5 วิธีแก้อาการแพ้ท้อง สิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ ช่วยคุณแม่ตั้งครรภ์เอาชนะอาการแพ้ท้อง!

5 วิธีแก้อาการแพ้ท้อง สิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ ช่วยคุณแม่ตั้งครรภ์เอาชนะอาการแพ้ท้อง!
pommypom
28 พฤษภาคม 2564 ( 14:30 )
39

     สำหรับคุณแม่ท่านใดที่มีอาการแพ้ท้องอย่างหนักจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน วันนี้เรามี 5 วิธีแก้อาการแพ้ท้องมาแนะนำค่ะ ซึ่งอาการแพ้ท้อง หรือ Morning Sickness นั้น มักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ และส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในช่วงตื่นนอนตอนเช้า จึงมีศัพท์เรียกอาการแพ้ท้องว่า Morning Sickness นั่นเอง อย่างไรก็ตามอาการแพ้ท้องในคุณแม่แต่ละท่านก็จะมีความแตกต่างกันไป อาจจะมากหรือน้อย หรือบางคนก็เกิดอาการได้ตลอดทั้งวัน ไม่ใช่แค่ช่วงเช้าเท่านั้น ก็อาจจะเป็นได้ ซึ่งอาการแพ้ท้องจะเริ่มดีขึ้นเมื่อมีอายุครรภ์มากกว่า 3 เดือนขึ้นไปแล้วค่ะ 

 

 

1. แก้อาการแพ้ท้องด้วย “อาหาร”

สิ่งที่ควรทำ

  • เมื่อตื่นนอนแล้วให้ทานอาหารทันที เนื่องจากคุณแม่ส่วนใหญ่มักจะมีอาการแพ้ท้องในตอนเช้าและตอนที่ท้องว่าง อาหารที่แนะนำเช่น แครกเกอร์
  • เลือกทานเป็นอาหารแบบเบาๆ ย่อยง่าย ไม่มีกลิ่นเหม็นจนทำให้คลื่นไส้
  • ทานอาหารทีละน้อยๆ แต่เพิ่มความถี่ขึ้น โดยอาจจะแบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยๆ ประมาณวันละ 5-6 มื้อ
  • ควรทานอาหารที่มี Zinc หรือ สังกะสี เพราะจะทำให้มีโอกาสในการแพ้ท้องได้น้อยกว่าคุณแม่ที่ไม่ได้รับแร่ธาตุสังกะสีเลย ซึ่งอาหารที่มีสังกะสี เช่น ตับ ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา สัตว์น้ำที่มีเปลือก ถั่ว และข้าวโพด
  • ควรทานอาหารที่มีโปรตีนสูง แต่ไม่แนะนำให้ทานพวกเนื้อหมูหรือเนื้อวัว เพราะอาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายท้องได้ คุณแม่ควรเลือกทานเป็นเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ อาหารทะเล ไข่ต้ม หรือขนมโปรตีนสูงอย่าง ถั่วและขนมที่ทำมาจากถั่วเหลืองค่ะ
  • ควรทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ข้าวสวย ธัญพืช ขนมปังแบบแห้งกรอบ จำพวกแครกเกอร์ หรือ ขนมปังกรอบธัญพืช
  • เพื่อไม่ให้ท้องว่างนานเกินไป ควรทานอาหารเบาๆ ก่อนนอน เช่น แครกเกอร์ กับ เครื่องดื่มอุ่นๆ 

 

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่าง เนื่องจากท้องว่างจะทำให้เกิดอาการแพ้ท้องได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ของมัน ของทอด
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดหรืออาหารที่ใส่เครื่องเทศมาก
  • หลีกเลี่ยงผลไม้ดอง ควรกินผักและผลไม้สดจะดีกว่า โดยผลไม้ที่แนะนำคือ สับปะรดและกล้วยค่ะ เพราะจะช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ดี ส่วนผักที่แนะนำคือ ผักกาดหอมค่ะ เพราะในผักกาดหอมมีน้ำเป็นส่วนประกอบเยอะ และร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ก็ต้องการน้ำในปริมาณมากด้วยนั่นเอง
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด

 

2. แก้อาการแพ้ท้องด้วย “เครื่องดื่ม”

สิ่งที่ควรทำ

  • หลังจากตื่นนอนตอนเช้า ให้ตื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ หรือนม
  • ดื่มน้ำระหว่างวันให้มากๆ โดยอาจจะเช็คจากสีของปัสสาวะ ซึ่งหากปัสสาวะเป็นสีเหลือง แปลว่าร่างกายของคุณแม่ขาดน้ำ จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อที่จะสามารถบรรเทาอาการแพ้ท้องได้นั่นเอง
  • ควรจิบน้ำผลไม้หรือน้ำหวานบ้างทีละน้อยๆ แต่บ่อยๆ เพื่อเพิ่มพลังงาน ไม่ให้น้ำตาลในเลือดต่ำ หรืออาจจะใช้วิธีอมลูกอมก็ได้เช่นกันค่ะ
  • เครื่องดื่มที่แนะนำคือ น้ำขิงอุ่นๆ เพียวๆ แบบไม่ใส่น้ำตาล โดยอาจจะใช้วิธีหั่นขิงบางๆ แล้วแช่ลงในน้ำร้อนก็ได้ค่ะ เนื่องจากขิงมีส่วนช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ดี

 

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มร้อนจัดหรือเย็นจัดเกินไป เพราะอาจจะทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนได้

 

3. แก้อาการแพ้ท้องด้วย “การพักผ่อน”

สิ่งที่ควรทำ

  • คุณแม่ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ควรหาเวลางีบระหว่างวัน
  • ควรนอนนิ่งๆ

 

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ควรนอนดึก
  • ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อน

 

4. แก้อาการแพ้ท้องด้วย “การผ่อนคลาย”

สิ่งที่ควรทำ

  • คุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์ควรผ่อนคลายอารมณ์อยู่เสมอๆ เนื่องจากสาเหตุหนึ่งของอาการแพ้ท้องก็มาจากอารมณ์และจิตใจได้เช่นกัน
  • คุณแม่ควรเข้มแข็งและทำจิตในให้สงบ โดยอาจจะใช้วิธีทำสมาธิเข้าช่วย
  • แนะนำให้หากิจกรรมทำเพลินๆ โดยอาจจะทำในสิ่งที่ชอบ ฟังเพลง หรือ พูดคุยกับเพื่อน
  • การเดินไป เดินมา แบบง่ายๆ เบาๆ มีส่วนช่วยลดอาการแพ้ท้องได้ค่ะ

 

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ควรนึกถึงความรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนที่เคยเกิดขึ้น เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการรู้สึกอยากคลื่นไส้ขึ้นมาบ้าง
  • ไม่ควรเครียดและวิตกกังวล
  • ไม่ควรอยู่ในอากาศที่ไม่ถ่ายเทและร้อนอบอ้าว เพราะอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้

 

5. แก้อาการแพ้ท้องด้วย “กลิ่นหอม”

สิ่งที่ควรทำ

  • ใช้กลิ่นหอมเข้ามาช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้อง
  • แนะนำให้วางน้ำมันหอมระเหยไว้ในห้องนอนช่วงกลางคืน เมื่อตื่นมาแล้วจะสามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องในวันถัดไปได้ค่ะ
  • กลิ่นที่แนะนำ เช่น เปปเปอร์มินต์
  • อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก เมื่ออยู่บ้านก็ควรเปิดหน้าต่าง ประตู หรือเปิดพัดลมเข้าช่วย เพื่อระบายอากาศไม่พึงประสงค์ค่ะ

 

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ควรหลีกเลี่ยงกลิ่นที่ทำให้ตัวเองรู้สึกคลื่นไส้
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หากจำเป็นต้องไป ก็ควรหาแมสก์หรือผ้าไว้สำหรับปิดจมูก เพื่อลดการได้กลิ่นต่างๆ ลง

 

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง