ความหลากหลายทางเพศของผู้คนในปัจจุบันได้รับการยอมรับเป็นจำนวนมาก เราเริ่มมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสรีระของคนที่แปรผันตรงกันข้ามกับความต้องการภายใน สาเหตุของความหลากหลายทางเพศอาจมีปัจจัยเกิดจาก โครโมโซม ยีนส์ หรือฮอร์โมน หรือปัจจัยภายนอก สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู ที่สำคัญ ยังมีเรื่องของเจตจำนงเสรี(Free will) ที่สามารถทำให้เกิดความหลากหลายทางเพศขึ้นได้ในสังคม ขอบคุณภาพจาก : Suzanne Brill จาก Pixabay เข้าถึงจาก https://pixabay.com/th/illustrations/% การปรับเปลี่ยนแนวคิดไม่ติดกับกรอบสังคมที่กำหนดในเรื่องโครงสร้างทางเพศให้มีเพียงชายและหญิง ถือเป็นแนวทางพัฒนาสุขภาพจิตไปในทางที่ดีได้เช่นกัน สิ่งนี้เกิดจากความเชื่อในเจตจำนงเสรี เรื่องเพศที่หลากหลายนอกจากความเป็นชายและหญิงจึงไม่ใช่เรื่องผิดบาปหรือไม่สมควรเกิดขึ้นในสังคม คนในสังคมหลาย ๆ คนเป็นชายและหญิงทั้งโดยสรีระและจิตใจภายใน แต่ก็เลือกที่จะคบหาคนเพศเดียวกันหรือเพศอื่น ๆ ได้โดยไม่ปิดกั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเชื่อในเรื่องของความเท่าเทียมและเชื่อในเรื่องของความรักและความสัมพันธ์ที่ไม่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มชายจริงหญิงแท้เท่านั้น การยอมรับผู้คนที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความแตกต่างโดยไม่ยึดกับกรอบอคติ ความเข้าใจและยอมรับซึ่งทางเลือกเกี่ยวกับเรื่องเพศ ความต้องการ และอื่น ๆ ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข เพราะปัญหาเรื่องความต่างส่งผลให้เกิดอาชญากรรมทางวาจา การเป็นเพศที่แตกต่างมักถูกตั้งเป้าโจมตี ทั้งด่าทอ ให้ร้าย กล่าวเสียดสี หรือกล่าววาจาไม่ยอมรับ ทำให้ผู้ฟังรู้สึกท้อถอย หมดคุณค่าในตัวเอง สะสมเป็นโรคทางจิตใจและนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในอนาคต หากเราทำความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางเพศ ที่สำคัญควรให้คุณค่าความเป็นมนุษย์แก่คนเสมอกัน ปัญหาดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้นจนสะสมเป็นการทำร้ายทางวาจาและร่างกายซึ่งกันและกัน ขอบคุณภาพจาก : Clker-Free-Vector-Images จาก Pixabay เข้าถึงจาก https://pixabay.com/th/vectors/306851/ นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เราพบเห็นพฤติกรรมการกีดกันทางเพศเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เป็นหนึ่งในเรื่องการบูลลี่(Bully)ที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อผู้ที่ถูกกระทำ โดยเฉพาะในโรงเรียน มีเด็กที่ไม่ชัดเจนในอัตลักษณ์ของเรื่องเพศ ทำให้ตกเป็นเหยื่อการถูกบูลลี่และมีแนวโน้มในการเจ็บป่วยทางจิตตั้งแต่ยังเด็ก ฉะนั้น ปัญหาดังกล่าวคือสิ่งที่ผู้ใหญ่ หรือผู้ปกครองควรให้ความสนใจ สอนเยาวชนให้เข้าใจถึงเรื่องความแตกต่างของมนุษย์ ให้เด็กเข้าใจความต่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือสีผิว ชี้ให้เยาวชนทำความเข้าใจถึงความแตกต่างนี้แต่มิควรนำความแตกต่างดังกล่าว มาตัดสินหรือประเมินคุณค่า พยายามชี้ให้เด็กเห็นว่าความแตกต่างของแต่ละบุคคลในสังคม นำมาซึ่งความเป็นปัจเจก ความแตกต่างไม่ใช่เรื่องของการกำจัดหรือกีดกันบุคคลที่ไม่เหมือนกับเรา หรือเป็นสิ่งที่เราไม่ยอมรับออกไปจากสังคม แต่การเรียนรู้ซึ่งความแตกต่างควรเป็นการนำไปสู่การเรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขท่ามกลางความแตกต่างนั้นของคนในสังคมมากกว่า ขอบคุณภาพจาก : klimkin จาก Pixabay เข้าถึงจาก https://pixabay.com/th/photos/%E0% การอธิบายเรื่องความหลากหลายทางเพศภายในโรงเรียนให้แก่เยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นสิ่งที่ดี การกลั่นแกล้ง กีดกันเด็กที่มีความต่างทางเพศควรหายไปจากสังคมภายในโรงเรียน ครูและผู้ปกครองควรทำความเข้าใจ เปิดใจยอมรับเพื่อสุขภาพจิตใจของเยาวชนมีแนวโน้มไปในทางที่ดี การให้เด็กเติบโตขึ้นมาโดยปราศจากอคติทางเพศจะทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ติดอยู่ในกรอบเดิม ๆ และมีความเห็นใจเพื่อนมนุษย์ ทุกคนในสังคมเองก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ลดปัญหาอาชญากรรมทำร้ายร่างกายและจิตใจกันต่อไปในอนาคตเพราะเข้าใจความต่างและมีทัศคติที่ดีนั่นเอง ภาพปก : Andrzej Rembowski จาก Pixabay เข้าถึงจาก https://pixabay.com/th/photos/lgbt-%