ยินดีต้อนรับสู่ ทรูไอดี

รวม 5 ยาทารักษาสิว ใช้อย่างไรให้หน้าใส สิวลด ไม่แดง ไม่ลอก

รวม 5 ยาทารักษาสิว ใช้อย่างไรให้หน้าใส สิวลด ไม่แดง ไม่ลอก
Beau_Monde
13 มกราคม 2564 ( 11:55 )
465

     สาวๆ หลายคนที่พยายามจะรักษาสิวมาสารพัดวิธี แต่ว่าไม่หายสักที และอยากจะลองใช้ยารักษาสิว แต่ว่าอาจจะยังไม่มีข้อมูลว่ายารักษาสิวยี่ห้อไหนที่เหมาะกับสิวที่เรากำลังเป็นอยู่ตอนนี้ ยาแต่ละตัวมีข้อจำกัดในการใช้อย่างไร ก่อนที่จะรักษาสิว ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ยารักษาสิวไม่ใช่สกินแคร์ลดสิวนะคะ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่จะใช้ยารักษาสิวที่เป็นยาทาทุกครั้ง ก็ควรที่จะขอคำปรึกษาจากเภสัชกรก่อนใช้ เพื่อที่เราจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถใช้ได้อย่างถูกวิธี จะได้ไม่มีผลข้างเคียงค่ะ 

 

 

ประเภทของสิว

     สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจต่อมาก็คือเรื่องของสิวค่ะ คร่าวๆ เราจะแบ่งสิวออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

1. สิวไม่อักเสบ

     เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน หรือที่เรียกกันว่า สิวอุดตัน (comedone) นั่นเองค่ะ สิวที่ไม่มีการอักเสบนี้จะแบ่งย่อยออกเป็น 2 ชนิด คือ 

  • Blackhead สิวหัวดำหรือสิวหัวเปิด
  • WhiteHead สิวหัวขาวหรือสิวหัวปิด

2. สิวอักเสบ

     สิวที่มีการอุดตันของรูขุมขน และมีการอักเสบร่วมด้วย ซึ่งสิวอักเสบอาจจะพัฒนามาจากสิวหัวปิดที่ไม่มีการรักษาหรือมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียค่ะ โดยสิวอักเสบมีหลายชนิด ซึ่งจะแบ่งตามระดับความรุนแรงของสิว ดังนี้

  • Papule สิวอักเสบตุ่มแดงหรือผื่นนูน สิวแบบนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงและมีขนาดเล็ก 

  • Pustule สิวตุ่มหนอง ลักษณะของสิวก็จะใหญ่ขึ้นมาค่ะ มีหนองที่หัวสิวและอาจจะมีอาการปวดด้วย ซึ่งจะมีทั้งแบบตื้นและแบบลึก

  • Nodules สิวตุ่มใหญ่ จัดเป็นสิวอักเสบที่รุนแรง มีลักษณะก้อนสีแดงขนาดใหญ่ ซึ่งอาจมีหลายหัวสิวอยู่ติดๆ กัน

  • Cyst สิวอักเสบรุนแรงหรือสิวหัวช้าง มีลักษณะเป็นก้อนนูนแดงขนาดใหญ่และยังเป็นสิวที่มีการทำลายผิวข้างใน ซึ่งเวลาหัวสิวชนิดนี้แตกออกก็จะมีหนองและเลือดออกมาค่ะ

     ซึ่งกระบวนการที่จะทำให้เกิดสิวได้ ก็มักจะมีทั้งเรื่องของการอุดตันและติดเชื้อร่วมด้วย โดยเฉพาะเชื้อที่เรียกว่า P.acne ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ค่ะ คราวนี้เราลองมาดูกันว่ายารักษาสิวทั้ง 5 แบรนด์นั้น เหมาะกับสิวประเภทใดบ้างและมีวิธีการใช้อย่างไรบ้างค่ะ

 

5 ยารักษาสิว

1. Benzac AC

     ยารักษาสิวตัวแรกคือ benzac AC ค่ะ สำหรับยาที่อยู่ในนี้คือ Benzoyl Peroxide ยารักษาสิวตัวนี้จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกันนะคะ คือ 2.5 เปอร์เซ็นต์ และ 5 เปอร์เซ็นต์ ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน และยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ด้วย ช่วยรักษาสิวอุดตันและสิวอักเสบแบบที่ไม่ได้รุนแรงมาก และยังสามารถที่จะช่วยฆ่าเชื้อได้และไม่ทำให้เชื้อสิวดื้อยา 

     ส่วนอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยก็คือ มีการระคายเคืองบริเวณที่ทายา มีอาการผิวแห้งเนื่องจากมีฤทธิ์ในเรื่องการช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวบางลงได้ ดังนั้นในช่วงที่ทายาตัวนี้ ก็ต้องระวังในการออกแดด พยายามเลี่ยงแสงแดดและทาครีมกันแดดร่วมด้วย

     ส่วนวิธีใช้ ก็ควรใช้ในขณะที่หน้าแห้งค่ะ ทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด ซับหน้าให้แห้ง เสร็จแล้วจึงค่อยทา benzac ซึ่งในช่วงแรกอาจจะทาทิ้งไว้แค่ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด หากใช้แล้วมีอาการระคายเคืองก็สามารถทาแบบวันเว้นวัน และก็ควรเริ่มที่ความแรงของยา 2.5 เปอร์เซ็นต์ก่อน เมื่อใช้ไปสักพักแล้วอาการดีขึ้นจนเป็นปกติ จึงค่อยทายาทิ้งไว้ข้ามคืนและเพิ่มความแรงของยาเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

 

2. Clinda M

     ตัวยาสำคัญคือ Clindamycin 1 เปอร์เซ็นต์ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ P.acne และลดการอักเสบได้ ใช้สำหรับรักษาสิวอักเสบ และไม่ช่วยลดสิวอุดตันนะคะ สำหรับใครที่กำลังเป็นสิวใหม่ๆ ให้รีบทาได้ทันทีจะช่วยให้สิวยุบเร็ว 

     ซึ่งสำหรับ Clinda M นั้นก็ควรจะใช้คู่กับ Benzac AC เพราะจะช่วยลดอาการดื้อยาได้ดี และอีกอย่างนี้เนื่องจาก Clinda M นั้นมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งก็อาจจะทำให้ผิวแห้งหรือว่าระคายเคืองผิวได้ วิธีใช้ก็คือทาทั้งเช้าและเย็น โดยทา Clinda M ก่อน แล้วค่อยทา Benzac AC ทับค่ะ 

 

3. Acnetin A

     สำหรับใครทำเคยใช้ยารักษาสิว Retin A อยู่แล้วรู้สึกว่าทำไมช่วงนี้หาซื้อค่อนข้างยาก ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้ Acnetin A ได้ค่ะ เพราะว่าใช้ตัวยาเดียวกันคืออนุพันธ์วิตามินเอหรือ Tretinoin ออกฤทธิ์โดยการเร่งให้เกิดการสร้างเซลล์และผลัดเซลล์ ช่วยลดการเกิดสิวและสามารถช่วยลดการอักเสบ เหมาะกับทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ และนอกจากนี้ยังช่วยลดริ้วรอยได้ด้วย

     แต่ในช่วงแรกที่ใช้อาจจะมีโอกาสทำให้เกิดสิวมากขึ้นได้ โดยระยะเวลาการรักษาที่เห็นผลจะอยู่ที่ประมาณ 36 สัปดาห์ ดังนั้นคนที่ใช้ยา Acnetin A จำเป็นจะต้องใช้อย่างต่อเนื่องในระยะหนึ่งถึงจะเห็นผลค่ะ 

     ส่วนอาการข้างเคียงที่สามารถพบได้คือ ผิวระคายเคือง ผิวแห้ง ผิวแดงและผิวลอก รวมถึงยังทำให้ผิวไวต่อแสงได้สูง วิธีใช้คือแนะนำให้ทาก่อนนอน และต้องระวังเรื่องของการโดนแดด ควรทาครีมกันแดดป้องกันผิว พยายามเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา มุมปาก ซอกจมูกและบริเวณที่มีผิวหนังอ่อนๆ ค่ะ

 

4. Differin

     ตัวยาใน Differin มีชื่อว่า Adapalene 0.1 เปอร์เซ็นต์ค่ะ จัดอยู่ในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอเหมือนกับ Acnetin A รวมถึงยังออกฤทธิ์คล้ายกันด้วย  มีฤทธิ์ในการรักษาสิวอุดตันและช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดอาการอักเสบ ซึ่งในช่วงแรกที่ใช้ก็อาจจะทำให้มีสิวเพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน ส่วนสำหรับวิธีใช้ก็ยังคงแนะนำให้ทาก่อนนอน พยายามเลี่ยงแสงแดดทั้งในตอนเช้าและในตอนกลางวันค่ะ

 

5. Epiduo

     สำหรับยารักษาสิวตัวสุดท้าย จะมีตัวยาผสมกันอยู่ 2 ชนิดค่ะ นั่นก็คือ Adapalene 0.1 เปอร์เซ็นต์ และ Benzoyl Peroxide 2.5 เปอร์เซ็นต์ สามารถรักษาได้ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ มีฤทธิ์ในการลดการอุดตันของรูขุมขน ช่วยเพิ่มการผลัดเซลล์และสามารถฆ่าเชื้อได้ด้วย อาการข้างเคียงที่พบได้ก็คล้ายกับยารักษาสิวทั่วไปคือ อาจมรอาการระคายเคือง ผิวแดงและลอก รวมถึงผิวมีความไวต่อแสง ส่วนวิธีการใช้ก็คือให้ทาก่อนนอนวันละครั้ง ซึ่งในช่วงแรกอาจจะทาแค่ 15 นาทีแล้วล้างออก เมื่อใช้ติดต่อกันจนรู้สึกว่าไม่ระคายเคืองแล้วก็สามารถทาทิ้งไว้ข้ามคืนได้ และที่สำคัญเมื่อใช้ยารักษาสิวแล้ว ต้องอย่าลืมทาครีมกันแดดทั้งเวลาที่อยู่ในบ้านหรืออยู่นอกบ้าน เพราะผิวของเราจะไวต่อแสงเป็นพิเศษค่ะ

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

8 ไอเท็ม รักษาสิว สิวอักเสบ ทั้งถูกและดี ลดสิว ผิวหน้าดีขึ้น แบบไม่ต้องจ่ายแพง!

รวมสกินแคร์ลดสิวที่ดีที่สุดแห่งปี 2020 ช่วยลดสิว ลดรอยสิว จัดการปัญหาสิวได้ตรงจุด!

บทความที่เกี่ยวข้อง