TrueID

5 วิธีแก้ปัญหา ภาวะน้ำหนักนิ่ง (Hit the plateau) ลดน้ำหนักได้ต่อเนื่อง ผอมได้เร็ว

5 วิธีแก้ปัญหา ภาวะน้ำหนักนิ่ง (Hit the plateau) ลดน้ำหนักได้ต่อเนื่อง ผอมได้เร็ว
Beau_Monde
12 ตุลาคม 2564 ( 13:08 )
265

     หากเราเป็นคนที่ลดน้ำหนักอยู่แต่พอลดไปได้สักพัก น้ำหนักกลับนิ่งแล้วก็ลดต่อไม่ได้ หลาย ๆ คนคงจะเริ่มสงสัยกันแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีเพื่อให้เราสามารถลดน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง 

     คนส่วนใหญ่ที่ลดน้ำหนักมักจะเจอปัญหานี้กันค่อนข้างเยอะค่ะ ซึ่งต้องบอกว่าปัญหาน้ำหนักนิ่ง น้ำหนักค้าง หรือสภาวะ Weight Loss Plateau, Hit The Plateau ถือเป็นเรื่องปกติของคนลดน้ำหนักที่จะต้องเจอค่ะ ยิ่งหากเราลดแบบถูกวิธีด้วยแล้ว จะเจอปัญหานี้บ่อย ๆ เลย นั่นก็เพราะว่าร่างกายของเราจะมีช่วงที่พยายามรักษาสมดุลเอาไว้ค่ะ และในช่วงนี้เองที่ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานน้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักตัวของเราไม่ลดลงค่ะ ซึ่งหากใครที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่ก็ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกลุ้มใจไป เพราะปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่และเราก็มีวิธีแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยค่ะ วันนี้เรามี 5 ข้อที่ควรทำตามเพื่อให้เราพ้นจากสภาวะน้ำหนักนิ่ง เราลองไปดูกันดีกว่าว่าจะต้องปรับอะไรบ้างเพื่อที่จะทำให้น้ำหนักของเราลดลงได้ต่อเนื่องค่ะ 

 

 

5 วิธีแก้ปัญหา ภาวะน้ำหนักนิ่ง (Hit the plateau)

 

1. ตรวจสอบเครื่องดื่มในแต่ละวัน

     โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะใช้พลังงานหลัก ๆ อยู่ 2 แบบ นั่นก็คือพลังงานจากน้ำตาลและพลังงานจากไขมัน ซึ่งพลังงานจากน้ำตาลเป็นพลังงานที่ร่างกายจะเลือกใช้เป็นอันดับแรกค่ะ หากเรายังคงกินอาหารที่มีน้ำตาลแฝงหรือกินอาหารที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ง่าย แน่นอนว่าร่างกายก็จะใช้พลังงานจากอาหารเหล่านี้เป็นหลักและไม่เผาผลาญไขมันในร่างกาย ส่งผลให้น้ำหนักของเราไม่ขยับลดลงและค้างอยู่ที่เดิมนั่นเอง หากตอนนี้เราอยู่ในสภาวะน้ำหนักนิ่ง ให้ลองสำรวจอาการที่กินในแต่ละวันดูว่าเป็นอาหารที่มีน้ำตาลแฝงหรือไม่ บางคนเปลี่ยนจากการดื่มเครื่องดื่มรสหวาน ๆ มาเป็นกินชา กินกาแฟที่ไม่ผสมน้ำตาลก็จริง แต่ก็ยังกินนมเปรี้ยว น้ำผลไม้ เครื่องดื่มไดเอททั้งหลายที่มีน้ำตาลเทียมหรือดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ เครื่องดื่มชูกำลังต่าง ๆ แบบนี้ก็ถือว่าร่างกายยังได้รับน้ำตาลที่ไม่จำเป็นอยู่ แนะนำให้พยายามปรับลดลงมาค่ะ  

 

2.  ตรวจสอบอาการที่กินในแต่ละวัน

     เช่นเดียวกันกับเครื่องดื่มค่ะ หากร่างกายของเรายังรับน้ำตาลโดยที่ไม่จำเป็น ก็หมายความว่าร่างกายจะเผาผลาญไขมันได้น้อยลง ดังนั้นนอกจากเราจะต้องตรวจสอบเครื่องดื่มที่เราดื่มในแต่ละวันแล้ว เราควรจะต้องตรวจสอบด้วยว่าอาหารที่เรากินนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ง่ายหรือไม่ อย่างเช่นพวกแป้งขัดขาวต่าง ๆ เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมปังและข้าวขาว อาหารพวกนี้ไม่ได้หมายความว่ากินไม่ได้นะคะแต่ต้องคุมปริมาณในการกิน อย่าให้มากเกินไปในแต่ละวันค่ะ

 

3. จำกัดเวลาในการกิน

     เมื่อใดก็ตามที่เรากินอาหารร่างกายก็จะเผลผาญพลังงานจากอาหารที่กินเข้าไปเป็นหลักค่ะ ทำให้ไม่ได้เอาไขมันเก่ามาใช้เลย หากเราต้องการให้ร่างกายดึงไขมันที่สะสมไว้ออกมาใช้บ้าง เราก็ต้องมีช่วงเวลาในการหยุดกินอาหารบ้างค่ะ ดังนั้นการจัดการกินของตัวเอง ให้กินเป็นมื้อ ๆ หยุดการกินบ่อย ๆ และหยุดการกินจุกจิก ก็จะทำให้เราได้มีช่วงการพัก ร่างกายก็จะได้ดึงเอาไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ออกมาใช้บ้างนั่นเองค่ะ

 

4. เพิ่มโปรตีนให้เพียงพอ

     บางคนกินอาหารประเภทโปรตีนน้อยมากเพราะว่าเคยเข้าใจว่าต้องกินผักผลไม้เยอะ ๆ ถึงจะลดน้ำหนักได้ คงต้องบอกว่าในความเป็นจริงแล้วการจะควบคุมน้ำหนักให้ได้คือการที่ร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นโปรตีนอย่างเพียงพอ โดยหากเป็นคนทั่วไปที่ใช้ชีวิตประจำวันปกติ ก็จะต้องรับโปรตีนประมาณ 0.8 - 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่ถ้าบางคนที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายก็อาจจะต้องการมากกว่า 1 เท่าของน้ำหนักตัว เพราะโปรตีนคือวัตถุดิบในการที่ร่างกายนำไปสร้างกล้ามเนื้อ คนที่มีมวลกล้ามเนื้อเยอะก็จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าคนที่มีกล้ามเนื้อน้อยหรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงนั่นเองค่ะ

 

5. ออกกำลังกายแบบไหน

     บางคนออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างเดียว เพราะเข้าใจว่าการทำคาร์ดิโอเป็นการเผาผลาญไขมัน จริง ๆ แล้วเราควรจะต้องออกกำลังกายทั้งแบบคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งค่ะ เพราะสิ่งที่จะช่วยให้มวลกล้ามเนื้อของเราเพิ่มขึ้นได้ นั่นก็คือการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งนั่นเอง และข้อที่สำคัญเลยก็คือเมื่อร่างกายของเรามีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น เราก็จะกลับไปอ้วนยากมากขึ้นค่ะ 



บทความที่คุณอาจสนใจ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง