ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี? รวมเครื่องสำอางญี่ปุ่นน่าซื้อ ราคาน่ารัก!

ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี? รวมเครื่องสำอางญี่ปุ่นน่าซื้อ ราคาน่ารัก!
Faii_Natnista
17 มกราคม 2563 ( 12:00 )
548
1

     ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี? เครื่องสำอางญี่ปุ่น นั้นมีเยอะแยะมากมายไปหมด จนเชื่อว่านี่เป็นคำถามที่สาวๆ หลายคนคิดทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่นใช่ไหมล่ะคะ! ใครที่ยังคิดไม่ออกสักที วันนี้เราก็มีตัวช่วยมาให้แล้วค่าา ด้วยการนำลิสต์เครื่องสำอางญี่ปุ่นน่าซื้อ ราคาน่ารัก! ที่คุณเนต เจ้าของเพจ Netty Beauty Life ได้รวบรวมมาให้มาฝากสาวๆ ทุกคนแล้ววว

     สำหรับเครื่องสำอางญี่ปุ่นที่คุณเนตได้รวบรวมมา ก็มีทั้งแบรนด์ที่อยู่ในกระแสและแบรนด์ที่หลายคนอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อนรวมๆ กันไปค่ะ งานนี้บอกเลยว่าใครที่ไปถึงญี่ปุ่นแล้ว ห้ามพลาดที่จะสอยกลับมาเด็ดขาด!

     ที่สำคัญเมคอัพเหล่านี้คุณเนตบอกเลยว่า ราคาน่ารักจุบจิบกรุบกริบ และสามารถหาซื้อได้ตามร้านเครื่องสำอางทั่วไป รวมถึงร้าน Loft, Tokyu hands ด้วยค่ะ แม้บางตัวจะมีขายในไทยแล้ว แต่ราคาญี่ปุ่นถูกกว่าแน่นอน + ค่าเงินเยนที่ดี๊ดี ทำให้ไหนๆ มาเยือนแล้ว ก็จัดไปซักหน่อยเถอะค่ะ ^^

 

ไปญี่ปุ่นซื้อเครื่องสำอางอะไรดี?

-1-

Only Minerals Foundation

 

 

     เป็นแบรนด์ที่เนตอินมากๆ ตั้งแต่ได้มา เพราะเมื่ออายุ 35 แล้ว จะอยากถนอมผิวหน้าให้ได้นานที่สุด ความดีงามของเค้าคือเป็น รองพื้นแบบ Mineral ค่ะ เลยเห็นเป็นแบบผง ซึ่ง Mineral Make Up เป็น เป็น Concept ของ Make Up ที่มีมานานแล้ว ทำมาจากแร่ธาตุธรรมชาติ ออกแบบมาให้สำหรับผิวแพ้ระคายเคืองง่าย ผิวเป็นสิวง่าย ที่มักจะมีปัญหากับส่วนผสมพวก binding ingredients (สารเชื่อมเนื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ) เช่น Alcohol. silicone , Mineral oil (และไม่มีสี น้ำหอม) ดังนั้น Original Mineral Make Up เองจึงเป็นลักษณะผงค่ะ (แต่ปัจจุบันเราก็จะเจอแบบเนื้อครีมบ้างแล้ว เพราะสมัยนี้ก็เริ่มหา binding agents ต่างๆ ที่ช่วยเชื่อม Minerals ให้เป็นรูปแบบต่างๆ ได้ทำให้ใช้ง่ายขึ้นค่ะ)

     แม้จะเป็นรองพื้นแบบผง แต่หากใช้แปรงค่อยๆ Buff ลงผิว ก็ติดผิวดีไม่มีปัญหา (คล้ายหลักการการขัดเงาพื้น ที่ใช้เครื่องค่อยๆ buff สารเคลือบพื้นให้เกาะพื้นให้เงาสวยดี) เมื่อ Buff เรียบร้อยก็ถือว่าปกปิด และให้ผิวสวยเลยทีเดียวค่ะ เนตชอบความที่เค้าดูไม่แป้ง พอ set ตัวแล้วเยียนสวย ติดทนดีพอสมควร และเบาสบายหน้ามากๆ ซึ่ง Only Minerals เค้ามีหลายสี และหลาย finishing นะคะ ทั้งแบบ Moist, Matte, Medicated ซึ่งของเนตเป็นแบบ Medicated คือใส่สาร whitening และ natural sunscreen spf 50+ มาด้วย เนต happy มากเพราะใช้ในช่วงสัปดาห์ก่อนเป็นประจำเดือนที่สิวผด สิวอุดตันมักจะมาเยือน พบว่าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เนตชอบมากจนซื้อแบบตลับมาด้วย สำหรับการพกพาเติมระหว่างวันค่ะ ^^

  • Only Minerals ซื้อได้ที่ Loft, Tokyo Hands และร้านเครื่องสำอางทั่วไปก็มีค่ะ แต่ไม่ได้มีทุกร้านเหมือน canmake, cezanne อะไรแบบนี้เท่านั้นเอง
  • ราคา 3900 Yen + tax

 

-2-

UZU Eye Opening Liner

 

 

     Liquid Eyeliner ที่แม้แต่มือใหม่ ก็สามารถใช้ได้แบบ Happy เพราะเขียนง่ายมากกกก ตามหลักการไม่รู้ว่าเขียนง่ายเพราะอะไร แต่คิดว่าด้วยความเด้งสปริงของตัว Brush บวกกับไม่นิ่มไปแข็งไป ทำให้น้ำหนักการเขียนมันพอดีมากๆ ค่ะ รวมถึงลักษณะของตัวแท่งที่ไม่ได้กลมลื่น แต่มีความเหลี่ยมเนื้อด้านทำให้จับถนัดมือด้วยค่ะ

     ลากเส้นได้คมกริบ เส้นไม่แตก อยู่ทน ไม่แพนด้า มีหลายสีให้เลือก ตั้งแต่ ดำ น้ำตาลเข้ม น้ำตาล เทา burgundy ไปจนถึง เหลือง ฟ้า ชมพู ขาว! เอาไปวาดตาเล่นได้เลย เนตว่าเป็น The Must Item ที่ควรจัดเลยล่ะ Packaging ก็ดูแพง และทันสมัยดี และเพื่อความอนามัยของดวงตา เปิดแล้วใช้แล้ว 3 เดือนก็ควรเปลี่ยนเช่นกันนะคะ

  • ซื้อได้ตาม Loft และร้านเครื่องสำอาง (แต่ไม่ได้มีทุกร้านนะคะ)
  • ราคา 1xxx yen + tax

 

-3-

Media Liquid Foundation

 

 

     รองพื้นเนื้อครีมราคาน่ารัก แต่คุณภาพเกินราคามากมายค่ะ สมแล้วกับเป็นแบรนด์ในเครือของ kanebo ซึ่งตอนแรกเนตได้เป็นของฝากมาก่อนแบบกระปุกเล็ก พอลองแล้วชอบมาก จนมาที่นี่ต้องสอยกระปุกใหญ่ เป็นรองพื้น เนื้อนุ่ม ให้ความชุ่มชื้น ปกปิดดีเลยค่ะ finishing ก็คล้ายรองพื้นเนื้อครีมดีๆ เลยค่ะ ทำให้ผิวดูแน่นๆ อิ่มน้ำดี ดู natural matte นะคะ แต่รู้สึกใต้ผิวชุ่มชื้นดีเลยค่ะ จากทั้ง finishing และด้วยความ moisturizing ของรองพื้นตัวนี้ เลยใช้ได้กับทั้งผิวแห้ง และผิวมันนะ และด้วยการที่ไม่มีน้ำหอม ใครตามหารองพื้นที่ไม่มีน้ำหอม กระปุกนี้ก็เป็นคำตอบค่ะ

     ลองลงด้วยฟองน้ำบางๆ สวยเลยค่ะ (แต่อ่านมาหลายรีวิวบางคนก็ใช้ synthetic brush ค่อยๆ buff ก็สวยเหมือนกัน) ถ้าลงเยอะก็อาจจะหนาไปได้ เนตแนะนำใช้นิดเดียวแล้วค่อยๆเกลี่ย ค่อยๆ เพิ่มไป กำลังสวย และเป็นงานผิวดีเลยค่ะ พอเปิดหารีวิวคนญี่ปุ่น ก็ดูคนชอบเยอะเหมือนกันค่ะ ใครกำลังอยากลองรองพื้นเนื้อครีม เริ่มจากกระปุกนี้ก่อนได้ว่าชอบเนื้อไหม ก่อนจะไปลงุทนแบรนด์แพงๆ ก็ถือเป็น idea ที่ดีค่ะ

  • สามารถซื้อกระปุกเล็ก (ร้อยกว่าบาท) ได้ใน Family Mart หากตามร้านเครื่องสำอางจะเจอกระปุกใหญ่ ราคา 3 ร้อยนิดๆ แต่อาจจะมีสีให้เลือกน้อยเพียง 4 เฉดสีเท่านั้น แต่ก็ถือว่าครอบคลุมเฉดสีของสาวเอเชียค่ะ ไม่อยากให้พลาดนะคะ
  • ราคา 1100 yen + tax

 

-4-

Heroine Make Long and Curl Super Water Proof Mascara & Curl Keep Mascara Base by Kiss me

 

 

     หากไม่นับการต่อขนตา Mascara ที่เนตชอบ และใช้มาหลายแท่งมากๆ ก็คือ Heroine Make รุ่นนี้เลยค่ะ ใช้มาหลายปีแล้ว (เกิน 5-6 ปีได้) มาญี่ปุ่นทีไรซื้อตลอด เพราะราคาไม่แพง และใช้ดีมากจริงๆ เวลาปัดทีไรจะต้องมีคนทักตลอดว่าใช้ mascara อะไร ^^ ถือว่าประทับใจมากๆ เลยค่ะ

     สำหรับรุ่นนี้เป็นรุ่น Long and Curl จะปัด ได้ขนตางอน ยาว เด้ง ทั้งวันไม่มีตก ดู dramatic ที่สำคัญไม่แพนด้าเลย แม้หนังตาเนตจะมันมากก็ตาม ใครหนังตามันลองดูค่ะ แต่ แต่ แต่ หากใครชอบแนวขนตาธรรมชาติ ดูคลีน เนตไม่แนะนำอันนี้นะคะไว้แนะนำอีกแบรนด์แทน เพราะความเด้ง ยาว ของมัน dramatic มาก ยิ่งใช้คู่กับ Mascara Base (แท่งสีขาว) เพิ่มการเคลือบ + fiber ยิ่งทำให้ keep ความเด้งให้ยาวนานขึ้น และให้ขนตาดูยาวขึ้นอีกนิดนึงด้วยค่ะ แต่สำหรับเนต ใช้ Mascara Base เฉยๆ เหมือนการ lift ขนตาแบบธรรมชาติก็ work เหมือนกัน เหมาะกับวันที่อยากดูธรรมชาติให้มากสุด

     ข้อดีของ Heroine Make คือ แม้จะเด้งมาก แต่ก็ล้างง่ายค่ะ เนตใช้ Cleansing Oil ปั้มลงสำลี แล้วกดทิ้งไว้ ออกหมดดีค่ะ ง่ายมากๆ

     เค้ามีหลายรุ่น หลายสีนะคะ เนตลองหมดแล้วล่ะ 5555 เคยลองไปใช้รุ่น Volume ก็ไม่ชอบเท่ารุ่น Long และลองรุ่น Film ก็คิดว่ามัน hold ขนตาเราให้เด้งได้ไม่เท่ารุ่นธรรมดาค่ะ

     Ps : Mascara ไม่ต้องซื้อแพงมากก็ได้ค่ะ เนตว่าหากราคาไม่เกิน 500 บาทถือว่า accept ได้ เพราะเพื่ออนามัยที่ดีต่อดวงตา เปิดใช้แล้วเราควรใช้แค่ 3 เดือนแล้วทิ้งนะคะ เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคที่ตาค่ะ

  • ราคา 1000 yen + Tax

 

-5-

Naturaglace Make Up Cream SPF 44 PA+++

 

 

     แบรนด์ Natural Make Up ที่ derive concept ของ Skincare โดยให้ผิวสวยด้วยทุกครั้งที่ใช้จากการบำรุง และได้ Make Up effect แบบผิวสวยธรรมชาติด้วย ซึ่ง Naturagalce จะใช้ตัว Base เป็น Natural ทั้งหมดค่ะ (Plant Oils) เช่น Olive Oil, jojoba Oil และ Sea Buckthorn fruit oil+ Mineral Pigments โดยส่วนผสมทั้งหมดต้องเป็น organic หรือ wildcraft หรือ pesticide-free plant-derived raw materials เท่านั้นค่ะ อีกทั้ง ยังไม่ใส่น้ำหอมสังคราะห์ ทำให้สามารถใช้ได้ในผิวแพ้ง่าย และเห็นคนญี่ปุ่นบางคนบอกว่าแต่งหน้านอนยังได้เลย แต่แน่นอนว่าเนตไม่เคยทำนะ แต่การที่เราเลี่ยงมาใช้แบบนี้บ้าง ก็ทำให้สบายใจตอนแต่งหน้าดีค่ะ

     ซึ่ง Item นี้ได้รางวัลอันดับ 1 Cosme มาแล้วในหัวข้อ Base Make Up ทาแล้วให้ผิวดูใสขึ้น ไม่ได้ปกปิดอะไรมากนะคะ แต่ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น ดูนุ่มนวลฉ่ำน้ำเงาสวย เบลอรูขุมขน เบลอรอยดำ ดูเหมือนผิวสุขภาพดีเอง เหมาะสำหรับวันสบายๆ ที่อยากให้ผิวดูใสขึ้น จับไม่ได้ว่าแต่งหน้า ซึ่งเนตชอบมากๆ บางทีทาตัวนี้ ลงบลัชครีม ทาลิปมัน ออกบ้านได้เลยค่ะ ไม่แปลกใจทำไมถึงได้รางวัล เพราะว่าใช้ดีจริงๆ ผิวดูใสจริง ลองเปิดรีวิวตาม IG ก็เจอสาวๆ ญี่ปุ่นที่รัก Clean Make Up ใช้กันเยอะเลยค่ะ ไหนๆ ไปญี่ปุ่นแล้วลองจัดมานะคะ

  • แบรนด์นี้เนตเจอขายที่ Loft, Tokyu hands นะคะ แต่ร้านเครื่องสำอางอื่นๆ ก็เคยเจอบ้างค่ะ ที่ Loft ไทยก็มีนะคะ
  • ราคา 2800 yen + tax

 

-6-

OPERA Lip Tint

 

 

     ตัวนี้รีวิวจัดเต็มไปแล้ว เป็นลิปที่ขายดีจนทาง Loft เองมีการจำกัดการซื้อต่อ 1 ท่านมาแล้วค่ะ ว่าห้ามเกินท่านละ 3 แท่ง คว้ารางวัล Cosme มาเช่นกัน และเนตเองหลังจากมี 1 แท่งก็มีงอกแท่งที่ 2-3 ตามมาติดๆ เป็นการรวมร่างระหว่าง lip balm + tint + lip gloss ทำให้มีสี transparent ใสๆ แต่ชัดนะคะ เหมือนทาทินส์ และติดทน แถมมีความเงาสวยแบบทากลอสบางๆค่ะ ไม่จำเป็นต้องทาลิปบาล์มก็ได้ค่ะ เพราะมีการบำรุงให้ริมฝีปากชุ่มชื้น นุ่มขึ้นจาก squalane ด้วย เรียกว่าครบถ้วน ได้ริมฝีปากสวยฉ่ำ สีติดทนพอสมควร (แต่ความกลอสอาจหลุดไประหว่างวันบ้างค่ะ) packaging ก็ทำได้ไม่ก๊อกแก๊งค่ะ ถือว่าสวยหรูทีเดียว เค้าออกมาหลายสีเลยค่ะ แต่สีที่เนตชอบที่สุด ทาแล้วผิวสว่างดีคือ 05 ไม่แปลกใจที่สีนี้มักจะ sold out เพราะมันสวยสุดๆ จริงๆ ค่ะ

  • ราคา 2800 yen + tax

 

-7-

Canmake Cream Cheek Lip and Cheek

 

 

     Item บลัชเจล ที่โด่งดังของ Canmake ใครๆ ก็พูดถึง เพราะ ถูกและดีงามมากๆ พอไปลองก็ชอบจริงๆ แหล่ะ เค้ามีรุ่นเนื้อมูสกับเนื้อเจลนะคะ (เนื้อเจลจะเขียนว่า CL นำหน้าสีค่ะ ซึ่งรุ่น CL จะสามารถใช้ได้ทั้งแก้มและปาก) เนตลองซื้อ CL 01 สีแดงฉ่ำมาอันแรก ทาแล้วให้สีแดงใสๆ แบบมะเขือเทศระเรืออกมาจากแก้มและปากจริงๆ คือสวยจนพี่ต่อทักว่า น่ารักดี (พอบอกราคา ยิ่งชมว่าน่ารักใหญ่เลย สงสัยดีใจที่เราใช้ของราคาถูกแล้ว work) เห็นราคาน่ารัก แต่คุณภาพเค้ายิ่งใหญ่อยู่นะ ทาง่าย ไม่เป็นคราบ แถมติดทนมากๆ และดูแก้มใส ไม่ทึบตลอดทั้งวันค่ะ ชอบมากกกก จนงอก CL09 (ชมพู) และ CL05 (คอรัล) มาอีกคิดดู แม้ตลับจะก๊อกแก๊งไปแต่ก็ดูน่ารักดีนะ และเมือเทียบกับราคาแล้วยอมค่ะ

     Item นี้ทำให้เนตเองงอกอีกหลาย item ของ Canmake เลย และพบว่าแบรนด์นี้เค้าถูกและดีหลายอย่างจริงๆ แหล่ะ ติดแค่ Package มันอาจจะดูหวาน lady ไปนิดสำหรับเนต นอกนั้นคือ ดีงามเลยค่ะ ยังมี Mascara และ ที่เขียนคิ้ว 3 สี แป้งที่ใช้ดีงามอีกนะ

  • ราคา 580 yen + tax

 

-8-

The Sun Society Hyaluronic Acid

 

 

     Hyaluronic acid ขวดม่วงในตำนาน เป็น Skincare เพียงชิ้นเดียวในนี้ที่เนตว่าดีเลย ใช้จนจะหมดขวดแรกและมีขวดที่ 2 ตุนแล้ว แม้เนตเองอ่านข้อมูลไม่ออกเลย เพราะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่เห็นหลายๆ คนชอบเลยตำตามมา พอใช้แล้วถือว่า work กับตัวเองในราคาไม่สูงมาก ใครอยากหา Hya ทาผิวแบบที่เนื้อสบายๆ ซึมง่ายไม่ต้องรอนานก็ตัวนี้ค่ะ เพราะเค้าจะเป็นเจล ทาแล้วเนื้อชุ่มผิว ไม่หนึบอะไรเลย ซักพักซึมหายไป แต่ยังรู้สึกผิวนุ่มๆ เด้งๆ อิ่มน้ำ เนื้อดีแบบหมอต่อก็ยังไม่บ่นว่าหนึบหน้า ก็ถือว่าเป็น Hya ที่เนื้อผ่านนะ เนตชอบทาแล้วรีบดื่มน้ำ เพื่อให้ผิวยิ่งเด้งๆ ฟูๆ ค่ะ 5555

     Ingredient ก็ simple ดีค่ะ คือ 1% Soidum hyaluronate , water, และสารกันเสีย ไม่มีน้ำหอมด้วย เหมาะกับใครที่ need Active ตัวนี้จริงๆ จังๆ และไม่อยากได้อะไรเสริมเติมแต่ง แถมความ simple นี้ ยังทำให้สามารถเอาไป mix กับ skincare อื่นๆ ได้แบบไม่มีปัญหาด้วย

     เรื่องผลของความชุ่มชื้น ผิวฟู เนตว่าเค้าไม่ต่างกับเซรั่ม Hyaluronic acid ที่เนตใช้โดยทั่วไปหรอกค่ะ เพียงแต่สามารถโบกได้แบบไม่ต้องเสียดายมากเพราะไม่แพงมาก (แต่เนตก็จะดื่มน้ำบ่อยๆ ทั้งวันด้วยนะ) แต่หากใครอยากได้คุณค่าอื่นๆ หรือ สารให้ความชุ่มชื้นอื่นๆ ช่วยกันในขวดเดียว การเลือก hyaluronic acid serum แบรนด์อื่นก็อาจจะเหมาะสมกว่า

     ทางแบรนด์เค้าให้หยด 1 หยดใส่ skincare หรือ รองพื้นเพื่อเพิ่มคุณค่าความฉ่ำให้ผิว แต่เนตรู้สึกว่าใช้เดี่ยวๆ 1 หยดทาทั่วหน้า แล้วค่อยตามด้วย hydrating skincare ของเรา แล้ว work กว่า แถม tips เล็กๆ ว่าเนตใช้ทาริมฝีปากด้วย ใครไม่เคยทำลองดูนะ มันดีมากกกกก ปากดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ เสร็จแล้วค่อยตามด้วย lip balm เพื่อเก็บกักความชุ่มอีกทีค่ะ

  • ขวดนี้หาซื้อง่าย ตาม Matzumoto อะไรแบบนี้ก็มีค่ะ
  • ราคา 3800 yen + tax (ขวดใหญ่)

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Facebook : Netty Beauty Life

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง