รีเซต

5 วิธีเลือกยาคุมเพื่อรักษาสิว ยาคุมตัวไหนกินแล้วไม่อ้วน ไม่บวม

5 วิธีเลือกยาคุมเพื่อรักษาสิว ยาคุมตัวไหนกินแล้วไม่อ้วน ไม่บวม
Beau_Monde
2 ธันวาคม 2564 ( 11:00 )
245.5K

     เป็นสิวมานานแล้วทำอย่างไรก็ไม่หายเสียที บางทีการเลือกกินยาคุมเพื่อรักษาสิวอาจจะเป็นอีกวิธีที่ช่วยสาวๆ ได้ค่ะ แต่ว่าควรจะเลือกอย่างไร มียาคุมแบบไหนที่เรากินแล้วไม่ส่งผลกระทบกับร่างกายมากนัก รวมถึงเราจะสังเกตส่วนผสมในยาคุมได้อย่างไรว่าตัวไหนเหมาะกับเราที่สุด วันนี้เรามี 5 วิธีเลือกยาคุมเพื่อรักษาสิว ยาคุมตัวไหนกินแล้วไม่อ้วน ไม่บวม มาฝากกันค่ะ !!

 

 

ยาคุมกำเนิด รักษาสิวได้อย่างไร?

     ก่อนอื่นเลยก็มาดูกันที่สาเหตุของการเกิดสิวกันก่อนค่ะ หนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว ก็คือการเกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจน โดยฮอร์โมนแอนโดรเจนจะไปกระตุ้นให้ผิวหนังผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น เมื่อผิวหนังผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้นก็จะเกิดกระบวนการอักเสบและเกิดการเพิ่มจำนวนของ Cutibacterium Acnes ซึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบ รวมไปถึงสิวอื่นๆ ตามมาค่ะ

     ซึ่งยาคุมกำเนิดสามารถรักษาสิวได้ก็เพราะยาคุมจะเข้าไปต้านฤทธิ์ของฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้ช่วยลดความมันบนผิวซึ่งเป็นบ่อเกิดของการเกิดสิวนั่นเองค่ะ โดยการใช้ยาคุมรักษาสิวก็จะใช้ในกลุ่มของสาวๆ ที่มีสิวรุนแรงปานกลางขึ้นไป รวมถึงผู้ที่ใช้ยาทารักษาสิวร่วมกับยาปฏิชีวนะแล้วไม่ได้ผลดีเท่าที่ต้องการ สาวๆ กลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องใช้ยาคุมเพื่อรักษาสิวร่วมด้วยค่ะ 

 

กินยาคุมรักษาสิว กี่เดือนถึงเห็นผล?

     การกินยาคุมรักษาสิวจะเริ่มเห็นผลเมื่อกินไปแล้วประมาณ 2-3 เดือนค่ะ และจะเห็นผลได้เต็มที่เมื่อกินไปแล้วประมาณ 6 เดือน ซึ่งยาคุมที่รักษาสิวได้ดี ก็จะเป็นยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแบบฮอร์โมนรวม โดยต้องมีทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนค่ะ โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีในยาคุมจะใช้ชื่อว่า Ethinyl Estradiol (EE) ส่วนฮอร์โมนโปรเจสโตเจนที่อยู่ในยาคุมที่มีประสิทธิภาพในการช่วยรักษาสิว จะมีหลายชื่อเลยค่ะ เช่น Norethindrone Norgestimate, Drospirenone, Desogestrel, Cyproterone Acetate และ Chlormadinone Acetate แล้วแต่ละตัวแตกต่างกันอย่างไร เราควรจะเลือกยาคุมแบบไหนที่เหมาะกับอาการของเรา วันนี้เรามี 5 วิธีในการเลือกยาคุมเพื่อรักษาสิวมาให้แล้วค่ะ 

 

วิธีเลือกยาคุมเพื่อรักษาสิว

 

1. สำหรับคนที่มีน้ำหนักน้อย ไม่กังวลเรื่องของน้ำหนักตัว

 

 

     สำหรับยาคุมที่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักน้อย จะเป็นยาคุมหรือยาปรับฮอร์โมน ee35c เช่น ไดแอน (Diane) เป็นต้น โดยจะมีส่วนผสมคือ Ethinyl Estradiol 0.035 mg + Cyproterone Acetate 2 mg เหมาะกับคนที่มีน้ำหนักน้อยและไม่กังวลเรื่องน้ำหนัก เนื่องจากตัวนี้อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้ รวมถึงคนที่เคยกินยาคุมแล้วไม่เวียนหัว มึนหัวและคลื่นไส้ เนื่องจากว่าตัวนี้มีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มากกว่าตัวอื่นในท้องตลาด ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจนก็อาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ค่ะ

 

2. สำหรับคนที่มีสิวปานกลางและกังวลเรื่องน้ำหนัก

 

 

     สำหรับตัวต่อมาสำหรับสาวๆ ที่มีสิวเยอะปานกลางและกังวลเรื่องน้ำหนักค่ะ ควรมองหายาคุมที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน Ethinyl Estradiol 0.035 mg + Chlormadinone Acetate 2 mg เหมาะกับคนที่เป็นสิวปานกลางขึ้นไปและกังวลเรื่องน้ำหนัก เนื่องจากว่าตัวนี้ไม่ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำและน้ำหนักเพิ่ม มีฤทธิ์ต้านการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยลดสิวบริเวณใบหน้าและลำตัว ลดภาวะขนดกจากฮอร์โมนแอนโดรเจนได้เหมือนกับยาคุมในข้อแรก แต่ว่าก็จะมีฤทธิ์อ่อนกว่าค่ะ

 

3. สำหรับคนที่กังวลเรื่องตัวบวมและน้ำหนักตัว

 

 

     ยาคุมตัวต่อมาสำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องของอาการตัวบวมรวมไปถึงเรื่องน้ำหนักตัวด้วย จะเป็นยาคุมหรือยาปรับฮอร์โมน ee30d เช่น ยาสมิน (Yasmin) เป็นต้น โดยส่วนผสมในยาคุมจะเป็น Ethinyl Estradiol 0.030 mg + Drospirenone 3 mg เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องน้ำหนัก เนื่องจาก Drospirenone สามารถเข้าไปลดการคั่งของน้ำในร่างกาย ทำให้น้ำหนักไม่เพิ่ม รวมถึงยังเหมาะกับคนที่กินยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol 0.035 mg แล้วมีอาการเวียนศีรษะ เนื่องจากว่าตัวนี้มี Ethinyl Estradiol ที่ลดลงค่ะ แต่ว่าในเรื่องของราคาก็จะสูงกว่ายาคุมตัวอื่นๆ ด้วยค่ะ

 

4. สำหรับคนที่กินยาคุมแล้วเวียนหัว คลื่นไส้

 

 

     สำหรับคนที่กินยาคุมแล้วเวียนหัว คลื่นไส้ จะเป็นยาคุมหรือยาปรับฮอร์โมน ee20d เช่น ยาซ (Yaz) เป็นต้น โดยส่วนผสมในยาคุมจะเป็น Ethinyl Estradiol 0.02 mg + Drospirenone 3 mg เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องน้ำหนักและคนกินยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol ในปริมาณมากแล้วมีอาการเวียนหัว มึนหัวและคลื่นไส้ ยาคุมตัวนี้ยังช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือนได้ด้วย เช่น หงุดหงิด ปวดหัวก่อนมีประจำเดือน ข้อด้อยของตัวนี้อาจจะทำให้รอบเดือนหายไปได้บ้างในบางเดือนค่ะ 

 

5. สำหรับคนที่มีสิวปานกลางขึ้นไป

 

 

     มองหายาคุมที่มีส่วนผสมเป็น Ethinyl Estradiol 0.04 mg + Desogestrel 0.025 mg ข้อดีคือจะทำให้ฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายของเราอยู่ในสภาวะที่สมดุลมากขึ้นและไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม ส่วนข้อด้อยคืออาจจะมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่ากับตัวอื่นๆ ค่ะ ซึ่งจะเหมาะกับคนที่เป็นสิวรุนแรงปานกลางขึ้นไปค่ะ

 

ข้อควรระวังสำหรับการใช้ยาคุมรักษาสิว

     ในยาคุมรักษาสิวมีฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจนสามารถที่จะไปกระตุ้นการเกิดฝ้าได้ ดังนั้นคนที่เป็นฝ้าอยู่แล้ว คนที่ต้องทำงานกลางแจ้งและคนที่มีผิวไวต่อแสงแดด รวมถึงคนที่มีผิวบอบบาง อาจต้องเลือกยาคุมที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำไว้ก่อนค่ะ นอกจากนี้ในคนที่มีโรคประจำตัวหรือว่ากินยาประจำอยู่ จะต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนซื้อยา เนื่องจากยาบางชนิดอาจจะไม่ส่งผลดีกับร่างกายหากกินด้วยกันค่ะ

 

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง