รีเซต

Van Cleef & Arpels ตำนานเพชร – คอลเลคชัน 25 เครื่องประดับซ่อนหนามเตย

Van Cleef & Arpels ตำนานเพชร – คอลเลคชัน 25 เครื่องประดับซ่อนหนามเตย
pommypom
14 กรกฎาคม 2565 ( 16:05 )
226

      “ตำนานเพชร – คอลเลคชัน 25 เครื่องประดับซ่อนหนามเตย” หรือ Legend of diamonds – 25 Mystery Set Jewels collection ได้เริ่มต้นขึ้นระหว่างปี 2018 ในวันที่ Taché (ตาเช่) บริษัทตัวแทนจำหน่ายเพชรชื่อดัง และเป็นพันธมิตรธุรกิจระยะยาวได้นำเพชรดิบก้อนหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นถูกเรียกว่า “ตำนานเลอโซโธ” (Lesotho Legend) เพื่อเป็นยกย่องเกียรติภูมิให้แก่ประเทศเลอโซโธอันโด่งดังเป็นที่รู้จักจากการทำเหมืองเพชร มานำเสนอต่อ Van Cleef & Arpels ด้วยน้ำหนักแรกเริ่มอันสูงถึง 910 กะรัต จึงเท่ากับว่านี่เป็นเพชรดิบ หรือเพชรหยาบซึ่งมีขนาดใหญ่สุดอันดับห้าของโลกทั้งในแง่ของขนาด และคุณภาพเท่าที่เคยมีการขุดค้นพบภายในเหมือง

 

 

     Van Cleef & Arpels ในการธำรงรักษ์สไตล์อันเป็นที่รู้จัก และจดจำได้ในทันทีที่พบเห็นให้ถูกถ่ายทอด และแสดงตัวผ่านผลงานเครื่องประดับทั้ง 25 ชิ้นของคอลเลคชัน กลุ่มนักออกแบบทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกันไปกับบรรดานักอัญมณศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ และแผนกผลิตงานเครื่องประดับชั้นสูง (High Jewelry Workshops) เพื่อพัฒนาตัวเรือนเครื่องประดับควบคู่ไปกับการนำเทคนิคล้ำค่าสำหรับใช้ฝังอัญมณีขึ้นโครงสร้าง อันล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์ยาวนานของเมซง โดยมุ่งหมายให้เป็นเวทีรองรับความงดงามตระการตาของบรรดาเพชรน้ำหนึ่งทั้งหลายซึ่งสกัดมาได้จากก้อนเพชรดิบขนาดมหึมา แต่ละตัวเรือนกับเทคนิคการฝังอัญมณีที่ถูกเลือกมาใช้เฉพาะกับแต่ละงานออกแบบนั้น เป็นอีกงานออกแบบ และพัฒนาสรรค์สร้างผ่านการร่วมงานของแผนกต่างๆ บนเส้นทางสายปรารถนาที่จะเผยประกายสุกสว่างพร่างพรายของบรรดาอัญมณี พร้อมทวีความโดดเด่นให้แก่งานฝีมือเจียระไน แต่ละหน้าตัดกับทุกเหลี่ยมมุมสุดวิจิตรซับซ้อน ได้ร่วมกันแสดงให้เห็นถึงความชำนาญอันเป็นเลิศกับสไตล์เอกลักษณ์ของเมซง บนครรลองของภารกิจคราวนี้ Van Cleef & Arpels เลือกที่จะบรรจงประดับรัตนชาติแต่ละเม็ดด้วยเทคนิคขึ้นตัวเรือนซ่อนหนามเตย ซึ่งได้รับจดสิทธิบัตรคุ้มครองเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ รวมถึงจดทะเบียนการค้าชื่อเรียกทางการว่า Mystery Set หนึ่งในลูกเล่นสุดแยบยล อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ไหวพริบพลิกแพลงทักษะความชำนาญ อันมีปรากฏขึ้นได้ก็เพียงที่ห้องผลิตงาน ณ จัตุรัสว็องโดมเท่านั้น นอกจากการใช้เส้นทรงโค้งเว้าเย้ายวนร่วมกับลีลาสลับสีตัดกันอย่างสดใสจากทับทิม, ไพลิน และมรกตแล้ว สตูดิโอออกแบบยังทุ่มเทให้กับการหลอมรวมประกายแสงสุกสว่าง, ความเบาของมวลน้ำหนัก และจังหวะการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องผ่านการประกอบ, จัดตำแหน่ง และร้อยเรียงวัสดุล้ำค่าต่างๆ ไว้บนโครงสร้างเดียว นอกจากนั้น ภายในคอลเลคชัน ทั้งโบว์สามมิติ, ริบบินคลายปม อ่อนช้อย และสัดส่วนอสมมาตร ต่างถ่ายทอดกระแสพลังแห่งจินตนาการลงสู่ชิ้นงานได้อย่างละเมียดละไม 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง