ปัญหาปวดหลัง ปวดเอวหรืออาการปวดตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายนั้นเป็นเรื่องที่เราน่าจะประสบกันทุกคน โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ไอ้จุดที่ไม่เคยจะปวดก็เริ่มปวด ไม่เคยเจ็บก็เริ่มเจ็บ ซึ่งอาจเป็นผลจากการทำงานหนัก การเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่าง ๆ ไม่ถูกต้อง การเสื่อมสภาพของร่างกายไปตามวัยที่มากขึ้น ข้าวหอมเองก็เช่นกันค่ะ ปวดทั้งหลัง แขน ขา เอว สะโพก เท้า ไหล่ ท้ายทอย คือปวดแทบทุกส่วน ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ข้าวหอมก็จะไปร้านนวดแผนไทยค่ะ แต่สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ที่ร้านนวดถูกสั่งให้งดให้บริการชั่วคราวเพราะการแพร่ระบาดของโควิด 19 นั้นการออกไปนวดข้างนอกจึงไม่สามารถทำได้ พอจะใช้แฟนนวดบางทีก็เกรงใจ เพราะต่างคนก็เหนื่อยและอยากพักผ่อน บังเอิญนึกขึ้นได้ว่ามีหมอนนวดไฟฟ้าที่เคยซื้อมานานมากแล้วอยู่ในตู้ พอนำมาใช้ดูแล้วรู้สึกว่ามันช่วยได้มากเลยทีเดียว วันนี้จึงอยากมาแนะนำเพื่อน ๆ ให้รู้จักกันค่ะ ภาพโดยผู้เขียน ต้องขอบอกก่อนนะคะว่าหมอนนวดของข้าวหอมไม่ได้เพิ่งซื้อมา แต่ใช้มาประมาณเกือบ 10 ปีได้แล้วค่ะ เป็นหมอนนวดไฟฟ้ายี่ห้อ Rester จำได้ว่าตอนนั้นซื้อมาในราคา 3,990 บาท แม้จะผ่านมาตั้ง 10 กว่าปีแต่ข้าวหอมก็เห็นว่าหมอนนวดรุ่นใหม่ ๆ ก็ไม่ได้ต่างกับรุ่นที่ข้าวหอมซื้อเมื่อก่อนเลย อาจจะมีฟังก์ชั่นเพิ่มเข้ามา เช่น การเพิ่มจำนวนลูกกลิ้งนวดจาก 4 ลูก เป็น 8 ลูก หรือการเพิ่มสายสำหรับใช้ภายในรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งข้าวหอมขอไม่พูดถึงเรื่องของแบรนด์ต่าง ๆ ที่ทำออกมาขายแล้วกันนะคะว่าอันไหนดีกว่ากัน แต่จะขอรีวิวในส่วนของคนที่ใช้หมอนนวดมาประมาณ 10 กว่าปีว่ามีความเห็นอย่างไรแล้วกันนะคะ เริ่มจากหน้าตาของหมอนนวดก่อนนะคะ ตัวหมอนมีขนาดเล็กกำลังดี ด้านหน้าที่ใช้นวดมีผ้าตาข่ายหุ้มลูกกลิ้งข้างละ 2 ลูก ด้านหลังมีสายรัดยางยืดสำหรับไว้ยึดหมอนกับพนักเก้าอี้ได้ ตัวสายไฟยาวประมาณ 2 เมตร ซึ่งก็ยาวมากพอให้สามารถย้ายไปมาขณะกำลังนวดได้อย่างสะดวก วิธีใช้งานหมอนนวดไฟฟ้าง่ายมากค่ะ แค่เสียบปลั๊กแล้วกดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง เท่านี้ตัวลูกกลิ้งนวดก็จะเริ่มหมุน การหมุนของลูกกลิ้งแบ่งออกเป็น 2 ทิศทางค่ะ คือหมุนเข้าหากันและหมุนออกจากกัน โดยหากทำงานไปสักพักมันจะทำการเปลี่ยนทิศทางกันเองค่ะ โดยหากเรากดที่ปุ่มเดิมอีกครั้งก็จะเป็นการเปิดหรือปิดไฟที่ลูกกลิ้งค่ะ หากเปิดไฟลูกกลิ้งจะมีความร้อนปล่อยออกมาด้วย บางคนอาจจะชอบแต่ส่วนตัวข้าวหอมเวลาใช้ก็จะปิดไว้ เพราะชอบให้นวดเฉย ๆ เสียมากกว่า หน้าที่ของเราก็แค่วางขา แขน หรือเอนหลังทับไปเลยก็ได้ค่ะ ภาพโดยผู้เขียน จากประสบการณ์ที่ใช้มาข้าวหอมเห็นว่าพอเรานวดไปสักพักจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยค่ะ คือเหมือนผ้าตาข่ายที่หุ้มลูกกลิ้งอยู่มันเสียดสีกับผิวแล้วรู้สึกระคาย วิธีแก้คือข้าวหอมจะหาผ้าห่มบาง ๆ มารองไว้สักสองชั้น ซึ่งก็ช่วยได้มากพอสมควรเลยค่ะ อวัยวะที่นวดแล้วรู้สึกว่าเหมาะที่สุดสำหรับข้าวหอมเห็นว่าน่าจะเป็นหลัง ต้นขา และต้นคอค่ะ เพราะด้วยน้ำหนักตัวเราที่ทับลงไปทำให้เครื่องนวดสามารถนวดถึงจุดที่รู้สึกปวด ความรู้สึกหลังนวดโดยรวมถือว่าดีค่ะ อาจจะไม่เท่ากับที่คนนวดให้แต่ก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายไปได้มากเลย ส่วนที่ข้าวหอมรู้สึกว่าไม่ค่อยได้ผลคือพวก ข้อ แขนและฝ่าเท้าค่ะ คือมันก็นวดได้แหละแต่มันไม่เข้าถึงเส้น เพราะน้ำหนักของอวัยวะส่วนที่ว่าจะค่อนข้างเบาเลยไม่มีแรงกดค่ะ ภาพโดยผู้เขียน ที่ประทับใจส่วนตัวเลยคือเรื่องของความทนทาน ขนาดใช้มาตั้ง 10 กว่าปีตัวเครื่องยังทำงานได้ปกติดีทุกอย่าง ไม่เคยมีปัญหาไฟรั่วไฟช็อตให้กังวล วันไหนเปิดทิ้งไว้ก่อนนอนพอผ่านไปสักพัก ซึ่งข้าวหอมก็ไม่แน่ใจว่าต้องนานกี่นาทีแต่เครื่องมันจะหยุดทำงานเองอัตโนมัติเลยค่ะ ดังนั้นไม่ต้องกังวลเลยนะคะว่าพอใช้แล้วเผลอหลับแล้วจะอันตรายเพราะเขาก็ออกแบบการทำงานมาได้ดีพอสมควรเลยค่ะ จะมีก็แต่วัสดุของยางรอบ ๆ ตัวเครื่องที่พอใช้ไปนาน ๆ แล้วมันหลุดออกมาค่ะ คือเสื่อมสภาพนั่นแหละ ซึ่งข้าวหอมก็ใช้วิธีเอาสก็อตเทปใสแปะไว้รอบ ๆ เลยค่ะ ฮ่า ๆ นอกจากนี้ก็ยังไม่เจอปัญหาอะไรเลยนะคะ ภาพโดยผู้เขียน จากที่กล่าวมาทั้งหมดโดยรวมแล้วข้าวหอมค่อนข้างประทับใจในอุปกรณ์ชิ้นนี้นะคะ เพราะก็สามารถช่วยนวดผ่อนคลายความเมื่อยล้าให้ได้ดีตามจุดประสงค์ ไม่อันตราย ทนทาน ไม่ต้องไปรบกวนให้ใครมานวดให้ อยากนวดเมื่อไรก็หยิบมานวดเองได้เลย อยากจะนวดนานกี่ชั่วโมงก็เปิดไปเลยค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยค่ะ ใครที่อยากมีเครื่องนวดไว้ใช้งานที่บ้านสักเครื่องหมอนนวดไฟฟ้าก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ ภาพหน้าปกโดยผู้เขียน