รีเซต

รู้จัก โพรไบโอติกส์ จุลินทรีย์ตัวจิ๋ว ที่มีดีมากกว่าเรื่องช่วยขับถ่าย

รู้จัก โพรไบโอติกส์ จุลินทรีย์ตัวจิ๋ว ที่มีดีมากกว่าเรื่องช่วยขับถ่าย
FaiiNatnista
12 มีนาคม 2567 ( 14:35 )
406

     หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า “โพรไบโอติกส์” จนชินหู และรู้ถึงสรรพคุณเด่นในเรื่องระบบขับถ่าย แต่น้อยคนจะรู้ว่าโพรไบโอติกส์ในลำไส้ของเรามีประโยชน์ต่อระบบอื่นๆ ในร่างกายอีกมากมาย

 

 

     วันนี้มีโอกาสได้พบกับ คุณหมอบาย - นพ.พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ แพทย์ผู้อำนวยการ W9 Wellness Center (ดับเบิลยูไนน์ เวลเนส เซ็นเตอร์) ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟูความเสื่อมแบบองค์รวมซึ่งคุณหมอบายไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ว่า “โพรไบโอติกส์ คือจุลินทรีย์ที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์มากกว่า 500 ชนิด มีชีวิตแบบพึ่งพาซึ่งกันและกัน สามารถพบได้ในช่องปาก กระเพาะอาหาร ลำไส้ และระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งโพรไบโอติกส์แต่ละชนิดส่งผลต่อร่างกายแตกต่างกัน จุลินทรีย์ดีจะช่วยรักษาสุขภาพลำไส้ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย ช่วยการขับถ่าย กระตุ้นภูมิคุ้มกัน เผาผลาญไขมัน และลดสารพิษในลำไส้ จุลินทรีย์ร้ายก่อให้เกิดโรคต่อร่างกาย”

 

 

อยากเพิ่มจุลินทรีย์ดี ต้องเริ่มที่ลำไส้

     “ระบบทางเดินอาหารของมนุษย์เป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ หรือโพรไบโอติกส์หลายชนิด ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ ของร่างกาย ทั้งระบบย่อยอาหาร ระบบประสาท ระบบขับถ่าย รวมทั้งระบบภูมิคุ้มกัน ที่เป็นระบบหนึ่งที่สำคัญและช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ซึ่ง 70% ของระบบภูมิคุ้มกัน (Immunity System) เกิดขึ้นในลำไส้ของเรา รวมถึงเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สำคัญอย่าง NK Cells (Natural Killer Cells) ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าที่ต่อสู้ป้องกันเชื้อโรคก็อาศัยอยู่ที่ลำไส้เช่นกัน เพราะกุญแจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีคือ การรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกายให้มีความสมดุลและมีความหลากหลายของสายพันธุ์ในร่างกาย” คุณหมอบาย กล่าว

 

ประโยชน์ของโพรไบโอติกส์

     โพรไบโอติกส์ในร่างกายมีมากมายหลายร้อยสายพันธุ์ ทำหน้าที่แตกต่างกันไป มาดูกันว่าโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ไหนมีประโยชน์กับร่างกายเราในด้านไหนบ้าง

  • Bifidobacterium Bifidum (B.bifidum) ถือเป็นโพรไบโอติกส์สำคัญ ช่วยป้องกันการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียก่อโรค โดยไปยึดเกาะผนังลำไส้ และแย่งสารอาหารจากจุลินทรีย์ตัวร้าย มีหน้าที่เสริมภูมิคุ้มกัน, ช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุ, ลดโอกาสการเกิดโรคในลำไส้, ลดระดับคอเลสเตอรอลในพลาสมา, ลดความเสียหายที่เกิดจากสารพิษในอวัยวะ และผลิตกรดแล็กติก และยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดไม่ดี

  • Bifidobacterium breve (B.breve) เป็นจุลินทรีย์ที่ดี สามารถช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งเด็กคลอดธรรมชาติจะมีโอกาสได้รับจุลินทรีย์ชนิดนี้ตั้งแต่แรกเกิดผ่านทางช่องคลอดของแม่ ทำให้เด็กคลอดธรรมชาติมีพื้นฐานร่างกายที่แข็งแรง ทำหน้าที่ช่วยลดการอักเสบ, ช่วยในการย่อยอาหาร, สนับสนุนการทำงานของลำไส้, ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง และช่วยส่งเสริมการทำงานของลำไส้ได้เป็นอย่างดี

  • Bifidobacterium lactis (B.lactis) มีประโยชน์ในผู้ป่วยที่มีโรคผิวหนังอักเสบ ช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T (T lymphocytes) และเซลล์เพชฌฆาต NK Cell (Natural Killer Cells) ทั้งหมด ส่งผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดของเสียในร่างกาย ส่งเสริมการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุในลำไส้ให้ดียิ่งขึ้น

  • Lactobacillus gasseri (L.gasseri) เป็นโพรไบโอติกส์ที่มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการควบคุมน้ำหนัก ลดไขมันในช่องท้อง เส้นรอบเอวและเส้นรอบสะโพก ส่วนใหญ่พบในน้ำนมของแม่ มีหน้าที่สำคัญในการเสริมสร้างการสังเคราะห์ Growth Hormone, ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้า และลดความกระวนกระวาย, สังเคราะห์ Gassericin A ในร่างกายซึ่งมีหน้าที่ต่อสู้กับจุลินทรีย์ชนิดไม่ดี, ลดความเครียดและช่วยให้การนอนมีคุณภาพขึ้น รวมถึงลดอาการท้องผูกจากสาเหตุความเครียด รวมทั้งคุมน้ำหนัก และลดความเสี่ยงการเกิดกลุ่มอาการการเผาผลาญผิดปกติ (อ้วนลงพุง)

 

 

“อ้วนลงพุง” หัวขบวนโรคร้ายของคนยุคใหม่

     คุณหมอบาย - นพ.พิจักษณ์ กล่าวต่อว่า “ปัจจุบันพบว่าคนไทยเป็น โรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) เพิ่มมากชึ้น เพราะการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติ เกิดการสะสมไขมันบริเวณช่องเอว หรือช่องท้องปริมาณมากเกินไป ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกายหลายระบบโดยสังเกตุจากรอบเอวมากกว่าหรือเท่ากับ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง และมากกว่าหรือเท่ากับ 90 เซนติเมตรในผู้ชาย ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่มีพลังงานสูง กินหวาน มัน เค็ม หรือการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย ขาดการออกกำลังกาย ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการปรับสมดุลลำไส้ด้วยโพรไบโอติกส์เฉพาะบุคคล ที่ช่วยฟื้นฟูระบบเผาผลาญอาหารให้เป็นปกติ ดังนั้นการเสริมโพรไบโอติกส์ให้ตรงกับความต้องการของร่างกายตัวเอง (Personalized Probiotics) รวมถึงสัดส่วนที่ควรบริโภคในแต่ละบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่ปรับสมดุลลำไส้”

 

 

เสริมโพรไบโอติกส์ที่ร่างกายต้องการ สร้างสมดุลสุขภาพ

     เพราะเซลส์ 90% ในร่างกายคือเซลส์ของจุลินทรีย์ หากจุลินทรีย์ในลำไส้ที่เสียสมดุล จะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคเรื้อรังร้ายแรงมากมาย และแต่ละคนมีความต้องการโพรไบโอติกส์แต่ละชนิดที่แตกต่างกันจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต และพันธุกรรม ดังนั้นการตรวจจุลินทรีย์ (Gut Microbiome DNA Test) จึงเป็นการตรวจเพื่อดูว่าร่างกายของเรากำลังขาดโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ชนิดใด เพราะการกินโปรไบโอติกส์ให้เห็นผล ต้องกินสายพันธุ์ที่ใช่ ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อการมีสุขภาพที่ดีและยั่งยืน

     สนใจรับคำปรึกษาเรื่องการสร้างสมดุลสุขภาพได้ที่ W Ploenchit Wellness Center และ W9 Wellness Center ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟูความเสื่อม ได้ที่ https://w9wellness.com

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง