อย่าเพิ่งซื้อยากินเอง! 7 วิธีเช็กอาการกรดไหลย้อนกับโรคกระเพาะ ต่างกันอย่างไร?
26 ตุลาคม 2569 ( 15:30 )
1
ปวดท้องตรงลิ้นปี่ทีไร ใจมันตุ๊มๆ ต่อมๆ ทุกทีใช่ไหมคะ? หลายคนมักจะสับสนเวลาเจ็บท้องจุกเสียดว่าเรากำลังเจอกับโรคฮิตของคนเมืองโรคไหนกันแน่ วันนี้เรามา เช็กอาการกรดไหลย้อนกับโรคกระเพาะ ต่างกันอย่างไร ให้ชัดๆ ไปเลยค่ะ เพราะการแยกโรคได้ถูกต้องจะช่วยให้เราเลือกวิธีดูแลตัวเองและปรับพฤติกรรมได้ตรงจุด ไม่ต้องนั่งเดาหรือซื้อยามากินเองแบบผิดๆ จนอาการลุกลาม แอบกระซิบว่าอาการจุกแน่นของทั้งสองโรคนี้มีเส้นแบ่งบางๆ ที่ถ้าสังเกตดีๆ จะรู้เลยว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนเรื่องอะไรอยู่ค่ะ
ในฐานะที่เคยผ่านสมรภูมิปวดท้องกินข้าวไม่ตรงเวลาจนกรดกำเริบมาแล้ว บอกเลยค่ะว่าการมองหา วิธีรักษาอาการกรดไหลย้อนและโรคกระเพาะให้หายขาด ไม่ใช่แค่เรื่องของการพึ่งยาเคมีเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการปรับตารางชีวิตและเลือกทานอาหารเสริมที่ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารควบคู่กันไปด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยดีๆ วันนี้มีรีวิวไอเทมเด็ดที่ช่วยเคลือบกระเพาะและลดกรดเกินในทางเดินอาหารได้อย่างอ่อนโยนมาฝากกันด้านล่างนี้ด้วย เผื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ไปปรับใช้ดูแลสุขภาพพุงของตัวเองให้กลับมาแฮปปี้อีกครั้งค่ะ
7 วิธีเช็กอาการกรดไหลย้อนกับโรคกระเพาะ ต่างกันอย่างไร
1. เช็กตำแหน่ง "จุดระเบิด" ของความปวด
- โรคกระเพาะ: อาการปวดจะกระจุกตัวอยู่บริเวณ ใต้ลิ้นปี่ ท้องส่วนบน หรือรอบๆ สะดือ เป็นความรู้สึกปวดแน่นๆ ตื้อๆ อยู่ภายในช่องท้อง
- กรดไหลย้อน: อาการจะวิ่งขึ้นด้านบน โดยจะรู้สึก แสบร้อนกลางอก (Heartburn) ลามขึ้นมาที่คอหอย บางครั้งพาลพาโลทำให้รู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอจนกลืนน้ำลายลำบาก
2. เช็กเอฟเฟกต์ "ความแสบ"
- โรคกระเพาะ: แสบในท้อง ร้องจ๊อกๆ เหมือนกระเพาะโดนกัด (เพราะกรดไปโดนแผลในกระเพาะ)
- กรดไหลย้อน: แสบร้อนปะทุเหมือนมีไฟลวกอยู่แถวๆ อกและหลอดอาหาร เนื่องจากหูรูดส่วนปลายหลอดอาหารคลายตัว ทำให้กรดและน้ำย่อยไหลย้อนศรขึ้นมาข้างบน
3. เช็กรสชาติในปากและลำคอ
- โรคกระเพาะ: มักไม่มีรสชาติแปลกปลอมในคอ แต่อาจมีอาการอิ่มไว ท้องอืด หรือเรอมีกลิ่นอาหารบ้าง
- กรดไหลย้อน: จะมีอาการ ขย้อนน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขม ขึ้นมาในปากอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังทานอาหารเสร็จใหม่ๆ หรือช่วงที่เรอ
4. เช็กความสัมพันธ์กับ "เวลามื้ออาหาร"
- โรคกระเพาะ: อาการจะแปรผันตามปริมาณอาหารในท้อง เช่น ปวดก่อนกินข้าวพอได้กินแล้วดีขึ้น (แผลหลบสารอาหาร) หรือบางคนก็ปวดหลังกินข้าวเสร็จทันที
- กรดไหลย้อน: อาการมักจะกำเริบ หลังกินมื้อใหญ่ภายใน 1-2 ชั่วโมง ยิ่งกินบุฟเฟต์แน่นๆ หรือทานอาหารไขมันสูง อาการแน่นและแสบอกจะชัดขึ้นมาก
5. เช็กอาการเมื่อเปลี่ยน "ท่าทางของร่างกาย"
- โรคกระเพาะ: ไม่ว่าจะนั่ง ยืน หรือนอน อาการปวดท้องตื้อๆ มักจะคงเดิม ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงตามท่าทาง
- กรดไหลย้อน: อาการจะกำเริบหนักมาก เมื่อนอนราบ นอนตะแคงขวา หรือก้มตัว เพราะแรงโน้มถ่วงจะช่วยส่งให้กรดไหลย้อนขึ้นมาตามหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น
6. เช็กกลิ่นปากและเสียงที่เปลี่ยนไป
- โรคกระเพาะ: ส่วนใหญ่ไม่มีผลกับเสียงหรือกลิ่นปากโดยตรง (ยกเว้นมีอาการท้องอืดรุนแรงจนเรอเหม็นเปรี้ยว)
- กรดไหลย้อน:กรดที่ไหลย้อนขึ้นมาจะไปกัดไอระเหยและสายเสียง ทำให้มีอาการ เสียงแหบเรื้อรัง ไอแหบๆ บ่อยตอนเช้า และมีกลิ่นปากไอเปรี้ยวๆ โดยหาสาเหตุจากฟันไม่ได้
7. เช็กอาการร่วมแปลกๆ (คลื่นไส้ VS ใจสั่น)
- โรคกระเพาะ: มักมาพร้อมอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ท้องเฟ้อ เหมือนอาหารไม่ย่อยอยู่นานหลายชั่วโมง
- กรดไหลย้อน: บางครั้งทำให้เหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือเจ็บหน้าอกคล้ายโรคหัวใจ จนหลายคนตกใจวิ่งเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งเกิดจากกรดไปกระตุ้นเส้นประสาทบริเวณหลอดอาหารนั่นเองค่ะ
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น ปวดแบบไหน ควรทำอย่างไร?
- ถ้าเป็นโรคกระเพาะ: เน้นทานอาหารให้ตรงเวลา เคี้ยวให้ละเอียด หลีกเลี่ยงของเผ็ดจัด รสจัด และทานยาลดกรดหรือยาเคลือบกระเพาะตามแพทย์สั่งเพื่อช่วยสมานแผล
- ถ้าเป็นกรดไหลย้อน: ห้ามกินแล้วนอนทันที (ต้องเว้นอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง) ลดอาหารไขมันสูง ชา กาแฟ น้ำอัดลม และอาจใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้นเวลานอนช่วยได้เยอะค่ะ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้![]()
สิทธิประโยชน์แนะนำ
สิทธิประโยชน์แนะนำ

