รีเซต

5 เทคนิคทำ IF ให้สามารถลดน้ำหนักได้เร็ว ... ทำตามได้ง่าย ไม่ต้องทนหิว

5 เทคนิคทำ IF ให้สามารถลดน้ำหนักได้เร็ว ... ทำตามได้ง่าย ไม่ต้องทนหิว
Beau_Monde
31 ตุลาคม 2564 ( 14:36 )
1.7K

     การทำ Intermittent Fasting หรือการทำ IF คือการกินอาหารสลับกับการหยุดกินอาหาร ซึ่งการที่เราทำแบบนี้จะช่วยให้ร่างกายสามารถดึงพลังงานที่สะสมไว้ออกมาใช้ สามารถช่วยลดน้ำหนัก ควบคุมระดับฮอร์โมนอินซูลินและยังสามารถช่วยควบคุมความดันได้อีกด้วยค่ะ

     ยิ่งสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักด้วยแล้ว การทำ IF ถือเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนนิยมทำ แต่นอกจากการกินสลับกับการหยุดกินแล้ว เรายังมีเทคนิคที่ช่วยเร่งให้เกิดการเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าเดิมด้วย ซึ่งเทคนิคที่ว่ามานั้นจะมีอะไรบ้าง ตามเรามาดูได้เลย

 

 

5 เทคนิคทำ IF ให้สามารถลดน้ำหนักได้เร็ว

 

1. ปรับเวลาในการทำ IF 

     สำหรับคนที่เพิ่งจะเริ่มทำ IF เป็นครั้งแรก อาจจะมีช่วงเวลาของการทำที่ไม่ตรงกับชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่ แนะนำให้ลองปรับช่วงเวลาดูค่ะ เช่น ให้เราเลือกทำฟาสติ้งในช่วงเวลาทำงาน โดยเฉพาะในช่วงบ่ายเป็นต้นไป เพราะในช่วงเวลาทำงานเราไม่สามารถจะกินอาหารได้อยู่แล้ว ดังนั้นก็ให้ถือเอาช่วงนี้เป็นช่วงของการอดอาหารไปเลยก็ได้ นอกจากนี้ก็อย่าไปเคร่งเครียดกับการทำ IF มากจนเกินไป แต่ควรต้องมีการยืดหยุ่นเพื่อให้เข้ากับชีวิตของเราด้วยค่ะ 

 

2. การกินอาหารแบบ Low Carb Diet หรือ Ketogenic Diet 

     การกินอาหารแบบโลว์คาร์บหรือการพร่องแป้ง รวมถึงการกินอาหารแบบคีโตไดเอท สามารถทำควบคู่ไปกับการทำ Intermittent Fasting ได้ค่ะ เพราะการกินอาหารแบบนี้สามารถช่วยให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะคีโตซิสหรือสภาวะร่างกายเผาผลาญไขมันมาเป็นพลังงาน ซึ่งกระบวนการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการที่เรากินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลต่ำ และหากทำร่วมกับ IF ด้วยแล้ว ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นค่ะ

 

3. ไม่กินอาหารว่างระหว่างมื้อ

     ถึงแม้การทำ IF จะอนุญาตให้เราสามารถกินอาหารได้หลายชั่วโมง ยกตัวอย่างเช่นการทำ IF แบบ 16/8 ที่เราสามารถกินอาหารได้ถึง 8 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าใน 8 ชั่วโมงนั้นเราจะสามารถกินได้ตลอดเวลา ในทางกลับกันเราจำเป็นจะต้องจัดอาหารให้เป็นมื้อ โดยอาจจะจัดเป็น 2 มื้อหรือ 3 มื้อก็ได้ และควรเว้นการกินอาหารว่างหรือผลไม้ระหว่างมื้อด้วยค่ะ เนื่องจากในทุกครั้งที่เรากินอาหาร ร่างกายจะไม่เผาผลาญพลังงานเก่า นั่นหมายความว่าแทนที่ร่างกายของเราจะได้ดึงเอาไขมันที่สะสมไว้ออกมาใช้เป็นพลังงาน กลับกันร่างกายก็จะใช้พลังงานจากอาหารว่างที่เรากินเข้าไปแทนค่ะ ดังนั้นจึงแนะนำว่าในกลุ่มคนที่กำลังลดน้ำหนักให้เว้นการกินอาหารว่างระหว่างมื้อจะดีกว่าค่ะ

 

4. ดื่มน้ำมาก ๆ ในช่วงฟาสติ้ง

     ในช่วงฟาสติ้งหรือช่วงของการหยุดกินอาหาร ให้เราดื่มน้ำเปล่า กาแฟดำไม่ผสมน้ำตาลหรือน้ำชาที่ไม่ผสมน้ำตาลก็ได้ ซึ่งการดื่มน้ำแบบนี้ทำไปเพื่อให้เกิดการกระตุ้นระบบเผาผลาญ นอกจากนี้ก็จะทำให้เราไม่หิว ไม่กินจุกจิกและไม่หลุดฟาสติ้งด้วยค่ะ อย่างไรก็ตามให้เราระวังการดื่มน้ำประเภท 0 แคลอรี่ น้ำอัดลมแบบ zero ต่าง ๆ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่มีแคลอรี่แต่มีสารทดแทนความหวานที่อาจจะกระตุ้นอินซูลินได้ หากวันไหนที่เราเบื่อการดื่มน้ำเปล่าหรือชากาแฟจืด ๆ ก็สามารถเปลี่ยนมาดื่มน้ำ ACV หรือน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกาผสมน้ำเปล่าหรือน้ำโซดาแทนในบางวันก็ได้ค่ะ 

 

5. กินอาหารในมื้อให้อิ่ม

     บางคนทำ IF ไปด้วยและกินอาหารในมื้อน้อยตามไปแล้ว ซึ่งแบบนี้มีโอกาสที่จะทำให้เราหลุดฟาสติ้งได้ง่ายค่ะ ดังนั้นในช่วงฟีดดิ้งหรือช่วงของการกินอาหาร ในแต่ละมื้อก็ให้เรากินให้อิ่มไปเลย เพื่อที่พอถึงช่วงเวลาหยุดกินอาหารแล้วเราจะได้ไม่รู้สึกหิวโหยและอยากกินอาหารอีก ซึ่งอาหารที่เราแนะนำให้เลือกกินก็ควรเป็นอาหารที่ย่อยได้ช้า เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ขนมปังโฮลวีท เนื้อสัตว์ ไข่ และผักใบเขียวทั้งหลาย อาหารเหล่านี้ร่างกายจะใช้เวลาย่อยค่อนข้างนาน ทำให้เราสามารถยืดช่วงระยะเวลาอิ่มของเราออกไปได้ และกว่าที่เราจะหิวอีกครั้งก็จะเป็นในช่วงของการกินมื้อต่อไปพอดีค่ะ

 

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง