะ อาการนี้เกิดจากสารเคมีในสมองแปรปรวน แนะนำให้จูงมือคุณหมอ (จิตแพทย์หรือหมอสูตินรีแพทย์) เพื่อรับยารักษาตรงจุด จะช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกๆ เดือนค่ะ

 

ไม่ใช่แค่คิดไปเอง! เปิดสาเหตุ PMDD จากสารเคมีในสมอง

        บ่อยครั้งที่ผู้หญิงที่เป็น PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) ถูกติติงว่า "คิดมากไปเอง" หรือ "เรียกร้องความสนใจ" แต่ในทางการแพทย์ยืนยันว่า PMDD เกิดจากความผิดปกติทางชีวภาพ โดยสมองและระบบประสาทของผู้ป่วยมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน) มากเป็นพิเศษในช่วงหลังตกไข่

       ความไวนี้ส่งผลโดยตรงให้ เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์และความสุขในสมองดิ่งลดลงอย่างน่ากลัว ดังนั้น อาการเศร้า ดิ่ง หรือระเบิดอารมณ์ จึงเป็นเรื่องของสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล ไม่ใช่เรื่องของนิสัยใจคอหรือการคิดไปเองแต่อย่างใดค่ะ

 

แนวทางการรักษา PMDD ทางการแพทย์

       หากคุณตกอยู่ในเกณฑ์สีแดง แพทย์จะมีวิธี รักษา PMDD หลักๆ 2 แนวทาง ดังนี้ค่ะ

   1. ยาคุมรักษา PMDD แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนต่ำที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนโปรเจสตินรุ่นใหม่ (เช่น Drospirenone) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการบวมน้ำและช่วยปรับระดับฮอร์โมนให้คงที่ตลอดทั้งเดือน ลดการแกว่งของอารมณ์ได้ดี

   2. ยากลุ่ม SSRIs (ยาปรับอารมณ์) สำหรับรายที่มีอาการทางจิตใจดิ่งรุนแรง แพทย์อาจจ่ายยาต้านเศร้ากลุ่มนี้เพื่อไปเพิ่มปริมาณสารเซโรโทนินในสมอง โดยอาจให้กินเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน หรือกินต่อเนื่องทุกวันตามอาการ


5 อาหารต้านอาการ PMDD และการปรับไลฟ์สไตล์แก้อาการ PMS และ PMDD


       นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การปรับพฤติกรรมก็ช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้อย่างมาก

   1. กินอาหารแมกนีเซียมสูง เช่น อัลมอนด์ ผักโขม และดาร์กช็อกโกแลต ช่วยลดอาการหงุดหงิดและลดความเครียด

   2. เติมวิตามินบี 6 พบมากในกล้วย อกไก่ และปลาทูน่า ช่วยสมองสร้างสารเซโรโทนิน

   3. ลดโซเดียม หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพื่อลดอาการตัวบวมน้ำ คัดหน้าอก

   4. ลดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็ว วิตกกังวล และนอนไม่หลับซ้ำเติมอาการดิ่ง

   5. กินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ อารมณ์ไม่สวิง

 

การออกกำลังกายหลั่งเอ็นดอร์ฟิน ช่วยลดอาการ PMS และ PMDD

       ควรเน้น การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การเดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือปั่นจักรยาน อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-4 วัน เพราะจะช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขธรรมชาติ มารับมือกับอารมณ์เศร้าหมองได้อย่างดีค่ะ


เทคนิคจัดตารางชีวิตช่วงสัปดาห์อันตราย (Luteal Phase)

       สัปดาห์อันตรายหรือช่วง Luteal Phase (ประมาณ 7-14 วันก่อนประจำเดือนมา) คือช่วงที่ฮอร์โมนแปรปรวนที่สุด ลองใช้เทคนิคเหล่านี้จัดระเบียบชีวิตดูนะคะ จะช่วยลดปัญหากับคนรอบข้างได้มากทีเดียวค่ะ

  • แจ้งคนใกล้ชิด บอกแฟนหรือครอบครัวล่วงหน้าอย่างเปิดอกว่า "ช่วงนี้กำลังเข้าสู่สัปดาห์อารมณ์อ่อนไหวนะ ถ้าเงียบไปหรือดูหงุดหงิด ขอกำลังใจและการซัพพอร์ตด้วย"

  • เลื่อนงานยากออกไปก่อน หากเลือกได้ ให้จัดตารางงานที่ต้องใช้พลังสมองสูงหรืองานที่ต้องเจรจาต่อรองเครียดๆ ไปไว้ช่วงสัปดาห์หลังประจำเดือนมาแทน

  • เพิ่มเวลาฮีลใจ ล็อกวันสำหรับดูซีรีส์เรื่องโปรด อาบน้ำอุ่น หรือทำกิจกรรมผ่อนคลายที่คุณรักในช่วงนี้เป็นพิเศษ


เครื่องมือช่วยหมอ วิธีจดบันทึกอาการประจำวัน

        การเดินไปบอกหมอแค่ว่า "อารมณ์ไม่ดีก่อนมีเมนส์" อาจไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัย เพราะสูตินรีแพทย์ หรือ จิตแพทย์ จำเป็นต้องเห็นรูปแบบอาการที่ชัดเจน ดังนั้น คุณควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบันทึกประจำเดือน (เช่น Flo, Clue) หรือใช้สมุดโน้ตธรรมดาเพื่อจดบันทึก 3 สิ่งนี้ติดต่อกันอย่างน้อย 2 รอบเดือนนะคะ

   1. วันที่ประจำเดือนมาวันแรกและวันสุดท้าย
   2. อาการที่เจอในแต่ละวัน (เช่น ดิ่งระดับ 8/10, ปวดหัวระดับ 5/10)
   3. ผลกระทบ (เช่น วันนี้ทะเลาะกับแฟน วันนี้ลางาน ฯลฯ)

       การมีข้อมูลที่จับต้องได้นี้ จะช่วยให้คุณหมอแยกแยะโรคและวางแผนจ่ายยาปรับฮอร์โมนหรือยาปรับสารสื่อประสาทได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยที่สุดค่ะ อย่าปล่อยให้ความทรมานในทุกเดือนทำลายความสุขและความสัมพันธ์ของคุณ รีบเช็กและดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้กันนะคะ

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
สัมผัสโลกไร้ขีดจำกัดกับทรูไอดี