รู้จักกับโรคกลัวสังคม (Social anxiety disorder) โรคที่เกิดจากการถูกทำร้ายในวัยเด็ก

รู้จักกับโรคกลัวสังคม (Social anxiety disorder) โรคที่เกิดจากการถูกทำร้ายในวัยเด็ก
Beau_Monde
30 กันยายน 2563 ( 15:25 )
629

     โรคกลัวสังคม (Social anxiety disorder) คือ อาการป่วยประเภทหนึ่งที่ส่งผลกระทบกับจิตใจและการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย จัดเป็นโรคกลัวชนิดหนึ่ง ซึ่งหากมองอย่างผิวเผินจะเหมือนคนที่มีอาการตื่นเต้นหรือประหม่าทั่วไปแบบคนปกติทั่วไป จึงทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ว่าตนเองป่วยหรือในบางรายก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าแบบไหนคืออาการตื่นเต้นแบบปกติและแบบไหนคืออาการของโรคกลัวสังคม และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

 

 

อาการของโรคกลัวสังคม

     เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีผู้อื่นจ้องมอง อย่างเช่น การต้องออกไปพูดหน้าชั้นหรือหน้าห้องประชุม การนำเสนองาน การต้องพูดคุยกับคนที่ไม่คุ้นเคย การทำกิจกรรมในที่สาธารณะ ผู้ป่วยด้วยโรคกลัวสังคมมักจะมีอาการ ดังนี้

  • ตื่นเต้นมาก ประหม่ามาก
  • ไม่กล้าสบตากับคนอื่น
  • กลัวการพูดคุย
  • หายใจถี่ ติดขัด หายใจไม่ออก อึดอัด เหงื่อออกมาก
  • มือสั่น ใจสั่น เสียงสั่น
  • ไม่สบายใจ กังวลใจ
  • ปวดมวนในท้อง บางรายถึงขั้นอาเจียนออกมา
  • หน้าแดง เขินจนตัวบิด

     ผู้ป่วยจะแสดงอาการทุกครั้งที่ต้องเจอกับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งต่างจากคนปกติที่อาจจะเกิดเป็นครั้งเป็นคราว

 

สาเหตุของโรคกลัวสังคม

     สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคกลัวสังคม ส่วนมากมักพบว่าผู้ป่วยเคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกแย่ จนกลายเป็นความฝังใจ เช่น ในวัยเด็กโดนแกล้งจนกลายเป็นความฝังใจ เมื่อเติบโตขึ้นจึงทำให้เกิดความกลัว ส่วนมากผู้ป่วยมักแสดงอาการออกมาในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากเป็นวัยที่ให้ความสำคัญกับการประเมินของผู้อื่นต่อตนเอง

 

การรักษาโรคกลัวสังคม

     สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ป่วยต้องตระหนักก่อนว่าเกิดความผิดปกติกับตนเองและพร้อมที่จะเข้ารับการบำบัด โรคนี้สามารถหายได้หากได้รับการบำบัดอย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง โดยการบำบัดนี้มีทั้ง

1. การใช้จิตบำบัด

     การใช้จิตบำบัด หรือที่เรียกว่า "การบำบัดแบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy: CBT)" โดยผู้ป่วยจะได้เรียนรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ตนเองเป็นโรค รวมถึงได้เรียนรู้วิธีแก้ไขปรับเปลี่ยนความคิดและการแสดงออก


2. การรักษาด้วยยา

     ส่วนมากแพทย์จะสั่งจ่ายยาสำหรับรักษาโรคซึมเศร้า (Antidepressants) และยาระงับความวิตกกังวล (Anti Anxiety) โดยระดับความรุนแรงของยาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ

 

3. การฝึกทักษะอื่นที่จำเป็น

     โดยการฝึกทักษะนี้จะเน้นไปที่การสร้างสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง การผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวล การเผชิญหน้ากับเหตุการณ์สาธาณะอื่นๆ ทั้ง การคุยกับคนแปลกหน้า การพูดต่อหน้าคนอื่น เป็นต้น



อ้างอิง

.........................................

 

อัพเดทเทรนด์เมคอัพ แฟชั่น เคล็ดลับลดน้ำหนัก และไลฟ์สไตล์ผู้หญิงใหม่ๆ ทุกวัน

ได้ที่แอปพลิเคชัน ทรูไอดี ดาวน์โหลดเลยที่นี่!!

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

PTSD คืออะไร...ภาวะป่วยทางจิตใจหลังเจอเหตุการณ์รุนแรง

เช็คก่อนจะสาย 9 สัญญาณ โรคซึมเศร้า ตกลงเราเป็นหรือไม่เป็น

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง