โรคกินไม่หยุด Binge Eating Disorder คืออะไร ? ... อาการแบบไหนถือว่าเป็นโรค

โรคกินไม่หยุด Binge Eating Disorder คืออะไร ? ... อาการแบบไหนถือว่าเป็นโรค
Beau_Monde
20 มิถุนายน 2564 ( 10:40 )
367

     จากที่มีข่าวว่า “ไอซ์-ศรัณยู วินัยพานิช” นักร้องชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยว่าตนเองกำลังมีอาการป่วยจาก โรคกินไม่หยุด Binge Eating Disorder ซึ่งเป็นโรคที่ผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมการกินของตัวเองได้ ทำให้มีปัญหาเรื่องน้ำหนัก มีปัญหาไขมัน ทั้งไขมันในเส้นเลือดและปัญหาไขมันพอกตับ รวมถึงยังมีภาวะความเศร้าด้วย

     หลายคนจึงเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า โรคกินไม่หยุดคืออะไร มีสาเหตุและอาการอย่างไรบ้าง รวมถึงหลายๆ คนก็มีความสงสัยด้วยว่าตนเองจะเข้าข่ายป่วยเป็นโรคนี้หรือไม่ วันนี้เราได้รวมรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคกินไม่หยุด หรือโรคหยุดกินไม่ได้มาฝากกันค่ะ

 

 

โรคกินไม่หยุดคืออะไร

     โรคกินไม่หยุด Binge Eating Disorder (BED) คือ ความผิดปกติของการกินอาหาร โดยผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมในการกินอาหารของตนเองได้ ทำให้เกิดการกินอาหารมากกว่าปกติ รวมถึงยังกินอาหารแม้จะไม่รู้สึกหิวและจะหยุดก็ต่อเมื่อกินอาหารต่อไม่ไหวแล้ว ซึ่งเมื่อกินอาหารไปแล้วก็จะรู้สึกไม่ดีหรือรู้สึกผิดต่อตัวเอง

     โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งช่วงอายุที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ช่วงวัยรุ่นตอนปลายหรือช่วงอายุ 20 ตอนต้น การเป็นโรคกินไม่หยุดนี้ สามารถส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้ และยังสามารถส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยได้อีกด้วย

 

สาเหตุของโรคกินไม่หยุด

     สาเหตุของโรคนี้ยังไม่มีแน่ชัด แต่เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น

1. ความผิดปกติในสมองบางอย่าง 

     ผู้ป่วยอาจมีการตอบสนองต่อสารเคมีในสมองบางชนิด หรือมีการเปลี่ยนแปลงในสมองบางอย่างทำให้การควบคุมตัวเองทำได้ต่ำลง

2. มีการกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ

     ผู้ป่วยอาจเคยได้รับความกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ อาจเคยถูกทำร้าย สูญเสียคนในครอบครัว รวมถึงการขาดความมั่นใจ การวิตกกังวลในรูปร่างของตนเอง

3. เป็นโรคบางชนิด

     ผู้ป่วยอาจเป็นโรคทางจิตเวชบางชนิด เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรคเครียด หรือมีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคกินไม่หยุด

 

อาการของโรคกินไม่หยุด

     อาการของโรคนี้ที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ พฤติกรรมการกินของผู้ป่วยรวมถึงสภาวะอารมณ์ของผู้ป่วยที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยผู้ป่วยจะมีอาการที่เห็นได้ชัด ดังนี้

  • กินอาหารปริมาณมากกว่าปกติ
  • ไม่สามารถควบคุมให้ตนเองหยุดกินได้ แม้ว่าจะอิ่มแล้วก็ตาม
  • ผู้ป่วยจะหยุดกินอาหารก็ต่อเมื่อกินไม่ไหว อิ่มจนอึดอัด ไม่สามารถกินอาหารต่อได้แล้ว
  • สามารถกินอาหารในปริมาณมากๆ ได้ โดยใช้ระยะเวลาไม่นาน
  • ในบางครั้งผู้ป่วยอาจจะมีพฤติกรรมกักตุนอาหาร
  • ผู้ป่วยจะเลือกไปกินอาหารเพียงลำพัง เนื่องจากรู้สึกอับอายกับปริมาณที่ตัวเองกิน
  • รู้สึกรังเกียจ ซึมเศร้า หรือรู้สึกผิดหลังกิน 

 

วิธีป้องกันโรคกินไม่หยุด

     เราสามารถลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดโรคกินไม่หยุดได้ ด้วยการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น โรคเครียด โรคซึมเศร้า โรคไบโพล่าร์ รวมถึงการปรับปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกาย
  • หากิจกรรมทำเพื่อลดความเครียดและเพื่อลดความรู้สึกด้านลบ
  • เข้ารับการบำบัด
  • ปรึกษาแพทย์เมื่อเกิดสัญญาณของโรค
  • ปฏิบัติตตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

เราเป็นโรคกินไม่หยุดใช่หรือไม่

     หากคุณแค่กินอาหารมากกว่ามื้อปกติในบางครั้งคราว อย่างเช่น กินอาหารมากกว่าปกติเพราะไปงานเลี้ยงสังสรรค์หรือไปกินอาหารบุฟเฟต์ แบบนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นโรคกินไม่หยุดแต่อย่างใด

     แต่หากคุณคิดว่าพฤติกรรมการกินของคุณอาจจะเข้าข่ายของโรคนี้ สามารถไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องได้ โดยผู้ที่เป็นโรคนี้จะต้องมีพฤติกรรมการกินตามข้างต้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และต้องเป็นติดต่อกัน 3 เดือนขึ้นไป

 

อ้างอิง

 

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง