รับมือน้ำท่วม 2569 ป้องกันสัตว์มีพิษอย่างไร ทำความสะอาดบ้าน หลังน้ำท่วม อย่างไร ให้เสียหายน้อยสุด
ช่วงที่น้ำท่วมขัง นอกจากจะต้องคอยระวังแมลงและสัตว์มีพิษแล้ว สิ่งที่ต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ คราบสกปรก และ เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม ค่ะ แถมยังมี แมลงและสัตว์มีพิษที่มากับน้ำท่วม อีกต่างหาก แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไปนะคะ เรามี วิธีป้องกันแมลงและสัตว์มีพิษช่วงน้ำท่วม วิธีดูแลบ้านระหว่างน้ำท่วม และขั้นตอนการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด มาให้แล้วค่ะ ขอแค่รู้วิธีก็จะช่วยลดความเสียหายได้หลายเท่าเลยทีเดียว และยังช่วยให้บ้านที่รักของเรากลับคืนสภาพเดิมได้เร็วอีกด้วยค่ะ
วิธีดูแลบ้าน ระหว่างน้ำท่วม
- ตัดวงจรไฟเพื่อความปลอดภัย หากน้ำเริ่มท่วมเข้าตัวบ้าน ให้รีบสับคัตเอาต์ (Cut-out) ตัดกระแสไฟในชั้นที่น้ำท่วมทันที เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วหรือช็อต ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
- จัดการขยะอย่างมิดชิด ขยะในบ้านควรใส่ถุงดำ มัดปากถุงให้แน่นหนา และเก็บไว้ในที่สูงที่น้ำท่วมไม่ถึง เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะลอยน้ำ แตกกระจาย จนกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและดึงดูดหนูหรือแมลงสาบ
- ใส่ใจเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค ถังเก็บน้ำหรือภาชนะกักเก็บน้ำในบ้านต้องปิดฝาให้สนิท หากจำเป็นต้องใช้น้ำท่วมในการซักล้าง ให้แกว่งสารส้มและต้มให้เดือดก่อนนำมาใช้ เพื่อความสะอาดขั้นสุดค่ะ
ขั้นตอนการทำความสะอาดบ้าน หลังน้ำลด
เมื่อระดับน้ำลดลงแล้ว อย่าเพิ่งรีบย้ายของกลับเข้าที่เด็ดขาดค่ะ ควรรีบทำความสะอาดทันทีในขณะที่คราบโคลนยังเปียกอยู่ เพราะถ้าปล่อยให้แห้งจะขัดออกยากมาก โดยมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ
- เตรียมตัวให้พร้อม (Safety First)
ก่อนเริ่มลงมือ ต้องสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือยางหนาๆ และรองเท้าบูทยางทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อโรค เชื้อรา หรือสารเคมีอันตรายที่ตกค้างอยู่ตามพื้น - ล้างโคลนและคราบสกปรกออกทันที ใช้สายยางฉีดน้ำแรงดันสูงไล่ดินโคลนออกจากพื้นและผนังในขณะที่ยังเหลวอยู่ จากนั้นใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวหรือแปรงขัด เพื่อเอาคราบสกปรกออกให้ได้มากที่สุด
- ฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำยาทำความสะอาด น้ำเปล่าอย่างเดียวไม่พอค่ะ ต้องผสมน้ำยาฟอกขาว (เช่น ไฮเตอร์) 1 ถ้วยต่อน้ำ 4-5 ลิตร หรือใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดถูให้ทั่วพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียและสปอร์ของเชื้อราที่มองไม่เห็น ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเทและแห้งไวขึ้น เปิดประตูและหน้าต่างทุกบาน เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ไหลเวียนและช่วยให้บ้านแห้งไวขึ้น หากมีพัดลมสามารถเปิดช่วยเป่าได้ (ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าปลั๊กไฟแห้งสนิทแล้ว) หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องปรับอากาศจนกว่าบ้านจะแห้งสนิท เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราเข้าไปสะสมในระบบแอร์ค่ะ
- คัดแยกและจัดการเฟอร์นิเจอร์
- ของที่ต้องทิ้ง ฟูกที่นอน หมอน พรม หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ปาร์เก้ ไม้อัดที่แช่น้ำจนบวม เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อราชั้นดีและไม่สามารถทำความสะอาดให้ปลอดภัยได้ 100% ค่ะ
- ของที่กู้คืนได้ เฟอร์นิเจอร์พลาสติก สเตนเลส หรือแก้ว ให้ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วนำไปตากแดดจัดๆ ให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้งาน
วิธีป้องกัน สัตว์มีพิษ ในช่วงน้ำท่วม
ช่วงที่น้ำท่วมหรือฝนตกหนักติดต่อกันแบบนี้ นอกจากความกังวลใจเรื่องระดับน้ำ สิ่งของเสียหาย และความสะอาดแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เป็น "ฝันร้าย" ของผู้หญิงเราเลยก็คือ แมลงและสัตว์มีพิษ ที่หนีน้ำอพยพเข้ามาขออาศัยร่วมชายคาเดียวกับเราค่ะ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด เรามาเตรียมป้องกันด้วยวิธีต่อไปนี้กันเลยค่ะ
3 กลุ่มแมลงและสัตว์มีพิษ ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษช่วงน้ำท่วม
เวลาที่น้ำเริ่มเอ่อล้น สัตว์เหล่านี้มักจะแอบเข้ามาทางช่องว่างเล็กๆ หรือตามท่อระบายน้ำ โดยจุดที่พวกมันชอบไปแฝงตัวอยู่มักจะเป็นมุมอับที่เราคาดไม่ถึงค่ะ
- งู ไม่ว่าจะเป็นงูมีพิษฉกรรจ์อย่าง งูเห่า งูกะปะ งูแมวเซา หรืองูไม่มีพิษแต่ตัวใหญ่น่าตกใจอย่างงูเหลือม พวกมันชอบหนีน้ำขึ้นที่สูงค่ะ จุดที่ต้องระวังคือ บนฝ้าเพดาน หลังตู้เสื้อผ้า หรือตามซอกมุมของกองสิ่งของที่เราวางทิ้งไว้
- ตะขาบและแมงป่อง สัตว์สองชนิดนี้ชอบความชื้นแต่ไม่ชอบน้ำท่วมขัง จึงมักจะไต่ขึ้นมาตามรอยแตกของพื้นดิน รูระบายน้ำในห้องน้ำ และที่อันตรายที่สุดคือ พวกมันชอบแอบเข้าไปอยู่ในรองเท้าคู่โปรด ผ้าเช็ดเท้า หรือตะกร้าผ้าใช้แล้วที่เราวางทิ้งไว้บนพื้นค่ะ
- แก๊งแมลงก้นกระดกและแมลงมีพิษ แม้จะตัวเล็กแต่ร้ายกาจมากค่ะ มักจะบินมาตามแสงไฟในตอนกลางคืน พิษของแมลงก้นกระดกไม่ได้มาจากการกัด แต่มาจากสารเคมีในตัวมัน หากเราเผลอไปตบหรือขยี้ล่ะก็ สารนี้จะทำให้ผิวสวยๆ ของเราเกิดอาการไหม้พอง เป็นแผลพุพอง และแสบร้อนรุนแรงมากค่ะ
เทคนิคเคลียร์บ้านให้ปลอดภัย จากแมลงและสัตว์มีพิษ ช่วงน้ำท่วม
1. จัดบ้านให้โล่ง โปร่ง ตา ลดมุมอับ
ถึงเวลาต้องตัดใจเคลียร์ของแล้วค่ะ กองเสื้อผ้าเก่า หนังสือพิมพ์ หรือกล่องลังที่วางทับถมกันอยู่บนพื้นคือที่ซ่อนชั้นดีของตะขาบและแมงป่อง ให้ย้ายของขึ้นที่สูง จัดวางให้เป็นระเบียบ และพยายามให้มีช่องว่างเพื่อให้เรามองเห็นสิ่งสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจน ไม่มีมุมมืดให้พวกมันแอบซ่อน
2. ปิดช่องทางเข้าอย่างแน่นหนา
ตรวจสอบรอบบ้านดูว่ามีจุดไหนที่สัตว์จะเล็ดลอดเข้ามาได้บ้าง ให้ใช้เศษผ้าหนาๆ ตาข่ายมุ้งลวด หรือกระสอบทรายอุดปิดช่องว่างใต้ประตูบ้าน ส่วนในห้องน้ำให้หาฝาครอบตะแกรงระบายน้ำมาปิดไว้ตอนที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อบล็อกไม่ให้ตะขาบหรือเหนืองูเหลือมเลื้อยย้อนท่อขึ้นมาค่ะ
3. ใช้พลังแห่งกลิ่นธรรมชาติช่วยขับไล่
ผู้หญิงเราชอบกลิ่นหอม แต่สัตว์มีพิษเกลียดค่ะ เราสามารถใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่พวกมันไม่ชอบ เช่น กลิ่นตะไคร้หอม หรือกลิ่นยูคาลิปตัส ผสมน้ำแล้วฉีดพ่นตามขอบประตู หน้าต่าง และมุมอับ หรือจะใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำเช็ดตามทางเดินก็ช่วยได้ดีค่ะ ส่วนบริเวณนอกบ้านที่น้ำยังท่วมไม่ถึง แนะนำให้โรยปูนขาว หรือผงกำมะถันไว้รอบๆ กลิ่นฉุนจะช่วยกันไม่ให้งูและตะขาบอยากเดินผ่านเข้าใกล้บ้านเราค่ะ
4. สร้างนิสัย เช็กก่อนชัวร์กว่า
ท่องจำไว้ให้ขึ้นใจเลยค่ะว่า ก่อนจะหยิบรองเท้ามาสวม ใส่เสื้อผ้า หรือแม้แต่การหยิบผ้าห่มและหมอนมาใช้ ต้องสะบัดและเคาะดูอย่างละเอียดทุกครั้ง อย่าเพิ่งยื่นมือหรือสอดเท้าเข้าไปในทันทีเด็ดขาด เพราะอาจมีแจ็กพอตเป็นแมงป่องหรือตะขาบแอบนอนสแตนด์บายอยู่ข้างในได้ค่ะ
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
หากวันไหนที่เราหรือคนในบ้านพลาดท่าโดนกัดหรือต่อยขึ้นมา สิ่งแรกที่ต้องทำคือ "ตั้งสติ" ค่ะ และสองคือการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธีและรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงได้มาก
- ถ้าโดนงูกัด บอกตัวเองว่าห้ามตื่นตระหนก ให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุดเพื่อชะลอไม่ให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ห้ามใช้มีดกรีดแผล ห้ามใช้ปากดูดพิษเด็ดขาด เพราะนั่นเป็นวิธีที่อันตรายและไม่ได้ผลเหมือนในละครค่ะ และที่สำคัญให้ใช้มือถือถ่ายรูปงูตัวนั้นไว้ถ้าทำได้ เพื่อให้คุณหมอจัดเซรุ่มได้ถูกต้อง แล้วรีบไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ
- ถ้าโดนตะขาบหรือแมงป่องต่อย ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ทันที จากนั้นนำผ้าห่อน้ำแข็งมาประคบเย็นบริเวณที่โดนต่อยครั้งละ 10-15 นาที เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการบวมลง หากเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หรือบวมลามอย่างรวดเร็ว แสดงว่ามีอาการแพ้รุนแรง ต้องรีบไปพบแพทย์ด่วนค่ะ
- ถ้าเผลอไปสัมผัสแมลงก้นกระดก กฎเหล็กคือ ห้ามตบ ห้ามขยี้เด็ดขาด! ให้ใช้ปากเป่าแรงๆ หรือใช้กระดาษทิชชู่แผ่นหนาๆ เขี่ยตัวมันออกไป จากนั้นรีบวิ่งไปล้างผิวหนังบริเวณนั้นด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลายๆ รอบเพื่อล้างสารพิษออก หากผิวเริ่มแดงหรือพองเป็นน้ำใสๆ ให้ทายาปฏิชีวนะกลุ่มสเตียรอยด์อ่อนๆ และห้ามแกะห้ามเกาแผลเด็ดขาดเพื่อป้องกันการติดเชื้ออักเสบค่ะ
ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมแบบนี้ เราขอเป็นกำลังใจให้และขอให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงน้ำท่วมนี้ไปด้วยความปลอดภัยและมีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ
บทความที่คุณอาจสนใจ
