รีเซต

9 อาหารและเครื่องดื่มช่วยบำรุงผิว ผิวเปล่งปลั่ง สุขภาพดี มีน้ำมีนวล

9 อาหารและเครื่องดื่มช่วยบำรุงผิว ผิวเปล่งปลั่ง สุขภาพดี มีน้ำมีนวล
BeauMonde
24 มกราคม 2566 ( 13:13 )
13.8K

     อาหารหลายชนิดมีทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถช่วยบำรุงให้ผิวของเราสุขภาพดีขึ้นได้ อาหารที่มาจากธรรมชาติ โดยเฉพาะพืชต่าง ๆ เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว เมล็ดพืชและถั่วต่างๆ นั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวได้เป็นพิเศษ และจากการศึกษาจากหลาย ๆ แห่งก็พบว่าอาหารเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิวได้ รวมถึงยังมีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วย 

     ไม่มีอาหารชนิดไหนที่จะสามารถบำรุงผิวได้แบบเฉพาะเจาะจง เพราะส่วนมากมักมาในรูปแบบของการบริโภคอาหารที่หลากหลายซึ่งทำให้ร่างกายได้สารอาหารครบถ้วน ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีพืชเป็นหลักสามารถตอบโจทย์นี้ได้ ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ทั้ง 2 สิ่งนี้ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบำรุงผิวให้แข็งแรง  

 

อาหารช่วยบำรุงผิวได้อย่างไร ?

 

     สารอาหารบางอย่างในอาหารจำพวกพืช เช่น วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน และโพลีฟีนอล ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ช่วยลดการอักเสบ ช่วยเสริมโครงสร้างของผิว และป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเหี่ยวและมีริ้วรอย  

     ถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมันปลามีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการมีผิวที่แข็งแรง ไขมันดี กรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 มีส่วนในการช่วยลดการอักเสบและช่วยรักษาสภาพผิว รวมถึงยังอาจมีส่วนช่วยลดสิวและลดอาการของโรคผิวหนังอื่น ๆ อย่างโรคสะเก็ดเงินได้ด้วย

     การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยพืชเป็นหลักมีความเกี่ยวข้องกับริ้วรอยบนใบหน้าที่ลดลง ในขณะที่อาหารจำพวกเนื้อแดง อาหารแปรรูปและขนมขบเคี้ยวมีความสัมพันธ์กับริ้วรอยบนใบหน้าที่มากขึ้น

 

 

9 อาหารและเครื่องดื่มช่วยบำรุงผิว

 

1. ผักและผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี

 

 

     พริกหวาน กีวี บรอกโคลี และผลไม้รสเปรี้ยว ทั้งหมดนี้มีวิตามินซีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันดีว่าสามารถช่วยบำรุงผิวได้ วิตามินซีสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบหลักในผิว วิตามินซียังช่วยป้องกันความเสียหายจากรังสีอัลตราไวโอเลตที่มีอยู่ในแสงแดด   

 

2. ผลไม้ที่มีโพลีฟีนอล

 

 

     เช่นเดียวกับวิตามินซี โพลีฟีนอลในผลไม้ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งจะสามารถช่วยผิวและทำให้ผิวมีสุขภาพดีได้ ผลไม้ที่มีโพลีฟีนอล เช่น องุ่น ทับทิม และผลเบอร์รี่ ปริมาณโพลีฟีนอลในผลไม้เหล่านี้ช่วยเสริมการป้องกันอนุมูลอิสระและรักษาความสมบูรณ์ของโครงสร้างของผิวหนัง โพลีฟีนอลยังช่วยลดการอักเสบและสามารถป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์ได้ด้วย

 

3. ผักและผลไม้ที่อุดมด้วยเบต้าแคโรทีน

 

 

     แคนตาลูป แครอท มะม่วง และผักใบเขียว เช่น คะน้า อาหารเหล่านี้มีสารต้านอนุมูลอิสระและเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ สามารถช่วยลดริ้วรอยและการอักเสบได้  

 

4. พืชตระกูลถั่ว

 

 

     ถั่วเหลือง ถั่วแระญี่ปุ่น และอาหารที่ทำมาจากถั่ว เช่น เต้าหู้ การรับประทานพืชตระกูลถั่วสามารถจะช่วยส่งเสริมสุขภาพผิว ถั่วเหลืองมีไอโซฟลาโวนที่เลียนแบบเอสโตรเจนของมนุษย์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะลดลงเรื่อย ๆ หลังวัยหมดระดูหรือวัยทอง  และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง อย่างเช่น เกิดรอยย่น ปัญหาผิวแห้ง และบาดแผลสมานตัวได้ไม่ดี การบริโภคถั่วเหลืองหรือพืชตระกูลถั่วอาจชาวยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และเพิ่มความชุ่มชื้นรวมถึงความยืดหยุ่นของผิวได้

 

5. ธัญพืชและเมล็ดพืช

 

 

     นักวิจัยได้วิเคราะห์ผลกระทบของธัญพืชต่อสุขภาพผิว และจากการศึกษาพบว่าการรับประทานธัญพืชและเมล็ดพืชเป็นประจำอาจช่วยลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าและรอยดำรอยแดงได้ ถั่วและเมล็ดพืชที่มีไขมันโอเมก้า 3 เช่น เมล็ดแฟลกซ์ และเมล็ดเจีย ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากการศึกษาพบว่าไขมันเหล่านี้อาจช่วยลดความรุนแรงที่เกิดจากการทำลายของแสงแดด รวมถึงช่วยลดการเสื่อมสภาพของผิวด้วย

 

6. ปลา

 

 

     ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลาแมกเคอเรล และปลาซาร์ดีนอุดมไปด้วยไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพผิว ไขมันเหล่านี้สามารถช่วยลดการอักเสบ ซึ่งสามารถช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูผิวจากการอักเสบบางอย่างได้ เช่น การอักเสบที่ผิวหนังจากโรคภูมิแพ้ โรคสะเก็ดเงิน และช่วยลดสิว 

 

7. น้ำ

 

 

     การดื่มน้ำมาก ๆ เป็นทางเลือกที่ดีเสมอ เพราะเซลล์ผิวจะประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 64% ซึ่งหมายความว่า หากร่างกายขาดน้ำก็จะมีผลกระทบอย่างมากต่อทั้งสุขภาพโดยรวมและสุขภาพผิว การขาดน้ำมาก ๆ อาจส่งผลให้ผิวแห้ง แต่หากดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ จะส่งผลดีต่อสุขภาพผิวหนังได้ 

 

8. กาแฟ

 

 

     เนื่องจากกาแฟประกอบด้วยน้ำประมาณ 99% จึงเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความชุ่มชื้นซึ่งดีต่อผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ดื่มเป็นประจำ นอกเหนือจากประโยชน์ของปริมาณน้ำแล้ว กาแฟยังมีโพลีฟีนอลที่อาจช่วยลดรอยดำและช่วยลดปัญหาผิวหนังที่แห้งและตกสะเก็ด อย่างไรก็ตามการดื่มกาแฟในที่นี้หมายถึงการดื่มกาแฟดำที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล และไม่ควรดื่มเกิน 2-3 แก้วต่อวัน  

 

10. ชาเขียว

 

 

     เช่นเดียวกับกาแฟ ชาเขียวยังเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความชุ่มชื้นซึ่งประกอบด้วยน้ำประมาณ 99% การศึกษา หลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าชาเขียวอาจลดความหยาบกร้านและลดการเหี่ยวย่นผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น 

 

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง