รีเซต

6 ข้อควรรู้ ก่อนใช้เรตินอล ใช้อย่างไรให้หน้าใส ได้ไม่เสี่ยงหน้าพัง

6 ข้อควรรู้ ก่อนใช้เรตินอล ใช้อย่างไรให้หน้าใส ได้ไม่เสี่ยงหน้าพัง
pommypom
21 มิถุนายน 2567 ( 13:55 )
3.3K

     เห็นเทรนด์หน้าเงา ผิวฉ่ำโกลว์แบบ Glass skin ผลงานสุดปังที่ได้จาก เรตินอล กำลังมา! สาวๆ ทั้งหลายก็ใจบางต้องไปซื้อมาปรนนิบัติผิวกันบ้างล่ะ! แต่ก็ทำเอาหลายคนผิดหวัง เพราะใช้แล้วสิวขึ้นบ้าง หน้าหมองบ้าง! แบบนี้เรามาดู 6 ข้อควรรู้ ก่อนใช้เรตินอล กันสักหน่อยดีกว่าค่าสาวๆ เนื่องจากเจ้าเรตินอลถ้าใช้ถูกกับผิวก็ให้ผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอดจริงๆ แต่ถ้าใช้แล้วแพ้ก็เสี่ยงหน้าพังยับเยินจนต้องไปพึ่งคุณหมอผิวหนังกันเชียวล่ะ

 

 

ทำความรู้จัก! เรตินอล คืออะไร

     เรตินอลคือ อนุพันธ์วิตามินเอในกลุ่มเรตินอยด์ ซึ่งเป็นสารแอคทีฟที่ใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ให้ผลด้านการเสริมสร้างผิวใหม่ ทำให้ผิวกระจ่างใส รอยสิว จุดด่างดำดูจางลง พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว จึงช่วยลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขน ผิวกระชับยืดหยุ่น

     ใครอยากเพิ่มเรตินอลเข้าไปในสกินแคร์รูทีน นี่คือ 6 ข้อควรรู้ที่สาวๆ ควรทราบก่อนเริ่มใช้

 

6 ข้อควรรู้ ก่อนใช้เรตินอล

 

1. เรตินอล ใช้ความเข้มข้นเท่าไรดี?

 

 

     ไปช้อปเรตินอลทั้งที เห็นเรตินอลความเข้มข้นต่างกันเต็มเชลฟ์ แล้วจะเลือกความเข้มข้นแบบไหนดีล่ะ? สำหรับผู้เริ่มใช้เราขอแนะนำให้เริ่มจากเรตินอลความเข้มข้นต่ำ 0.1-0.2% ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้าก่อนนอนเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์ แล้วค่อยขยับไปเปอร์เซนต์ที่เข้มข้นขึ้น เพื่อให้ผิวปรับสภาพ เนื่องจากเรตินอลที่ใช้ในสกินแคร์จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดเรติโนอิก หากเริ่มใช้ที่ความเข้มข้นสูงทำให้ผิวปรับสภาพไม่ทัน อาจเกิดอาการแพ้ระคายเคือง หน้าแดง แสบลอกได้ 

 

2. ใช้เรตินอล กันแดดอย่าขาด!

 

 

     หลายคนอาจเข้าใจว่าเรตินอลใช้ได้เฉพาะตอนกลางคืน เพราะทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น ในความจริงแล้วเราสามารถทาเรตินอลตอนกลางวันได้ค่ะ เพียงแต่ไม่ควรออกแดดจัด ที่สำคัญต้องหมั่นทากันแดดอย่าขาดและต้องทาซ้ำทุก 2-3 ชม. ด้วยน้า มิเช่นนั้นคุณอาจได้หน้าหมองๆ เหมือนราหูอมมาครองก่อนหน้าใสก็เป็นได้!

 

3. ไม่ควรใช้ร่วมกับสารกลุ่ม AHAs

 

 

     เรตินอลแม้กลไกการผลัดเซลล์ผิวจะไม่เหมือนกับสารกลุ่ม AHAs แต่หากนำมามิกซ์ใช้ร่วมกัน ก็เหมือนคุณใช้สกินแคร์ที่มีความเป็นกรดและกรดค่ะซิส แน่นอนว่ามีโอกาสเกิดอาการผิวแห้งระคายเคืองสูง ยิ่งถ้าใครมีผิวแพ้ง่ายด้วยแล้ว เราขอห้ามอย่างเด็ดขาดเลย หากใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิวกลุ่ม AHA BHA ร่วมกับเรตินอล แนะนำให้ใช้สลับเวลาหรือสลับวันกันนะจ๊ะ

 

4. ใช้แล้วดันสิว vs แพ้ ต่างกันนะ! 

 

 

     ใช้เรตินอลช่วงแรกเชื่อว่าสาวๆ หลายคนเจอปัญหาสิวอุดตัน สิวอักเสบผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด มากน้อยแล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน อาการนี้เป็นไปได้ 2 กรณี คือ อาการดันสิวและอาการแพ้เรตินอลค่ะ แล้วต่างกันยังไงมีวิธีสังเกตไหม? มีค่ะสาวๆ ถ้าเป็นเพียงอาการดันสิวในช่วงแรกที่ใช้เรตินอล ด้วยเค้ามีฤทธ์ผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้สิวใต้ผิวถูกดันออกมา ซึ่งเป็นได้ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ แต่จะยุบหายไว ไม่ค่อยมีอาการปวด แล้วผิวจะค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นภายใน 1-3 เดือน 

     แต่! ถ้าสิวผุดพรายขึ้นไม่หยุดหย่อน เม็ดเก่ายุบเม็ดใหม่มา เป็นตุ่มนูนแดงทั่วหน้าหนักขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกเจ็บตอนเผลอไปสัมผัส พอหายก็ทิ้งรอยดำไว้ตรึม ทั้งยังมีอาการผิวแดง แห้งลอกร่วมด้วย นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลังแพ้เรตินอลค่ะ ใครใช้เรตินอลแล้วมีอาการดังกล่าวแนะนำให้หยุดใช้ และรีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังกันให้ไวเลย!

 

5. สกินแคร์ต้องห้ามของคุณแม่ตั้งครรภ์

 

 

     คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือสาวคนไหนเตรียมตัวจะเป็นคุณแม่ในเร็วๆ นี้ ควรหลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลค่ะ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ค่ะ นอกจากนี้คุณแม่ให้นมเราก็ยังไม่แนะนำให้ใช้นะคะ หากต้องการใช้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนน้า

 

6. เรตินอล ใช้แบบนี้หน้าใสปิ๊ง

 

 

     เรตินอลใช้ยังไงให้หน้าใสปิ๊ง อย่างแรกคือต้องปฏิบัติตามข้อแรกอย่างเคร่งครัดนั่นก็คือ เริ่มใช้จากความเข้มข้นต่ำและทาในเวลากลางคืน โดยหลังจากที่สาวๆ ล้างหน้าสะอาดซับให้ผิวหมาดแล้ว จึงทาเรตินอลบางๆ ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ จากนั้นจึงตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เป็นอันเสร็จค่ะ ขอกระซิบนิดนึงว่า หากมอยส์เจอร์มีส่วนผสมของ Hyaluron Ceramide หรือ Beta Glucan ยิ่งเริ่ด! นอกจากช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำแล้ว ยังปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองจากการใช้เรตินอลได้อีกด้วย

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง