รีเซต

พาชม The secrets of an icon จากแบรนด์ Van Cleef & Arpels คอลเลคชั่น Alhambra

พาชม The secrets of an icon จากแบรนด์ Van Cleef & Arpels คอลเลคชั่น Alhambra
pommypom
15 มิถุนายน 2565 ( 17:00 )
144

     ด้วยการรักษาขนบที่จะรังสรรค์แต่สิ่งดีเลิศของ Van Cleef & Arpels Alhambra ได้รังสรรค์ขึ้นโดยช่างศิลป์ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งยวดในงานอัญมณีชั้นสูงแต่ละแขนงมารวมกันเพื่อสร้างสรรค์งานนี้ ไม่ว่าจะเป็นช่างเจียระไน ช่างที่ขึ้นตัวเรือนและฝังอัญมณี ไปจนถึงช่างขัดเงา

 

 

     แรงบันดาลใจจากธรรมชาติดังที่เป็นเสมอมา ทางเมซงสรรหาวัสดุที่ธรรมชาติได้มอบให้ โดยแสวงหาแต่สิ่งที่งามที่สุดแทนความหมายสุดลึกซึ้งแทนความโชคดีไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นหอยมุก เทอร์คอยซ์ ออร์นิกซ์ คาร์เนเลียน คาลเซโดนี มาลาไคต์ หรือไม้ลายงู อีกทั้งเพชร สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถูกคัดสรรมาด้วยมาตรฐานสูงสุด ในกระบวนการคัดสรรวัสดุนี้ มีเพียง 1 เปอร์เซนต์ที่จะได้ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของลวดลาย Alhambra จริงๆ

 

 

     ดอกลายจะเริ่มต้นอย่างพิถีพิถัน โดยช่างเจียระไนเจียรหินสีมีค่าต่างๆ ให้เป็นดอกลาย จากนั้นจึงขัดเพื่อให้เห็นความงามของเนื้อหิน รวมทั้งความมันวาว จากนั้นจะหลอมทองเพื่อนำมาทำเป็นกรอบที่เหมือนเส้นไข่มุกสีทองเล็กๆ เรียงร้อยเป็นกรอบลาย การขัดในขั้นตอนสุดท้ายนำความแวววาวงดงามมาให้กับชิ้นงาน โดยรวมแล้วการประดิษฐ์เครื่องประดับนี้โดดเด่นนี้จะมีขั้นตอนการทำงานต่างๆ ไม่น้อยกว่า 15 ขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรร การผลิต รวมไปถึงการตรวจสอบคุณภาพ

 

 

วัสดุจากธรรมชาติที่หลากหลายแทนความหมายสุดลึกล้ำ 

  • Bois d’amourette (letterwood)

     ไม้จากต้นไม้ในตระกูลหม่อน พบมากในทวีปอเมริกา เป็นไม้ธรรมชาติที่มีเนื้อไม้สวยงาม บ้างก็ว่าเหมือนลายอักษร  ฮีโรกลิฟฟิคจึงเรียกชื่อ letterwood บ้างก็ว่ามีลายเหมือนหนังงู จึงเรียกไม้ลายงู เนื้อไม้ชนิดนี้นิยมนำมาใช้ทำเครื่องประดับ เป็นไม้เนื้องามหายากที่มีเนื้อแข็งแกร่ง มีลายสีแดงในเนื้อไม้ ถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาใต้ เป็นไม้ที่ถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวอเมริกันอินเดียน เป็นเครื่องหมายแห่งโชคดี ซึ่งทางเมซงได้ประทับใจกับความหมายดีๆนี้ ในช่วงปลายของทศวรรษที่ 1910 ในโฆษณาของ  Van Cleef & Arpels  ได้แนะนำถึง ‘Touch wood’ ซึ่งเป็นสำนวนที่เหมือนคำอวยพรถึงการมีโชคดี เป็นธรรมเนียมเก่าแก่ของชาวไอริชที่จะเคาะไม้เพื่อความมีโชคแก้สิ่งอัปมงคล แม้แต่ของไทยด้วยเช่นกัน

  • Chalcedony

     คาลซีโดนี เป็นรัตนชาติหรือหินมีค่าในตระกูลควอตซ์ ชื่อนี้มาจากภาษกรีก Khalkêdon คาลซีโดนีเป็นชื่อเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับเมือง Byzentium ของอาณาจักรไบเซนไทน์ นั่นก็คืออิสตันบูลในปัจจุบัน และคาลซีโดนี ก็เป็นส่วนหนึ่งของอิสตันบูลที่ชื่อ Kadıköy หรือเป็นอิสตัลบูลฝั่งเอเชีย คาลซีโดนี ประกอบด้วยผลึกควอตซ์เล็กๆ สีเทาอมฟ้า เชื่อว่าคาลซีโดนีสีฟ้าช่วยทำให้เกิดความสามัคคีและความสงบสุข ความงามที่เกิดจากสีที่อ่อนใสและบางครั้งจะเจือด้วยเส้นหินสีขาว  ในศตวรรษที่ 17 นักฟิสิกส์ Anselme Boece de Boot แนะนำว่าหินนี้ช่วยแก้โรคซึมเศร้าและเสียงแหบได้ มีคำแนะนำว่าทนายความ หรือนักพูดทั้งหลายควรจะพกพาหินชนิดนี้ที่จะช่วยให้พวกเขากล่าววาจาได้อย่างคล่องปากหินคาลซีโดนี ที่ใช้ในคอลเลกชั่นของ Alhambra ส่วนใหญ่มาจากนามิเบีย ซึ่งมีชื่อเสียงว่าหินคาลซีโดนีจากแหล่งนี้จะมีสีสันที่งดงามและมีประกายแวววาวใสดั่งน้ำ

  • Carnelian

     คาร์เนเลียน จัดเป็นหินคาลซีโดนีที่มีสีแดงอมส้ม คาร์เนเลียน คือหินมีค่าชนิดแรกที่นำมาทำเป็นเครื่องประดับตั้งแต่สมัยครีตก่อนกรีก เอเชียกลางและในเอเชียตะวันออก ว่ากันว่าเสื้อคลุมของราชินี Pu Abi แห่งอาณาจักรสุเมเรียน (ราว 2000-3000 ปีก่อนคริสต์กาล) ปักประดับด้วยหินคาร์เนเลียนทั้งชุด อียิปต์เชื่อว่าหินนี้คือสัญลักษณ์ของชีวิตและความเชื่่อที่ว่าจะช่วยคุ้มครองคนที่ตายแล้วเดินทาง  ไปสู่โลกหลังความตายอย่างปลอดภัย สีในโทนอุ่นของคาร์เนเลียนหมายถึงความรื่นเริงและความสุข ในเมซงเลือกใช้คาร์เนเลียนจากบราซิลโดยเลือกเฉพาะหินที่มีสีเข้มลึกเท่านั้น

  • Diamond 

     คำว่าเพชร (diamond) มาจากภาษากรีกว่า Adamas หมายถึง การอยู่ยงคงกระพันเป็นอมตะ นี่ก็พอเพียงที่จะเรียกรัตนชาติที่สุดพิเศษนี้ว่าเป็นคุณสมบัติแห่งใจ ผลึกคริสตัลจากธาตุคาร์บอนบริสุทธิ์ มีความแข็งแกร่ง โปร่งใสและมีประกายแวววาว ได้สร้างความหลงใหลให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะอยู่ในแหล่งอารยธรรมไหนในประวัติศาสตร์ สามารถแทนสัญลักษณ์ของวีรบุรุษหรือของวิเศษพิเศษที่สามารถป้องกันอันตรายได้ ช่วยให้คู่รักคืนดีกันได้หรือนำชีวิตที่ยืนยาวมาให้อัญมณีที่มีค่านี้เกี่ยวพันกับการเป็นสิ่งคุ้มครองความบริสุทธิ์และความเป็นอมตะ เพชร คือ เครื่องหมายแห่งรักที่ไม่มีวันสูญสลาย เมซงได้เลือกเพชรอย่างเข้มงวด เลือกเฉพาะระดับความขาว D, E หรือ F เท่านั้น และความใสเกรด IF, VVSI หรือ VVS2 พวกเขามอบผลงานที่เกิดจากการรังสรรค์ของ Van Cleef & Arpels ที่พิเศษอย่างไร้ที่ติ

  • Lapis lazuli

     ชื่อของหินลาปิซ ลาซูลี มีค่านี้มาจากภาษาละติน Lapis หมายถึง หินและภาษาอาหรับ Azul หมายถึงสีน้ำเงิน  มีเรื่องเล่าขานมาแต่โบราณว่าหินชนิดนี้เสมือนผืนฟ้าที่ประดับด้วยดวงดารา ความน่าหลงใหลเกิดจากเม็ดสีน้ำเงินที่อัดแน่นและมีความแวววาว ในสมัยอียิปต์โบราณและเมโสโปเตเมีย นำเอาหินนี้มาสลักเป็นรูปสัตว์ทำเป็นภาชนะสำหรับบรรจุสิ่งที่มีค่าสำหรับการติดตัวไปโลกหน้า (อวัยวะภายในสำคัญต่างๆ ของมัมมี่) เป็นของที่ใช้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น แต่ก็พบในรูปเครื่องประดับของอีทรัสกัน ในรูปแหวนเช่นกันหินชนิดนี้ถูกเลือกด้วยมาตรฐานของ Van Cleef & Arpels (เลือกจากเหมืองหินในอัฟกานิสถานเท่านั้น) ด้วยการเลือกจากความพิสุทธิ์และมวลสีที่เข้มแน่นรวมทั้งความแวววาวสุกใสดังมีน้ำภายในเนื้อหิน

  • Malachite

     มาลาไคต์ หินเนื้อทึบแสงที่มีความงามเป็นเอกลักษณ์ ชวนให้นึกถึงพลังของธรรมชาติจากสีที่เข้มเขียวมีลายริ้ว ในเนื้อหินเป็นแถบสีบางจางและเข้มต่างกันเป็นริ้วๆ ความสวยพิเศษหายากทำให้กลายเป็นหินที่เสาะหาอย่างมากในรัสเซีย เมื่อศตวรรษที่ 19 ที่มาลาไคต์ถูกใช้ในการประดับโบสถ์และพระราชวังอย่างหรูหรา สมัยโบราณเชื่อว่าเป็นหินที่ผู้วิเศษจะห้อยคล้องคอ เชื่อว่าหินนี้มีพลังในการคุ้มครองเด็กๆ และนักเดินทาง ทางเมซงได้คัดสรรมาลาไคต์อย่างพิถีพิถัน ส่วนใหญ่มากจากเหมืองในออสเตรเลีย เพื่อจะให้เกิดความสวยงามกลมกลืนและความหรูหราอย่างแท้จริง  

  • Mother‑of‑pearl

      เป็นวัสดุที่ทางเมซงนิยมใช้มาก หอยมุกที่ว่านี้จะเป็นส่วนในของเปลือกหอย แม้จะทราบกันดีว่าหอยมุกส่วนที่เนื้อสีขาวนั้นเป็นที่นิยมนำมาทำเครื่องประดับ แต่ส่วนที่เป็นสีเทามีลายแวววาวดั่งเลื่อมสีรุ้งนั้นก็เป็นที่นิยม ด้วยสีขาวที่แววาวดั่งถูกหล่อเลี้ยงด้วยน้ำ สื่อถึงความเป็นอิสตรี ความนุ่มนวลและการปกป้อง หอยมุกที่เมซงเลือกมาใช้ทำเครื่องประดับชั้นสูงนั้นมาจากอินโดนีเซียและญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องความสวยที่ดูบอบบางและเฉดสีที่สม่ำเสมอ ผิวที่เรียบมันวาวและมีคุณภาพสูงสุด

  • Tiger’s eye

     หินตาเสือมีอีกชื่อหนึ่งในวงการอัญมณีว่า Chatoyant เพราะมีน้ำตาลเหลือบเหลืองแวววาวเวลาต้องแสงไฟซึ่งชวนให้นึกถึงตาแมว ในแง่มุมที่ลึกลับหินนี้ก็ได้ชื่อว่าจะทำให้ล่วงรู้ทุกสิ่ง นักรบสมัยโรมันสวมหินนี้เพื่อคุ้มครองพวกเขายามออกรบ Van Cleef & Arpels เลือกหินตาเสือนี้จากออสเตรเลียและแอฟริกาใต้โดยจะเลือกจากความกลมกลืนของสีสันที่เหลือบเหลื่อม ทุกชิ้นงานแต่ละชิ้นจะประกอบด้วยหินตาเสือที่มีลวดลายที่เข้ากันเท่านั้น

  • Onyx

     ตามตำนานในเทพปกรณัมของกรีก เทพอีรอสได้พลาดพลั้งไปตัดปลายเล็บของเทพวีนัสด้วยปลายลูกศรขณะที่เธอกำลังนอนหลับ  เนื่องจากทุกส่วนของวีนัสเป็นอมตะ ดังนั้นเศษเล็บที่โดนตัดออกมาได้กลายเป็นออนิกซ์ เป็นหินมีค่ามาตั้งแต่โบราณ ออนิกซ์ที่ Van Cleef & Arpels ใช้นั้น มาจากเหมืองในบราซิลที่มีชื่อเสียงเรื่องสีที่เข้มดำลึกล้ำและการขัดเนื้อหินให้มีความมันแวววาวที่สามารถสะท้อนแสงได้เฉกเช่นกระจกเงา

  • Pink gold

     เพื่อจะให้ความรู้สึกที่นุ่มนวล ทองสีชมพูได้ถูกใช้ในเมซง Van Cleef & Arpels เป็นทองเนื้อผสม ทองแดง และเงินตามสัดส่วนเฉพาะของเมซง ถูกขัดแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยช่างฝีมือที่สืบสานศิลป์กันมาในเมซง ทำให้ ทองชนิดนี้สะท้อนแสงอย่างนุ่มนวลดุจสัมผัสแห่งอิสตรี

  • Turquoise

     เป็นหินที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอัญมณีมาหลายพันปี เทอร์คอยซ์ หรือ คนไทยเรียกว่าพลอยสีมูลนกการะเวกได้เข้าไปเผยแพร่ความงามในยุโรปยุคเรอเนสซองส์ผ่านจากตุรกี โดยชื่อนี้มาจากคำว่า หินจากตุรกี ในภาษาฝรั่งเศส ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์สีสันอันงดงามของหินนี้ ชวนให้นึกถึงผืนฟ้าและท้องทะเล เสริมให้หินนี้มีค่ายิ่งด้วยความเชื่อที่ว่ามีอำนาจในการปกป้องคุ้มครองจากสิ่งชั่วร้าย เทอร์คอยซ์ถูกใช้ในเครื่องประดับของราชวงศ์อียิปต์และแอซเต็ก เป็นสิ่งเกี่ยวพันกับความเชื่อทางศาสนาและเป็นทั้งอัญมนี รวมทั้งการสื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ในยุโรปเชื่อว่าหินชนิดนี้เป็นเครื่องรางแห่งรัก เพราะสีของหินดูคล้ายกับสีของดอกฟอร์เก็ตมีน็อต ที่หมายถึงอย่าลืมฉันเทอร์คอยซ์ยังถูงโยงไปถึงความเชื่อดั้งเดิมถึงความอาทรและมิตรภาพ เทอร์คอยซ์ที่ใช้ ในเมซง Van Cleef & Arpels นั้นมาจากเหมืองในอเมริกา ด้วยเอกลักษณ์ของสีฟ้าที่สม่ำเสมอทั้งก้อน

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง