7 สาเหตุ ตื่นนอนแล้วปวดหัว แก้ยังไงดี? เพื่อสุขภาพการนอนที่ดีขึ้น
พาเจาะลึกว่าทำไม ตื่นนอนแล้วปวดหัว และมีวิธีแก้ยังไงดี พร้อมวิธีป้องกันที่เห็นผลจริง เพื่อให้คุณสาวๆ ตื่นมาพร้อมกับความสดชื่นในทุกวันค่ะ
การเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยอาการ "ปวดหัวตุบๆ" หรือรู้สึก "หัวหนัก" เป็นเรื่องที่บั่นทอนพลังงานและอารมณ์ตลอดทั้งวัน หลายคนมักมองข้าม และคิดว่าแค่ล้างหน้าหรือดื่มกาแฟก็หาย แต่ความจริงแล้วอาการ ตื่นนอนแล้วปวดหัว อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บอกว่าระบบภายในหรือพฤติกรรมการนอนของคุณกำลังมีปัญหา!
7 สาเหตุยอดฮิต ตื่นนอนแล้วปวดหัว
1. ภาวะขาดน้ำ
ร่างกายเราไม่ได้กินน้ำเลยตลอด 7-8 ชั่วโมงที่หลับ หากก่อนนอนดื่มน้ำน้อยเกินไป หรือนอนในห้องที่อากาศแห้งจัด เลือดจะมีความเข้มข้นสูงขึ้นและการไหลเวียนออกซิเจนไปเลี้ยงสมองลดลง ทำให้เกิดอาการปวดหัวหลังตื่นนอนได้
2. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
นี่คือสาเหตุที่ร้ายแรงที่สุด! เมื่อทางเดินหายใจถูกปิดกั้นขณะหลับ ระดับออกซิเจนในเลือดจะตกลง และคาร์บอนไดออกไซด์จะคั่งในสมอง ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวและเกิดอาการปวดหัวรุนแรงในตอนเช้า
3. นอนกัดฟัน
การกัดฟันหรือขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัวขณะหลับ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณขมับและกรามตึงเครียดสะสม ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวแบบตึงเปรี๊ยะ เมื่อตื่นขึ้นมา
4. ท่านอน หมอนที่ไม่เหมาะสม
หมอนที่สูงหรือต่ำเกินไป ทำให้กระดูกสันหลังส่วนคออยู่ในท่าที่ผิดธรรมชาติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อคอบ่าไหล่เกร็งตัว และลามไปเป็นอาการปวดหัวช่วงท้ายทอย
5. ภาวะ ถอนกาแฟ
หากใครเป็นคอกาแฟที่ดื่มหนักในช่วงกลางวัน เมื่อถึงตอนเช้าที่ร่างกายขาดคาเฟอีนมาหลายชั่วโมง หลอดเลือดในสมองจะขยายตัวกว้างขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดหัว จากการขาดคาเฟอีนได้
6. ความเครียด อาการซึมเศร้า
ความเครียดสะสมทำให้คุณภาพการนอนแย่ลง สมองไม่ได้พักผ่อนลึก (Deep Sleep) ส่งผลให้สารเคมีในสมองไม่สมดุล และกระตุ้นอาการปวดศีรษะ
7. ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน
แอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และ มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง นำไปสู่การปวดหัวอย่างไม่ต้องสงสัย
ตื่นนอนแล้วปวดหัว แก้ยังไงดี? 5 วิธีแก้ที่ต้นเหตุ
1. จิบน้ำทันทีที่ตื่นนอน
เตรียมน้ำเปล่าไว้ที่หัวเตียง และจิบน้ำ 1-2 แก้วทันทีที่ลุกจากที่นอน เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้เซลล์และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
2. เช็กระดับความสูงของหมอน
เลือกหมอนที่รองรับส่วนโค้งของต้นคอได้พอดี ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป หากนอนตะแคง หมอนควรมีความสูงเท่ากับระยะระหว่างหูถึงหัวไหล่
3. ใช้เทคโนโลยี Sleep Tracker
ลองใช้ Smart Watch หรือแอปพลิเคชันตรวจจับการนอนเพื่อดูว่ามีการ "กรน" หรือ "หยุดหายใจ" หรือไม่ หากพบความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำ Sleep Test
4. ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อกรามก่อนนอน
หากรู้ตัวว่านอนกัดฟัน ให้ฝึกวางลิ้นไว้ที่เพดานปากส่วนบนเบาๆ เพื่อให้กรามไม่สบกันแน่น หรือปรึกษาทันตแพทย์เพื่อใส่ Night Guard (เฝือกสบฟัน)
5. ดีท็อกซ์หน้าจอก่อนนอน
งดเล่นมือถือ 1 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อให้สมองผลิตเมลาโทนินตามธรรมชาติ ช่วยให้หลับลึกและลดโอกาสการเกิดอาการปวดหัวจากความเครียด
เมื่อไหร่ที่อาการปวดหัวตอนเช้า อันตราย?
หากพบอาการดังต่อไปนี้ร่วมกับการปวดหัวหลังตื่นนอน แนะนำให้รีบพบแพทย์ทันที
ปวดหัวรุนแรงที่สุดในชีวิต แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มีอาการแขนขาอ่อนแรง หรือปากเบี้ยว
มีไข้สูง หรือคอแข็งเกร็ง
อาการปวดไม่หายไปหลังผ่านไป 2-3 ชั่วโมง หรือหลังทานยาแก้ปวด
บทความที่คุณอาจสนใจ

