9 แนวทางดูแลสุขอนามัย หลังสัมผัสของขวัญปีใหม่ ต้องทำอะไรบ้าง เขียนโดย ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งการให้และการแบ่งปัน ของขวัญถูกส่งต่อผ่านหลายมือ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความตั้งใจดี แต่ในอีกมุมหนึ่งสิ่งเหล่านี้ก็มาพร้อมกับการสัมผัส การใช้ของร่วมกัน และกิจกรรมที่หนาแน่นกว่าปกติค่ะ ถ้าหากเรามองลึกลงไปจะพบว่าหลังความสุขจากการแกะของขวัญ ยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ด้านสุขอนามัยที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะต่อมาได้อย่างคาดไม่ถึง และเป็นจุดเริ่มต้นของการที่เราต้องหันมาดูแลตัวเองหลังเทศกาลอย่างจริงจังนะคะ และถ้าเราลองหยุดคิดสักนิดและมองภาพรวมของชีวิตหลังช่วงเฉลิมฉลอง เราจะเห็นว่าการดูแลสุขอนามัยไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือไกลตัว หากเป็นการปรับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ให้สอดคล้องกับชีวิตจริงในแต่ละวันค่ะ โดยแนวทางที่ผู้เขียนจะบอกต่อดังต่อไปนี้ มีส่วนช่วยให้เราเปลี่ยนจากความใส่ใจให้กลายเป็นการป้องกันที่จับต้องได้ค่ะทุกคน และทำให้ของขวัญปีใหม่ยังคงเป็นความสุข ที่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพที่จะตามมาทีหลัง และต่อไปนี้คือแนวทางค่ะ 1. ล้างมือทันทีหลังแกะหรือจับของขวัญ หลังจากแกะหรือสัมผัสของขวัญปีใหม่ สิ่งแรกที่เราไม่ควรมองข้ามคือการล้างมือทันทีค่ะ เพราะของขวัญส่วนใหญ่มักผ่านหลายมือ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแพ็ก การขนส่ง ไปจนถึงมือของผู้ให้ จุลินทรีย์จึงสามารถติดอยู่บนพื้นผิวได้โดยที่เราไม่รู้ตัว มือของเราทำหน้าที่เหมือนพาหะเคลื่อนที่ ที่พร้อมพาจุลินทรีย์เข้าสู่ร่างกายผ่านการจับหน้า ขยี้ตา หรือหยิบอาหารเข้าปาก การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีอย่างน้อย 20 วินาที จึงเป็นด่านป้องกันแรกที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงในการตัดวงจรการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ค่ะ โดยในมุมมองด้านสุขาภิบาลและการป้องกันโรค การล้างมือหลังจับของขวัญไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นพฤติกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยหลังช่วงเทศกาลได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเรามักมีการรวมกลุ่ม กินอาหารร่วมกัน และใช้ของร่วมกันมากขึ้น หากอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีน้ำและสบู่ ควรใช้เจลแอลกอฮอล์แทนชั่วคราว และรีบล้างมือให้สะอาดเมื่อมีโอกาส ซึ่งการใส่ใจขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ นี้ คือการดูแลทั้งตัวเราเองและคนรอบข้าง ให้ช่วงปีใหม่จบลงด้วยความสุข มากกว่าความเจ็บป่วยที่ป้องกันได้ตั้งแต่ต้นค่ะ 2. เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวของขวัญที่ใช้งานทันที ของขวัญที่นำมาใช้งานทันทีหลังแกะ ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ กล่องอาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น หรือของใช้ในบ้าน ล้วนเป็นพื้นผิวที่มีโอกาสปนเปื้อนจุลินทรีย์จากหลายขั้นตอนก่อนมาถึงมือเรา ทั้งจากโรงงาน บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง และการหยิบจับระหว่างเลือกซื้อ แม้ของจะดูใหม่ สะอาด และยังไม่เคยใช้ แต่ในเชิงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมถือว่ายังไม่ปลอดภัยเพียงพอสำหรับการสัมผัสซ้ำหรือใช้งานใกล้ร่างกาย ดังนั้นการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวด้วยผ้าสะอาดหรือแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมก่อนใช้งาน จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางค่ะ ซึ่งการเช็ดพื้นผิวของขวัญคือการตัดวงจรการนำจุลินทรีย์เข้าสู่บ้านโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะของขวัญที่ต้องจับบ่อย วางใกล้หน้า หรือใช้ร่วมกับผู้อื่น เพราะพื้นผิวเหล่านี้สามารถกลายเป็นแหล่งสะสมจุลินทรีย์ได้อย่างรวดเร็วหากละเลย การทำความสะอาดก่อนใช้งานจึงไม่ใช่เรื่องของความระแวงเกินเหตุนะคะ แต่คือพฤติกรรมปกติของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน เมื่อเราเริ่มจากการจัดการสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างถูกวิธี ความเสี่ยงของการเจ็บป่วยหลังเทศกาลก็จะลดลงอย่างเห็นผลและเป็นรูปธรรมค่ะทุกคน 3. ซักหรือทำความสะอาดของขวัญประเภทผ้า ตุ๊กตา หรือเสื้อผ้า คุณผู้อ่านรู้ไหมคะว่า ของขวัญประเภทผ้า ตุ๊กตา หรือเสื้อผ้า แม้จะเป็นของใหม่เอี่ยมและยังไม่ผ่านการใช้งานก็ตาม แต่ในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมถือว่ายังไม่พร้อมสำหรับการสัมผัสกับร่างกายโดยตรงค่ะ จากที่วัสดุเหล่านี้สามารถสะสมฝุ่น จุลินทรีย์รวมถึงสารเคมีตกค้างจากกระบวนการผลิต การย้อมสี และการขนส่งได้โดยที่มองไม่เห็น การซักหรือทำความสะอาดก่อนใช้งานจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดสิ่งปนเปื้อนได้ โดยเฉพาะเสื้อผ้าและของใช้ที่ต้องสัมผัสผิวหนังเป็นเวลานาน หรืออยู่ใกล้ใบหน้าและระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นการซักของขวัญประเภทผ้าไม่ใช่การลดคุณค่าของของขวัญ แต่เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้จริงค่ะ เพราะตุ๊กตาที่เด็กกอด เสื้อผ้าที่สวมใส่ หรือผ้าห่มที่ใช้พักผ่อน ล้วนควรผ่านการทำความสะอาดก่อน เพื่อป้องกันการระคายเคืองผิว อาการแพ้ หรือการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งการใส่ใจขั้นตอนนี้มีส่วนช่วยให้ของขวัญที่ได้รับไม่เพียงสร้างความสุขทางใจ แต่ยังปลอดภัยต่อสุขภาพ และพร้อมใช้งานอย่างมั่นใจตั้งแต่ครั้งแรกนะคะ 4. ทำความสะอาดมือก่อนกินอาหารหรือหยิบของเข้าปาก หลังจากแกะหรือสัมผัสของขวัญแล้ว มือของเรามีโอกาสปนเปื้อนจุลินทรีย์โดยไม่รู้ตัวค่ะ และหากต่อด้วยการกินอาหารหรือหยิบของเข้าปากทันที ความเสี่ยงที่จุลินทรีย์จะเข้าสู่ร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะมือเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างสิ่งแวดล้อมกับร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่เรามักกินของว่าง ขนม หรืออาหารร่วมกันบ่อยขึ้น การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ก่อนกิน จึงเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ช่วยป้องกันปัญหาท้องเสีย อาหารเป็นพิษ และปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในมุมมองเฉพาะทางด้านสุขาภิบาลอาหารมองว่า การทำความสะอาดมือก่อนหยิบของเข้าปากคือหัวใจของการป้องกันโรคที่ต้นเหตุ ที่ไม่ใช่การแก้ไขเมื่อป่วยแล้ว ซึ่งเป็นพฤติกรรมเล็กๆ แต่ช่วยตัดวงจรการนำจุลินทรีย์จากพื้นผิวของขวัญ บรรจุภัณฑ์ หรือของใช้ต่างๆ เข้าสู่ร่างกายโดยตรงค่ะ และเมื่อเราสร้างความเคยชินในการล้างมือก่อนกินอย่างสม่ำเสมอ ความเสี่ยงหลังช่วงเทศกาลก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด และทำให้การเฉลิมฉลองจบลงด้วยสุขภาพที่แข็งแรงมากกว่าความไม่สบายตัวที่ป้องกันได้ตั้งแต่แรกนะคะ 5. หลีกเลี่ยงการจับหน้า ตา ปาก ระหว่างแกะของขวัญ ระหว่างแกะหรือสัมผัสของขวัญปีใหม่ มือของเรามักเผลอไปแตะใบหน้า ขยี้ตา หรือจับปากโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ในช่วงเวลานั้นมืออาจปนเปื้อนจุลินทรีย์จากบรรจุภัณฑ์ กล่อง กระดาษห่อ หรือพื้นผิวของของขวัญโดยตรง ช่องทางอย่างตา จมูก และปาก เป็นจุดที่จุลินทรีย์สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและรวดเร็ว ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการจับหน้าในช่วงนี้จึงเป็นวิธีลดความเสี่ยงที่เห็นผลทันที แม้จะเป็นเรื่องเล็ก แต่มีผลต่อสุขภาพมากกว่าที่หลายคนคิดค่ะ และในมุมมองทางด้านการป้องกันโรค การควบคุมพฤติกรรมการใช้มือคือหนึ่งในแนวทางสำคัญของสุขอนามัยในชีวิตประจำวันค่ะ หากรู้ตัวว่ากำลังแกะของขวัญ ควรตั้งใจใช้มือกับกิจกรรมนั้นเพียงอย่างเดียว และล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสใบหน้าอีกครั้ง ซึ่งการสร้างความตระหนักรู้เช่นนี้ช่วยตัดวงจรการนำจุลินทรีย์เข้าสู่ร่างกายตั้งแต่ต้นทาง และไม่ทำให้ความสุขจากของขวัญปีใหม่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเจ็บป่วยที่สามารถป้องกันได้นะคะ 6. ดูแลสุขอนามัยพื้นที่รอบตัวหลังแกะของขวัญ เช่น โต๊ะ โซฟา หรือพื้น หลังการแกะของขวัญแล้ว พื้นที่รอบตัวอย่างโต๊ะ โซฟา หรือพื้น มักกลายเป็นจุดสะสมของฝุ่น เศษกระดาษห่อ และจุลินทรีย์จากบรรจุภัณฑ์โดยไม่รู้ตัว ซึ่งพื้นผิวเหล่านี้เป็นพื้นที่ที่เราสัมผัสซ้ำอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการวางอาหาร นั่งพักผ่อน หรือให้เด็กเล่น หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำความสะอาด จุลินทรีย์จะสามารถถ่ายทอดกลับมาที่มือและเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ดังนั้นการเช็ด เก็บ และจัดการพื้นที่ทันทีหลังแกะของขวัญ จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ระดับสิ่งแวดล้อมภายในบ้านค่ะ ซึ่งการดูแลพื้นที่รอบตัวคือการปิดจุดเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม เพราะโต๊ะที่ใช้วางของขวัญอาจกลายเป็นโต๊ะอาหาร โซฟาที่นั่งแกะของขวัญอาจเป็นที่เอนพักในวันถัดไป ที่โดยสรุปแล้วการทำความสะอาดพื้นผิวเหล่านี้ด้วยวิธีที่เหมาะสม มีส่วนช่วยลดการสะสมจุลินทรีย์และทำให้พื้นที่ปลอดภัยต่อทุกคนในบ้าน เมื่อเราใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวควบคู่กับการดูแลตัวเอง สุขอนามัยหลังเทศกาลก็จะครบถ้วนและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมค่ะทุกคน 7. ระวังของขวัญที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น รู้ไหมคะว่า ของขวัญที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น เกมกระดาน ของเล่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือไมโครโฟน ล้วนเป็นของใช้ที่มีการจับสัมผัสซ้ำจากหลายมือในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้พื้นผิวเหล่านี้จึงมีโอกาสสะสมจุลินทรีย์ได้สูงกว่าของใช้ส่วนตัว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีการรวมกลุ่ม พูดคุย และใช้งานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง หากไม่ระวังจุลินทรีย์ก็สามารถถ่ายทอดจากมือหนึ่งไปสู่อีกมือหนึ่งได้ง่ายโดยที่เราไม่รู้ตัว และในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมแนะนำว่า การใช้ของร่วมกันไม่ใช่สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงทั้งหมด แต่ควรมีการจัดการอย่างเหมาะสม โดยควรทำความสะอาดของขวัญประเภทนี้ก่อนและหลังใช้งานทุกครั้ง รวมถึงล้างมือหรือใช้เจลแอลกอฮอล์เป็นระยะ โดยเฉพาะก่อนกินอาหารหรือสัมผัสใบหน้า ซึ่งการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ช่วยลดการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ได้ และทำให้การใช้ของขวัญร่วมกันยังคงสนุก ปลอดภัย และไม่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเจ็บป่วยหลังเทศกาลค่ะ 8. แยกขยะจากการห่อของขวัญออกจากพื้นที่ใช้งานทันที หลังการแกะของขวัญ ขยะจากการห่อ เช่น กระดาษห่อ กล่อง เทป และโบว์ มักกระจายอยู่รอบพื้นที่ใช้งาน และกลายเป็นแหล่งสะสมฝุ่น จุลินทรีย์ และสิ่งสกปรกโดยไม่รู้ตัว หากปล่อยทิ้งไว้ใกล้โต๊ะอาหาร พื้นที่พักผ่อน หรือจุดที่มีการสัมผัสบ่อย โดยขยะเหล่านี้สามารถนำจุลินทรีย์กลับมาที่มือและพื้นผิวอื่นๆ ได้ง่าย ซึ่งการแยกและเก็บขยะออกจากพื้นที่ใช้งานทันที จึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยในบ้านค่ะ ซึ่งการจัดการขยะหลังแกะของขวัญจึงไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นระเบียบ แต่คือการควบคุมแหล่งปนเปื้อนตั้งแต่ต้นทาง ขยะจากบรรจุภัณฑ์ไม่ควรปะปนกับพื้นที่กินอาหารหรือพื้นที่ที่เด็กและผู้สูงอายุใช้งาน ที่โดยสรุปแล้วการแยกทิ้งอย่างเหมาะสมช่วยทำให้บ้านกลับสู่สภาพสะอาด ปลอดภัย และพร้อมใช้งานต่อทันที เมื่อจัดการสิ่งรอบตัวได้ดี สุขอนามัยหลังเทศกาลก็จะไม่ถูกมองข้าม และลดปัญหาสุขภาพที่ป้องกันได้อย่างชัดเจนค่ะ 9. สังเกตอาการผิดปกติของร่างกายหลังช่วงเทศกาล หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า หลังผ่านช่วงเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว ร่างกายของเราอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหลายอย่าง ทั้งการกินอาหารนอกบ้านบ่อยขึ้น การใช้ของร่วมกับผู้อื่น และการพักผ่อนที่ไม่เป็นเวลา โดยอาการผิดปกติเล็กน้อย เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ มีไข้ ระคายเคืองผิวหนัง หรืออ่อนเพลีย เป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการรับจุลินทรีย์หรือการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัวค่ะ ซึ่งการสังเกตอาการของตัวเองอย่างใส่ใจจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เรารับมือได้ตั้งแต่ระยะแรกนะคะ และในมุมมองเฉพาะทางด้านการป้องกันโรค การไม่มองข้ามอาการผิดปกติหลังเทศกาลคือการดูแลสุขภาพเชิงรุกค่ะ ถ้าหากเริ่มมีอาการควรพักผ่อนให้เพียงพอ ใส่ใจความสะอาดของมือ อาหาร และของใช้รอบตัว รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกับผู้อื่นชั่วคราว หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงทีนะคะ ที่โดยสรุปแล้วการรับรู้และตอบสนองต่อสัญญาณของร่างกายอย่างเหมาะสม มีส่วนช่วยลดการลุกลามของอาการและลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ได้ และทำให้ช่วงหลังเทศกาลยังคงเป็นเวลาของความสุข ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความเจ็บป่วยที่หลีกเลี่ยงได้ ก็จบแล้วค่ะทุกคน พอจะมองเห็นภาพกันแล้วนะคะว่าเราต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งในช่วงหลังเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายและสิ่งแวดล้อมรอบตัวต้องปรับตัวจากกิจกรรมที่หนาแน่น การรวมกลุ่ม และการใช้ของร่วมกัน ถูกต้องไหมคะ? ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการมองภาพรวมของสุขอนามัย ไม่ใช่เพียงดูแลตัวเองเป็นจุดๆ แต่ต้องเชื่อมโยงตั้งแต่มือ พื้นผิว พื้นที่ใช้สอย ไปจนถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เมื่อเราจัดการความสะอาดได้อย่างเป็นระบบ ความเสี่ยงจากจุลินทรีย์ที่สะสมในช่วงเทศกาลจะลดลงอย่างชัดเจน และช่วยให้ร่างกายกลับสู่ภาวะสมดุลได้เร็วขึ้นค่ะ ซึ่งการนำหลักด้านสุขอนามัยไปใช้จริงก็ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนค่ะ แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและทันเวลา ตั้งแต่การลงมือจัดการทันทีหลังจบกิจกรรม เช่น การเก็บพื้นที่ ทำความสะอาด และปรับพฤติกรรมการใช้ของร่วมกัน เพราะสิ่งเหล่านี้คือการป้องกันเชิงรุกที่เห็นผลได้จริงในชีวิตประจำวัน เมื่อสุขอนามัยถูกผสานเข้ากับกิจวัตรปกติ เราจะลดโอกาสการเจ็บป่วยที่มักเกิดตามหลังความสนุกโดยไม่รู้ตัวนะคะ ที่โดยสรุปแล้วภาพใหญ่ของสุขอนามัยหลังเทศกาล คือ การดูแลทั้งตัวเราและคนรอบข้างไปพร้อมกันนะคะ ซึ่งการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ข้างต้นตามที่ผู้เขียนได้นำเสนอไว้นั้น คือสิ่งที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสุขภาพส่วนรวม และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในบ้านและสังคม เมื่อเรามองสุขอนามัยเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องเฉพาะช่วงเจ็บป่วย คุณภาพชีวิตหลังเทศกาลก็จะดีขึ้นอย่างยั่งยืน และทำให้ความสุขจากการเฉลิมฉลองไม่ถูกแทนที่ด้วยปัญหาสุขภาพที่ป้องกันได้ตั้งแต่ต้นค่ะทุกคน และในส่วนของผู้เขียนนั้นปกติเลือกการล้างมือเป็นหลักหลังสัมผัสของขวัญปีใหม่ค่ะ โดยการทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ โต๊ะ เก้าอี้ ทำความสะอาดบ้าน และเก็บขยะนั้น ผู้เขียนทำอยู่แล้วนะคะ ต่อให้ไม่มีการได้รับของขวัญอะไรก็ตามแต่ พอมีการสัมผัสของขวัญ แกะของขวัญ ก็ไม่ได้ลืมเรื่องจากเก็บกวาดทำความสะอาดค่ะ อย่างไรก็ดีในส่วนของคุณผู้อ่านเองก็สามารถนำทริคต่างๆ ในบทความนี้ไปดูแลสุขอนามัยของตัวเองได้ค่ะ เพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราสามารถนำมาซึ่งความเจ็บป่วยในคนเราได้ ซึ่งของขวัญปีใหม่คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่เป็นตัวกลางระหว่างเรากับสิ่งที่สามารถคุกคามสุขอนามัยของเราได้ พอจะมองภาพออกและเริ่มเห็นความสำคัญแล้วนะคะทุกคน #วิธีดูแลสุขภาพ #วิธีส่งเสริมสุขภาพ #HealthPromotion #การป้องกันโรค #สุขภาพดีถ้วนหน้า เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปภาพทำหน้าปก ถ่ายภาพโดย Jcomp จาก FREEPIK และออกแบบหน้าปกโดยผู้เขียน ใน Canva รูปภาพประกอบเนื้อหา: ภาพที่ 1-2 ถ่ายภาพโดยผู้เขียน และภาพที่ 3-ภาพที่ 4 AI Generated โดยผู้เขียน เกี่ยวกับผู้เขียนภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา: พยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การบำบัดน้ำเสียและกำจัดสิ่งปฏิกูล 9 ทริคเลือกของขวัญปีใหม่ ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ดูยังไงดี 9 วิธีลดผลกระทบต่อสุขอนามัย จากกลิ่นควัน ดอกไม้ไฟ ธูป และพลุ 9 วิธีลดขยะ จากเทศกาลช่วงปลายปี เพื่อลดผลกระทบในสิ่งแวดล้อม เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !