ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี? รวมเครื่องสำอางญี่ปุ่นน่าซื้อ ราคาน่ารัก! Part 2

ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี? รวมเครื่องสำอางญี่ปุ่นน่าซื้อ ราคาน่ารัก! Part 2
Faii_Natnista
21 มกราคม 2563 ( 17:30 )
1.1K

     ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี? เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคิดแบบนี้ทุกครั้งเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งหลังจากที่เราได้รวบรวม เครื่องสำอางญี่ปุ่นน่าซื้อ มาให้กันไปแล้วใน Part 1 (คลิกอ่าน ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี? รวมเครื่องสำอางญี่ปุ่นน่าซื้อ ราคาน่ารัก!) วันนี้เราก็มีเครื่องสำอางญี่ปุ่นน่าซื้อ ราคาน่ารัก ที่ควรซื้อเมื่อไปญี่ปุ่นมาฝากกันอีกแล้วค่าา ซึ่งแน่นอนว่าลิสต์เครื่องสำอางเหล่านี้ก็รวบรวมโดยคุณเนต เจ้าของเพจ Netty Beauty Life กันเช่นเคย ใครที่มีแพลนไปญี่ปุ่นตลอดทั้งปีนี้อย่าได้พลาดเด็ดขาด!

     สำหรับไอเท็มทั้งหมดใน Part 2 นี้ ต้องบอกก่อนค่ะว่าเป็นเครื่องสำอางและสกินแคร์ที่หาไม่ได้ที่ไทยนะคะ แต่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านเครื่องสำอางทั่วไปที่ญี่ปุ่นเลย ฉะนั้นใครที่มีแพลนไปญี่ปุ่นทั้งทีต้องโกยกลับมาให้ไวเลยนะค้าา

 

 

ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี?

-1-

Maquillage Dramatic Powdery UV Foundation SPF 25 PA+++

 

 

     แบรนด์เครือ Shiseido ได้รับรางวัล Cosme หมวดแป้งผสมรองพื้นปี 2019 นี้ และเมื่อไปหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าได้รางวัลมาหลายปีแล้ว ไม่ใช่แค่ปีนี้ปีเดียว แปลว่าแป้งนี้มันต้องมีดีอะไรแน่ๆ สุดท้ายก็จัดมาลอง และประทับใจมากที่เดียว ปกติเนตไม่ได้อินนะกับแป้งผสมรองพื้น จะชอบรองพื้นมากกว่า เพราะไม่ชอบอะไรที่ดูแล้วเหมือนทาแป้งและดูหนา แต่หลังจากได้ลองแป้งของญี่ปุ่นหลายตัว ถึงกับเปลี่ยนใจ เพราะเนียน ละมุน ไม่แป้ง ใช้ง่าย รวดเร็วดีกว่ารองพื้น ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือตลับนี้ค่ะ

     ก่อนอื่นดีใจที่ได้เจอแป้งอีกยี่ห้อเอาไว้เป็นทางเลือกให้กับเพื่อนๆที่ตามหา “แป้งผสมรองพื้นที่ไม่ใส่น้ำหอม” อันนี้เป็นอีก 1 ตัวเลือกค่ะ และเป็นแป้งผสมรองพื้นที่เนื้อนุ่มมม เนียนมากกกก แบบกำมะหยี่ ไม่มีผงๆ แป้งอะไรออกมาเลย เวลาลงไปที่ผิวคือ เหมือนเราลงรองพื้นมากกว่าแป้ง แต่เป็นรองพื้นบางๆ ที่ให้ความปกปิดแบบ light to medium เลยย้อนกลับไปที่ชื่อ คือ “Powdery Foundation” รองพื้นที่อัดมาเป็นแบบแป้งให้ใช้ง่าย? รึเปล่านะ

     ยกความโดดเด่นที่ความเนียน และเวลาโดนแสงแล้วผ่องค่ะ โดนเฉพาะหลังแป้งเริ่ม set ตัวแล้ว ใครต้องการปกปิดนิดหน่อย หรือคนที่มีรูขุมขนกว้างนิดนึงแต่อยากให้ผิวดูละเอียด จะตอบโจทย์มากๆ แต่หากใครมีรอยเยอะ หรือรอยดำเข้มๆ ปิดไม่หมดนะคะ ต้องพึ่ง Concealer ไม่ได้คุมมันแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผิวมันเพิ่ม แอบชอบที่เนื้อแป้งมีความนุ่มเวลาทาไปที่ผิวเลยไม่ตกร่องไม่ตึงผิว เนื้อแป้งยึดหยุ่นกับผิวได้ดีเลยค่ะ (อ่านเจอว่ามีการผสม skincare ให้ผิวชุ่มชื้นเข้าไปด้วย อาจเป็นผลให้หน้าไม่มันเยิ้มระหว่างวันด้วยก็ได้) ไม่หมอง ไม่ดรอป ตอนนี้เนตชอบมาก และซื้อตุนอีก 1 refill มาแล้ว เพราะไม่มีขายที่ไทย ขายตลับแยกกับรีฟีลนะคะ มีโปรและมี limited packaging บ่อยค่ะ มีขายตามร้านเครื่องสำอางทั่วไปในญี่ปุ่นเลย

     ข้อเสียน่าจะเป็น มีหลายคนบอกว่าทาเยอะไปก็จะดูหนาๆ หน่อย และมีสีให้เลือกน้อยค่ะ

  • ราคา Refill 3,000 เยน เคส 1,000 เยน

 

-2-

Elixir Balancing Oshiroi Milk SPF50+PA++++

 

 

     แบรนด์ลูกจากเครือ Shiseido มีช่วงนึงเป็น talk of the town ที่ทุกคนจะพูดถึงตัวนี้ และหากไปร้านขายเครื่องสำอางก็จะเจอหลอดนี้ติดอยู่ใน item แนะนำ เนตเองก็เลยซื้อมาลอง เพราะเห็นว่าไหนๆ ก็ชอบซื้อกันแดดอยู่แล้ว เพราะเป็น item ที่ยังไงก็ใช้ พอได้ลองแล้วอยากจะกรี๊ดมากกกก เหยยย มันดีมากกกกกเว่อร์ แนะนำว่าต้องซื้อนะ มันเป็นเหมือนกันแดดที่เป็น skincare , make up base และ primer ไปในตัว ทาแล้วผิวดูชุ่มชื้นอิ่มน้ำ และเหมือนมัน tone up ผิวเรานิดดดดนึง เบลอรูขุมขนเราได้ ทิ้งไว้ซักพักให้ set ตัว ดูเป็นผิวที่ไม่ได้แต่งหน้าแต่เป็นคนผิวดีอะไรแบบนี้ไม่ได้เว่อร์ >< ตอนทาคือเนื้อนุ่มสบายยยยผิวมาก เหมือนทาสกินแคร์แบบน้ำนมเลยค่ะ ทาแล้วผิวดูเนียนขึ้น นุ่มผิว

     เนตชอบความที่เค้าเหมือนเบส และ primer ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว (มีพวก humectant อย่าง Sodium PCA และ skin conditioning อื่นๆเยอะค่ะ) ช่วยเชื่อมกับ Make Up ของเราให้ดูกลืนสวย แต่งหน้าเบลนง่ายขึ้น ดีงามมากๆ และสำหรับใครผิวดีอยู่แล้ว ไม่ได้อยากปิดรอย เนตว่าทาเดี่ยวๆ ได้เลย ดูผิวเป็น แบบผิวเด็กมากขึ้นเลยค่ะ

     ข้อเสีย มีส่วนผสมของ alcohol และน้ำหอม ใครแพ้อะไรก็เลี่ยงได้เลย

  • ราคา 1,800 เยน

 

-3-

Coffret D’OR Smile Up Cheek No.1

 

 

     ปัดแก้มตระกูล Kanebo สายละมุนแบบลูกคุณหนูเลย ตัวนี้ก็ได้รางวัลมาเหมือนกันค่ะ เห็นสาวๆ ญี่ปุ่นรีวิวกันเยอะ มาญี่ปุ่นกี่ครั้งไม่เคยได้จัดซักที เอาไม่เอาดีอยู่ 2 ปี สุดท้ายลองเลยดีกว่า และไม่เสียใจที่ซื้อมา จนอยากแนะนำเพื่อนๆ อีก เค้ามีทั้งหมด 4 สี ซึ่งสวยทุกสี เนตซื้อสี 01 soft peach มา อมชมพูส้มๆ แบบว่าสวยมากกกกกก

     ตัวบลัชจะมีความ gradiant และมี shimmer ละเอียด ทำให้ทาไปที่แก้มแล้วเหมือนแก้มเราชุ่มฉ่ำอิ่มน้ำขึ้นมาค่ะ สีก็ละมุนละเอียด กลืนไปกับแก้มดีธรรมชาติ ติดทนเลยล่ะ ปัดแต่เช้า เย็นยังอยู่เช่นกัน สามารถเลือกผสมว่าจะให้ออกสีมาก หรือจะวนรอบนอกให้มากเพื่อให้สีละมุนจางๆ หน่อยก็ได้ หรือจะแยกใช้เป็น highlight (วงนอก) ก็ได้ ตัวบลัชมีแปรงมาให้พร้อซึ่งสามารถใช้ได้จริงค่ะ

     ข้อเสียคือ ตอนปัดวนๆที่ตัวตลับเพื่อทำมาใช้ มีตกออกมาเป็นผงๆ เต็มไปหมด คาดว่าจะหมดเร็วแน่นอน 555 และตลับกลม กินพื้นที่ไปหน่อย นอกนั้นถือว่าสมแล้วกับ Kanebo ค่ะ ดีจริงๆ ใครมองหาปัดแก้มแนวเงาๆ ฉ่ำๆ สีอ่อนๆ คุณหนูๆ ไม่ควรพลาดค่ะ

  • ราคา 2,350 เยน

 

-4-

FANCL Cleansing Powder

 

 

     เป็นแบรนด์สำหรับผิวแพ้ง่าย ซึ่งเป็นที่ล้างหน้าแบบผง ที่ล้างแล้วผิวสะอาดไม่แห้งตึง แถมหลังล้างแล้วผิวนุ่มเด้งดีเลย เป็นผลิตภัณฑ์ขายดีของแบรนด์อันดับที่ 2 รองจาก Cleansing Oil ซึ่งจริงๆ เนตก็ชอบ Cleansing Oil เค้านะ แต่บทความนี้แนะนำผงแป้งล้างหน้าดีกว่า เพราะรู้สึกดีทุกครั้งที่ใช้ ตอนแรกลองซื้อแบบ set ทดลองจาก lawson มาใช้ก่อน ได้ลองทั้ง oil, powder, lotion, emulsion ในขนาดเล็กค่ะ ลองแล้วเนตชอบทุกตัวเลยในแง่ของให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น เหมาะกับผิวแพ้ง่ายเพราะไม่มีน้ำหอม ไม่มีสี เสียดายที่แบรนด์นี้เคยมีที่ไทย ตอนนี้ไม่มีแล้ว

     จุดเด่นคือ ทั้ง cleansing oil และผงแป้งล้างหน้าของเค้าไม่ได้ใส่สารกันเสียใดๆเลย ดังนั้นหากเพื่อนๆ ดูข้างกล่องดีๆ เค้าจะเขียนว่าเปิดใช้แล้วอยู่ได้ 60 วัน (ผงแป้ง) และ 120 วัน (cleansing oil) เท่านั้น + กับมีแผ่นกระดาษให้แปะเขียนวันเปิดขวดของตัวเองจะได้ไม่พลาด ซึ่งทำให้เนตรู้สึกดีกับ Fancl มากใสความเอาใจใส่นี้

     ผงแป้งเมื่อผสมน้ำแล้วได้ฟองครีมนุ่มเลยล่ะ ถ้าใช้ตาข่ายตีฟองจะได้แบบ whip cream เลย มีส่วนผสมช่วยลดการอุดตัน และลดพวกสิวหัวดำจาก Agar และ Rice starch ซึ่งยังคงมียังทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้นหลังล้างหน้าได้ด้วย เอาเป็นว่าพอลองแบบขนาดเล็กจนใกล้หมด ก็ไปซื้อขนาดใหญ่มาทันที เห็นว่าตอนนี้มีแบบแยกเป็น capsule ขายด้วยนะ เผื่อใครไม่อยากผูกมัดว่าเปิดแล้วต้องใช้ให้หมดใน 60 วันก็ไปซื้อแบบ capsule ได้ แต่จะเป็นคนละสูตรกันนะคะ (capsule เหมือนจะใส่พวก charchoal ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินและ impurities ได้ค่ะ)

  • ราคา 1,400 เยน

 

-5-

Elixir Superieur Sleeping Gel Pack

 

 

     ถ้าไปร้านเครื่องสำอางญี่ปุ่น เราจะเจอนักท่องเที่ยวหยิบกระปุกนี้กันเยอะมากๆ เลยค่ะ และเป็นตัวที่เนตหาข้อมูลมาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ควรซื้อเมื่อมาญี่ปุ่น และได้รางวัล cosme 2017 อันดับ 2 ในแง่ของ all in one product แบบทาตัวเดียวจบได้เลย เวลาเรารีบมากๆ หรือจะทาเป็นเหมือน sleeping mask เป็นลำดับสุดท้ายของ skincare ก็ได้ เน้นเรื่อง hydration เป็นหลักค่ะ

     ซึ่งช่วงที่เนตมาเป็นช่วงหน้าหนาวของญี่ปุ่นพอดี และต้องไป Hokkaido เลยคิดว่าควรมี protectant แนวเก็บกักความชุ่มชื้นผิวแบบ sleeping pack แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เลยซื้อมาลองค่ะ และพอลองแล้ว เออ ! ดีตามคำล่ำลือ ในแง่ว่า ตื่นมาหน้านุ่ม เด้ง ชุ่มชื้นผิวดี ผิวมันจะใสๆ เด้งๆ บอกไม่ถูก (เนตทดลองโดยทาเดี่ยวๆ ก่อนนอนเลยนะคะ)แม้ผิวจะไปเผชิญอากาศหนาวๆ มากก็ตาม ได้กลับมาใช้กระปุกนี้คือเริ่ด เห็นเค้ามีส่วนผสมด้าน antiaging และ lift ผิวให้ยกกระชับด้วยนะคะ แต่เนตเองยังไม่ได้เห็นผลอะไรกับตรงนี้ แต่เรื่องทาตัวเดียว ชุ่มชื้นผิวดี ตื่นมาหน้านุ่มอันนี้เห็นจริงค่ะ

     ซึ่งข้อดีอีกอันนึงคือ เค้าเป็นเนื้อเจลทำให้ใช้ได้กับทุกผิว ทาบนผิวแล้วสบายแม้จะทาทับ skincare ตัวอื่น ซึ่งรอซักระยะนึงก็ซึมหายไปนะ พอจับผิวแล้วนุ่มๆเย็นๆ ดังนั้นไม่ต้องกล้วว่าเลอะหมอน หรือผมติดหน้าใดๆ กลิ่นก็หอมอ่อนๆ ดีค่ะ เนตว่าชาวญี่ปุ่นเค้าทำพวก moisture/ hydarting skincare เก่งนะ ซึ่ง 1 ในนั้นก็กระปุกนี้ที่เนตประทับใจมาก ถ้าใช้หมดแล้วน่าจะมีต่อแหล่ะนะ

     ข้อเสีย น่าจะเป็นความใช้ยาก ต้องใช้ช้อนตัก ซึ่งช้อนไม่มีที่เก็บในตัวกระปุก ทำให้เนตทำหายไปแล้ว ต้องใช้นิ้วควัก โดยที่รูปแบบเจลที่ไม่หนึบมาก หากทำเป็นหลอดบีบจะทำให้รู้สึกคลีนตอนใช้กว่านี้มากๆ

  • ราคา 2,800 เยน

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Facebook : Netty Beauty Life

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง