TrueID

3 วิธีนับแคลอรี่ในอาหารแบบง่ายๆ กินจนล้นพุงได้แบบไขมันไม่เกิน

3 วิธีนับแคลอรี่ในอาหารแบบง่ายๆ กินจนล้นพุงได้แบบไขมันไม่เกิน
Beau_Monde
28 เมษายน 2564 ( 13:44 )
4.7K

     สาวๆ คนไหนที่ได้ดูซีรีย์ รักล้นพุง คงต้องมีอาการท้องร้องจ๊อกๆ ทรมานกระเพาะกันบ้างล่ะค่ะ เพราะในซีรีย์นี้มีเมนูน่ากินมากมาย ขนาดกินข้าวไปจนอิ่มแล้วก็ยังหิวได้อีก ยิ่งเป็นคนที่ลดน้ำหนักตลอดปีอย่างเรา พอมาเจอซีรีย์ รักล้นพุง ที่ฉายตอน 2 ทุ่มแบบนี้ บอกเลยว่ามีหวั่นไหวค่ะ 

 

 

     แต่สาวๆ เคยได้ยินคำว่า แคลอิน-แคลเอาท์ มั้ยคะ คำนี่เริ่มมาให้ได้ยินบ่อยๆ ในกลุ่มคนที่ ลดน้ำหนักแบบนับแคลอรี่ ค่ะ ซึ่งแคลอิน (Calories in) คือการที่เรารับพลังงานเข้าไปหรือก็คือการกินอาหารนั่นเองค่ะ ส่วนแคลเอาท์ (Calories out) ก็คือแคลอรี่ขาออกหรือคือการเผาผลาญพลังงานนั่นเองค่ะ แต่เราเชื่อเลยว่ามีสาวๆ หลายคนเลยที่คิดว่าการจะลดน้ำหนักแต่ละทีต้องมานั่งนับแคลอรี่ให้วุ่นวาย ช่างยุ่งยากเหลือเกิน ไหนจะต้องมาคอยนั่งคิดนั่งเครียดตลอดว่าจะกินยังไงดี ถ้าเผลอกินมากหน่อยก็ต้องมาคอยกังวลว่าจะเกินแคลอรี่ที่ตั้งไว้มั้ย แบบนี้ทำให้การลดน้ำหนักของเรามาพร้อมกับความเครียดและสุดท้ายเราจะทำได้ไม่นานแน่นอน

     เพราะฉะนั้นมาเปลี่ยนการนับแคลให้ง่ายกว่าเดิมกันดีกว่า กับ 3 วิธีนับแคลอรี่ในอาหารแบบง่ายๆ กินจนล้นพุงได้แบบไขมันไม่เกิน ที่เราจัดมาให้สาวๆ ได้เอาไปทำตามกัน แต่ก่อนอื่น เราต้องรู้ก่อนว่าในแต่ละวันเราควรกินให้ได้แคลอรี่ประมาณเท่าไหร่ ด้วยการคำนวณง่ายๆ ตามสูตรนี้ค่ะ 

สูตรคำนวนแคลอรี่สำหรับคนที่ลดน้ำหนัก

45 กิโลแคลอรี่ x น้ำหนักตัว - 500

     ยกตัวอย่างหากเราหนัก 78 กิโลกรัม ก็ให้คำนวณโดยใช้ 45 x 78 = 3,510 แล้วนำมา -500 จะได้เท่ากับ 3,010 หมายความว่าเราสามารถรับพลังงานได้ประมาณคร่าวๆ ที่ 3,000 กิโลแคลอรี่ต่อวันค่ะ เมื่อรู้แล้วว่าในแต่วันเราต้องรับพลังงานเท่าไหร่ ในขั้นตอนต่อไปก็คือวิธีการนับแคลแบบง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ในชีวิตประจำวันค่ะ

 

3 วิธีนับแคลอรี่ง่ายๆ

 

 

1. อ่านฉลากอาหาร

     วิธีนับแคลอรี่ที่ถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดนั่นก็คือการอ่านฉลากของอาหารค่ะ ซึ่งในฉลากอาหารก็จะมีบอกคร่าวไว้แล้ว ว่าพลังงานโดยรวมเท่าไหร่ พลังงานจากไขมันเท่าไหร่ และในบางครั้งฉลากอาหารยังมีบอกด้วยว่าควรแบ่งกินกี่มื้อ วิธีการนี้ถือเป็นวิธีง่ายๆ ที่เราจะรู้แคลอรี่ได้โดยที่ไม่ต้องมาคำนวณเอง แถมเมื่อรู้แล้วเรายังสามารถวางแผนต่อได้ด้วยว่าในวันนั้นเราจะต้องแบ่งการกินอาหารเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้ไม่รับแคลอรี่มากเกินไปค่ะ

 

2. เสิร์ชหาข้อมูล

     อีกวิธีที่เราจะรู้ว่าอาหารที่เรากินเข้าไปนั้นมีกี่แคล นั่นก็คือการเสิร์ชหาข้อมูลนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในกูเกิ้ลหรือในบางแอปพลิเคชั่นก็มีบันทึกไว้ ซึ่งเราก็จะได้ข้อมูลคร่าวๆ สามารถประมาณได้ว่าเมนูที่เรากำลังกินอยู่นั้นมีแคลเท่าไหร่ เราก็จะได้นำมาคำนวณต่อว่าเหลือแคลอีกเท่าไหร่ที่เราสามารถกินได้ แต่ข้อเสียของการเสิร์ชหาข้อมูลแบบนี้คือส่วนมากมักจะไม่ค่อยมีอาหารไทย ยิ่งเป็นเมนูแปลกๆ ยิ่งอาจจะไม่ค่อยมีข้อมูลเท่าไหร่ ซึ่งเราก็สามารถแก้ปัญหาได้ตามวิธีสุดท้าย ที่เรากำลังจะบอกต่อไปนี้ค่ะ

 

3. นับแคลเป็นส่วนประกอบในอาหาร

     หากลองเสิร์ชชื่ออาหารแล้วไม่มีข้อมูลแคลอรี่บอก เราก็ใช้วิธีเสิร์ชจากส่วนประกอบในอาหารจานนั้นๆ เลยค่ะ เช่น เรากำลังกินหมี่กรอบราดหน้า ซึ่งในจานก็มีหมี่กรอบ ผักคะน้า เนื้อหมู เครื่องปรุง แบบนี้ก็ให้เราเสิร์ชหาเป็นส่วนๆ ก็จะช่วยให้เราสามารถคำนวณแคลอรี่คร่าวๆ ได้เช่นกันค่ะ

 

     การลดน้ำหนักด้วยการนับแคลอรี่นั้นไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเกินกว่าที่เราจะทำได้ในแต่ละวันค่ะ เพราะเราสามารถนับแคลแบบคร่าวๆ ได้ด้วยวิธีการง่ายๆ อย่างที่บอกไปข้างต้น อย่างไรก็ตามเรื่องของแคลอินและแคลเอาท์ยังเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจ เพราะหากเราจะลดน้ำหนักแบบมีสุขภาพดีได้ เราก็ต้องมีการควบคุมอาหารคู่ไปกับการออกกำลังกายด้วยค่ะ

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง