รีเซต

มัดรวม! 8 วิตามิน ที่มีส่วนช่วยในเรื่องผิวพรรณ บำรุงผิวให้สวยสุขภาพดี

มัดรวม! 8 วิตามิน ที่มีส่วนช่วยในเรื่องผิวพรรณ บำรุงผิวให้สวยสุขภาพดี
pommypom
13 พฤษภาคม 2565 ( 11:00 )
3.7K

     ในสกินแคร์บำรุงผิวที่เราใช้หลายๆแบรนด์ ล้วนอุดมไปด้วยส่วนผสมที่เป็นวิตามินค่ะ นั่นก็เป็นเพราะว่าวิตามินถือเป็นสารอาหารผิวที่ดี ที่สามารถช่วยบำรุงผิวให้สวยสุขภาพดีได้ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินในสกินแคร์บำรุงผิวหรือการทานเป็นอาหารเสริมก็ตาม ผิวของเราจะขาดวิตามินไม่ได้เลย ส่วนวิตามินตัวไหนจะมีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณบ้าง ไปเช็คกันเลยค่ะ!

 

 

1. วิตามินซี

     หากพูดถึงเรื่องวิตามินสำหรับบำรุงผิว หลายๆคนก็จะต้องนึกถึงวิตามินซีเป็นอันดับแรกๆอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าวิตามินซีถือเป็นส่วนผสมในสกินแคร์ตัวเด็ดหลายๆตัวเลยล่ะค่ะ ซึ่งวิตามินซี หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า L-ascorbic acid อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดการผลิตเม็ดสี รวมไปถึงช่วยปกป้องผิวที่ถูกรังสียูวีทำร้ายจนเกิดเป็นความหมองคล้ำและสัญญาณแห่งวัยต่างๆ อย่างเช่น ริ้วรอย และจุดด่างดำ โดยเราสามารถเลือกใช้เป็นสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หรือทานเป็นอาหารเสริมวิตามินซีก็ได้ค่ะ ซึ่งปริมาณที่แนะนำคือ 1,000 มก.ต่อวันค่ะ

 

2. วิตามินอี

     วิตามินอี หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Alpha-tocopherol ถือเป็นอีกหนึ่งวิตามินที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณ เนื่องจากในวิตามินอีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิวไม่ให้เกิดการระคายเคือง พร้อมเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว อีกทั้งยังช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ผิวหนังจากการเกิดออกซิเดชั่นเมื่อโดนรังสียูวีทำร้าย รวมไปถึงยังช่วยลดสัญญาณแห่งวัยอย่างริ้วรอยได้ดีอีกด้วยค่ะ โดยจะแนะนำให้ทานเป็นอาหารที่มีส่วนผสมของวิตามินอีหรืออาหารเสริม มากกว่าการใช้สกินแคร์ค่ะ เนื่องจากการทานวิตามินอีจะมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งปริมาณที่แนะนำคือ 15 มก.ต่อวันค่ะ 

     ซึ่งเดี๋ยวนี้จะเห็นได้ว่ามีการนำสารสกัดใหม่ๆ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคเลือกมากมาย อย่างผลิตภัณฑ์ดีๆ ล่าสุด CHAME’ Gen Me นวัตกรรมวิตามินคอลลาเจนเข้มข้น จากเกาหลี ที่คัดสรรนวัตกรรมสารสกัดและวิตามินรูปแบบใหม่ที่เน้นช่วยบำรุงผิวพรรณได้ตั้งแต้ต้นตอของปัญหา รูปแบบซองพกพาสะดวก กินง่ายเพราะไม่ต้องชง แค่ฉีกแล้วกรอกปาก! ก็ได้รับผลลัพธ์ผิวสวยสุขภาพดี ตอบโจทย์คนยุคใหม่อย่างมาก จุดเด่นคือนำ Beauty Oligo สารสกัดอาหารผิวบริสุทธิ์เทียบเท่าน้ำนมแม่ ผสานกับคอลลาเจนไดเปปไทด์ เข้มข้นสูง รองรับสิทธิบัตรการผลิตจากประเทศเกาหลี โมเลกุลเล็กดูดซึมเร็ว ผสานกับสารสกัดธรรมชาติและวิตามินที่เน้นผลลัพธ์ช่วยเรื่องผิว ซึ่ง CHAME’ Gen Me เค้าก็มีถึง 2 สูตรด้วยกันค่ะ โดย CHAME’ Gen Me Clear เป็นสูตรลดสิว สร้างผิวเนียนใส นอกจากนวัตกรรม 2 ตัวเก่งที่กล่าวไปข้างต้น ยังเสริมด้วย Actrisave สารสกัดงานวิจัยที่ช่วยลดปัญหาสิวทุกชนิด ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า พร้อมทั้งสารสกัดต้านอนุมูลอิสระมากถึง 16 ชนิดในซองเดียว ทั้งสารสกัดจากผิวองุ่น ไลโคปีน นูทริมินซี สารสกัด Melon SOD และ Gotu Kola ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาเนียนใสแบบคูณสอง! โดย1ซองให้คุณค่า 3 Vitamins หลักๆ ทั้ง Zinc, Vitamin B3(ไนอะซิน)120% และ Vitamin E เรียกได้ว่าช่วยเคลียร์ปัญหาสิว ช่วยลดการอักเสบ และป้องกันการเกิดสิวซ้ำซากได้เป็นอย่างดี

 


 
     และสำหรับอีกหนึ่งสูตร CHAME’ Gen Me Glow เป็นสูตรผิวฉ่ำโกลว์ใส ที่ส่วนผสมอัดแน่นไม่แพ้กันค่ะ ซึ่งเสริมด้วย CERAVITE™ สารสกัดงานวิจัยที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นกระจ่างใส ฉ่ำโกลว์สุขภาพดี White Jelly Extract ไฮยาลูรอนจากธรรมชาติ ที่ช่วยให้ผิวอิ่มฟูสุดๆ อีกทั้งยังมีสารสกัดถึง 14 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นไลโคปีน นูทริมินซี กีวีสีทอง และใน1ซองยังให้ Vitamin B6120% , วิตามิน C&E สูง ซึ่งสารสกัดเหล่านี้จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส ออร่าไบรท์ราวกับเปิดไฟให้ผิว!

 


 
     จุดเด่นสำคัญ !! เรื่องนวัตกรรมเด่นๆ ที่ใส่มาทั้งสองสูตร ทั้งคอลลาเจนไดเปปไทด์เข้มข้นบริสุทธิ์ รองรับโดยสิทธิบัตรกระบวนการผลิตจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ช่วยลดริ้วรอย เติมเต็มผิวให้เรียบเนียนขึ้น และ Beauty Oligo จุลินทรีย์เสริมสมดุลผิว ซึ่งทางแบรนด์เค้าบอกว่าบริสุทธิ์เทียบเท่าน้ำนมแม่เลยทีเดียว เป็นนวัตกรรมใหม่ เอกสิทธิ์จากประเทศเกาหลีที่จะช่วยปกป้องผิวจากแบคทีเรียร้ายที่ทำลายชั้นเซลล์ผิว ปรับสมดุลผิวจากภายใน เรียกว่าเป็นตัวช่วยที่บอกลาการเป็นสิวง่าย ผิวไม่สดใส แห้งกร้านไปได้เลย! หาซื้อได้ที่ 7-11 / Watsons / Boots / Tops / CJ Express / ร้านขายยา Pure @Big C / ร้านค้าบิ้วตี้ชั้นนำ และตัวแทนชาเม่ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ Lazada / Shopee
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Line : @chamethailand (https://bit.ly/3KMUeMo

 

3. วิตามินเอ

     วิตามินเอ หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันในชื่อ เรตินอล ถือเป็นหนึ่งในส่วนผสมตัวเด็ดที่มีส่วนช่วยลดสิวและลดเลือนริ้วรอยได้ดีมากๆ เราจึงมักจะเห็นสกินแคร์ลดสิวและสกินแคร์ Anti-aging มีส่วนผสมของเรตินอลอยู่นั่นเอง ซึ่งนอกจากในเรื่องของสิวและริ้วรอยแล้ว ยังสามารถช่วยป้องกันการสูญเสียคอลลาเจน กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ลดรอยดำ และยังป้องกันผิวเสียจากแสงแดดทำร้ายอีกด้วยค่ะ

 

4. วิตามินดี

     ร่างกายของเราจะได้รับวิตามินดีอย่างเต็มที่เมื่อผิวของเราสัมผัสกับแสงแดดอ่อนๆยามเช้าในช่วงก่อน 10 โมงค่ะ ซึ่งวิตามินดีถือเป็นอีกหนึ่งวิตามินที่มีส่วนช่วยบำรุงผิวได้ดี อย่างไรก็ตามยังมีข้อถกเถียงที่ว่าการทาครีมกันแดดทุกวันอาจทำให้ขาดวิตามินดีหรือไม่ ดังนั้นในช่วงเช้าๆก่อน 10 โมงนี้จึงเหมาะมากๆที่จะให้ร่างกายได้รับวิตามินดี เพราะถ้าหากว่าเป็นช่วงที่แสงแดดจัดตอน 10 โมง - บ่าย 2 จะเป็นการทำร้ายผิวเสียมากกว่าค่ะ

 

5. วิตามินบี 3

     วิตามินบี 3 หรือที่เรารูจักกันในชื่อ Niacinamide ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมฮิตในสกินแคร์บำรุงผิวหลายๆตัวดังเลยก็ว่าได้ค่ะ เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวได้ดีมากๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยปลอบประโลมผิว ลดความแห้งกรานให้ผิวชุ่มชื้น บรรเทาอาการแดงและระคายเคืองผิว รวมไปถึงยังช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ช่วยปรับสีผิว ลดเลือนจุดด่างดำ ริ้วรอย และกระชับรูขุมขนให้เล็กลงด้วยค่ะ

 

6. วิตามินบี 5

     วิตามินบี 5 หรือที่เรารู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า Pantothenic acid เป็นอีกหนึ่งวิตามินที่มีส่วนช่วยปลอบประโลมผิว บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวไม่แห้งกร้าน รวมไปถึงยังช่วยต้านการอักเสบของผิว ช่วยลดอาการระคายเคืองผิวได้ดีมากๆค่ะ

 

7. วิตามินเอฟ

     วิตามินเอฟ หรือที่ย่อมาจากตัว F ของคำว่า Fat ที่แปลว่าไขมันค่ะ เนื่องจากวิตามินตัวนี้พบในกรด Linoleic acid หรือกรดไขมันโอเมก้า 6 และ Linolenic acid หรือกรดไขมันโอเมก้า 3 นั่นเอง ซึ่งร่างกายของเราไม่สามารถผลิตวิตามินเอฟได้เอง เราจึงจำเป็นต้องอาศัยการกินหรือสกินแคร์เข้าช่วยค่ะ วิตามินเอฟมีส่วนช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง พร้อมปลอบประโลมผิว และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งหยาบกร้านค่ะ

 

8. วิตามินเค

     วิตามินเคเป็นอีกหนึ่งวิตามินที่ดีสำหรับผิวของเราค่ะ เนื่องจากวิตามินเคมีส่วนช่วยลดรอยแตกลาย รอยคล้ำใต้ตา รวมถึงยังช่วยเร่งการสมานผิว และทำให้บาดแผลหรือรอยฟกช้ำจากการผ่าตัดหายเร็วขึ้นค่ะ ซึ่งร่างกายควรได้รับวิตามินเคประมาณ 90-120 ug ต่อวันจึงจะถือว่าเพียงพอนะคะ

 

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง