TrueID

5 วิธีเลือกยาคุมเพื่อรักษาสิว ยาคุมตัวไหนกินแล้วไม่อ้วน ไม่บวม

5 วิธีเลือกยาคุมเพื่อรักษาสิว ยาคุมตัวไหนกินแล้วไม่อ้วน ไม่บวม
Beau_Monde
7 มีนาคม 2564 ( 15:22 )
90.8K

     เป็นสิวมานานแล้วทำอย่างไรก็ไม่หายเสียที บางทีการเลือกกินยาคุมเพื่อรักษาสิวอาจจะเป็นอีกวิธีที่ช่วยสาวๆ ได้ค่ะ แต่ว่าควรจะเลือกอย่างไร มียาคุมแบบไหนที่เรากินแล้วไม่ส่งผลกระทบกับร่างกายมากนัก รวมถึงเราจะสังเกตส่วนผสมในยาคุมได้อย่างไรว่าตัวไหนเหมาะกับเราที่สุด วันนี้เรามี 5 วิธีเลือกยาคุมเพื่อรักษาสิว ยาคุมตัวไหนกินแล้วไม่อ้วน ไม่บวม มาฝากกันค่ะ !!

 

 

ยาคุมกำเนิด รักษาสิวได้อย่างไร?

     ก่อนอื่นเลยก็มาดูกันที่สาเหตุของการเกิดสิวกันก่อนค่ะ หนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว ก็คือการเกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจน โดยฮอร์โมนแอนโดรเจนจะไปกระตุ้นให้ผิวหนังผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น เมื่อผิวหนังผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้นก็จะเกิดกระบวนการอักเสบและเกิดการเพิ่มจำนวนของ Cutibacterium Acnes ซึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบ รวมไปถึงสิวอื่นๆ ตามมาค่ะ

     ซึ่งยาคุมกำเนิด สามารถนักษาสิวได้ก็เพราะ ยาคุมจะเข้าไปต้านฤทธิ์ของฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้ช่วยลดความมันบนผิวซึ่งเป็นบ่อเกิดของการเกิดสิวนั่นเองค่ะ โดยการใช้ยาคุมรักษาสิว ก็จะใช้ในกลุ่มของสาวๆ ที่มีสิวรุนแรงปานกลางขึ้นไป รวมถึงผู้ที่ใช้ยาทารักษาสิวร่วมกับยาปฏิชีวนะแล้วไม่ได้ผลดีเท่าที่ต้องการ สาวๆ กลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องใช้ยาคุมเพื่อรักษาสิวร่วมด้วยค่ะ 

 

กินยาคุมรักษาสิว กี่เดือนถึงเห็นผล?

     การกินยาคุมรักษาสิวจะเริ่มเห็นผลเมื่อกินไปแล้วประมาณ 2-3 เดือนค่ะ และจะเห็นผลได้เต็มที่เมื่อกินไปแล้วประมาณ 6 เดือน ซึ่งยาคุมที่รักษาสิวได้ดี ก็จะเป็นยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแบบฮอร์โมนรวม โดยต้องมีทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนค่ะ โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีในยาคุมจะใช้ชื่อว่า Ethinyl Estradiol (EE) ส่วนฮอร์โมนโปรเจสโตเจนที่อยู่ในยาคุมที่มีประสิทธภาพในการช่วยรักษาสิว จะมีหลายชื่อเลยค่ะ เช่น Norethindrone Norgestimate, Drospirenone, Desogestrel, Cyproterone Acetate และ Chlormadinone Acetate แล้วแต่ละตัวแตกต่างกันอย่างไร เราควรจะเลือกยาคุมแบบไหนที่เหมาะกับอาการของเราได้ วันนี้เรามี 5 วิธีในการเลือกยาคุมเพื่อรักษาสิวมาให้แล้วค่ะ 

 

วิธีเลือกยาคุมเพื่อรักษาสิว

1. สำหรับคนที่มีน้ำหนักน้อย ไม่กังวลเรื่องของน้ำหนักตัว

     สำหรับยาคุมที่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักน้อย ควรจะมีส่วนผสมคือ Ethinyl Estradiol 0.035 mg + Cyproterone Acetate 2 mg เหมาะกับคนที่มีน้ำหนักน้อยและไม่กังวลเรื่องน้ำหนัก เนื่องจากตัวนี้อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้ รวมถึงคนที่เคยกินยาคุมแล้วไม่เวียนหัว มึนหัวและคลื่นไส้ เนื่องจากว่าตัวนี้มีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มากกว่าตัวอื่นในท้องตลาด ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจนก็อาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ค่ะ

 

2. สำหรับคนที่มีสิวปานกลางและกังวลเรื่องน้ำหนัก

     สำหรับตัวต่อมาสำหรับสาวๆ ที่มีสิวเยอะปานกลางและกังวลเรื่องน้ำหนักค่ะ ควรมองหายาคุมที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน Ethinyl Estradiol 0.035 mg + Chlormadinone Acetate 2 mg เหมาะกับคนที่เป็นสิวปานกลางขึ้นไปและกังวลเรื่องน้ำหนัก เนื่องจากว่าตัวนี้ไม่ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำและน้ำหนักเพิ่ม มีฤทธิ์ต้านการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยลดสิวบริเวณใบหน้าและลำตัว ลดภาวะขนดกจากฮอร์โมนแอนโดรเจนได้เหมือนกับยาคุมในข้อแรก แต่ว่าก็จะมีฤทธิ์อ่อนกว่าค่ะ

 

3. สำหรับคนที่กังวลเรื่องตัวบวมและน้ำหนักตัว

     ยาคุมตัวต่อมาสำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องของอาการตัวบวมรวมไปถึงเรื่องน้ำหนักตัวด้วย ให้มองหาส่วนผสมในยาคุมเป็น Ethinyl Estradiol 0.030 mg + Drospirenone 3 mg เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องน้ำหนัก เนื่องจาก Drospirenone สามารถเข้าไปลดการคั่งของน้ำในร่างกาย ทำให้น้ำหนักไม่เพิ่ม รวมถึงยังเหมาะกับคนที่กินยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol 0.035 mg แล้วมีอาการเวียนศีรษะ เนื่องจากว่าตัวนี้มี Ethinyl Estradiol ที่ลดลงค่ะ แต่ว่าในเรื่องของราคาก็จะสูงกว่ายาคุมตัวอื่นๆ ด้วยค่ะ

 

4. สำหรับคนที่กินยาคุมแล้วเวียนหัว คลื่นไส้

     สำหรับคนที่กินยาคุมแล้วเวียนหัว คลื่นไส้ ลองมาหา Ethinyl Estradiol 0.02 mg + Drospirenone 3 mg เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องน้ำหนักและคนที่กินยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol ในปริมาณมากแล้วมีอาการเวียนหัว มึนหัวและคลื่นไส้ ยาคุมตัวนี้ยังช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือนได้ด้วย เช่น หงุดหงิด ปวดหัวก่อนมีประจำเดือน ข้อด้อยของตัวนี้อาจจะทำให้รอบเดือนหายไปได้บ้างในบางเดือนค่ะ 

 

5. สำหรับคนที่มีสิวปานกลางขึ้นไป

     มองหายาคุมที่มีส่วนผสมเป็น Ethinyl Estradiol 0.04 mg + Desogestrel 0.025 mg ข้อดีคือจะทำให้ฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายของเราอยู่ในสภาวะที่สมดุลมากขึ้นและไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม ส่วนข้อด้อยคืออาจจะมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่ากับตัวอื่นๆ ค่ะ ซึ่งจะเหมาะกับคนที่เป็นสิวรุนแรงปานกลางขึ้นไปค่ะ

 

ข้อควรระวังสำหรับการใช้ยาคุมรักษาสิว

     ในยาคุมรักษาสิวมีฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจนสามารถที่จะไปกระตุ้นการเกิดฝ้าได้ ดังนั้นคนที่เป็นฝ้าอยู่แล้ว คนที่ต้องทำงานกลางแจ้งและคนที่มีผิวไวต่อแสงแดด รวมถึงคนที่มีผิวบอบบาง อาจต้องเลือกยาคุมที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำไว้ก่อนค่ะ นอกจากนี้ในคนที่มีโรคประจำตัวหรือว่ากินยาประจำอยู่ จะต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนซื้อยา เนื่องจากยาบางชนิดอาจจะไม่ส่งผลดีกับร่างกายหากกินด้วยกันค่ะ

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง