ปัจจุบันการวิ่งไม่ได้อาศัยแค่รองเท้าดี ๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้นักวิ่งสามารถติดตามผลการออกกำลังกายวัดสมรรถภาพร่างกาย และเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับใครที่พึ่งเร่มต้นเข้าวงการวิ่งแล้วต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่ง แต่ไม่รู้จะเลือกไอเทมแบบไหนดี รวบรวม 5 แก็ดเจ็ตสายวิ่งที่คุ้มค่าและได้รับความนิยมจากนักวิ่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือสายฮาล์ฟมาราธอนก็ใช้งานได้จริง 1) Garmin Forerunner 165 — นาฬิกาวิ่งที่เอาอยู่ทั้งซ้อมและแข่ง Garmin Forerunner 165 เป็นสมาร์ทวอทช์สายวิ่งที่เด่นเรื่องหน้าจอ AMOLED, ระบบ GPS สำหรับวิ่ง และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 11 วันในโหมดสมาร์ทวอทช์ รุ่นนี้ยังกันน้ำระดับ 5 ATM และมีฟีเจอร์อย่าง daily suggested workouts กับ training metrics ที่ช่วยให้คนวิ่งวางแผนซ้อมได้เป็นระบบมากขึ้น ฟังก์ชันการใช้งาน: ใช้ดู pace, ระยะทาง, โซนหัวใจ, ภาพรวมการซ้อม และติดตามการฟื้นตัวได้ดี เหมาะทั้งมือใหม่ที่อยากเริ่มซ้อมให้จริงจัง และคนที่อยากอัปเกรดจากนาฬิกาทั่วไปไปเป็นรุ่นสายวิ่งโดยตรง เวลาวิ่งในสวนสาธารณะหรือในเมืองที่มีอาคารสูง นาฬิกาสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้รวดเร็ว และแสดงค่า Pace แบบเรียลไทม์ ช่วยให้นักวิ่งควบคุมความเร็วได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันที่หลายคนมองข้ามแต่มีประโยชน์มาก เช่น Daily Suggested Workout แนะนำโปรแกรมซ้อมอัตโนมัติ Recovery Time บอกว่าควรพักอีกกี่ชั่วโมงก่อนซ้อมครั้งต่อไป Training Effect วิเคราะห์ว่าการวิ่งครั้งนั้นช่วยพัฒนาด้านใด Race Predictor คาดการณ์เวลาที่อาจทำได้ในการแข่งขัน ฟังก์ชันเหล่านี้ทำให้นักวิ่งไม่จำเป็นต้องจ้างโค้ชส่วนตัวก็สามารถวางแผนซ้อมได้อย่างมีระบบ ความทนทาน: ตัวเรือนรองรับการว่ายน้ำระดับ 5 ATM และถูกออกแบบให้ใช้งานกลางแจ้งได้ดีตามช่วงอุณหภูมิที่กว้าง จึงเหมาะกับการซ้อมวิ่งในสภาพอากาศบ้านเรา สมาร์ทวอทช์ตัวนี้ทำให้นักวิ่งได้ข้อมูลซ้อมละเอียดขึ้น วิ่งเป็นระบบขึ้น และลดการซ้อมแบบเดาสุ่ม เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเตรียมลงงานวิ่งจริงจัง 2) Shokz OpenFit 2+ — หูฟังเปิดหู ฟังเพลงได้แต่ยังได้ยินรอบตัว Shokz OpenFit 2+ เป็นหูฟังแบบ open-ear ที่ออกแบบมาสำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ จุดเด่นคือใส่แล้วไม่ปิดหู ทำให้ยังได้ยินเสียงรถ เสียงคน และสิ่งแวดล้อมรอบตัว อีกทั้งตัวหูฟังยังกันละอองน้ำและเหงื่อระดับ IP55 จึงเหมาะกับการวิ่งกลางแจ้งหรือวันที่มีฝนปรอย ๆ ได้ดี ฟังก์ชันการใช้งาน:จุดเด่นสำคัญของ OpenFit 2+ คือการออกแบบที่เน้นความสบายในการสวมใส่เป็นเวลานาน ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาและกระจายน้ำหนักได้ดี ทำให้ไม่เกิดแรงกดบริเวณช่องหูเหมือนหูฟัง In-Ear ทั่วไป นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ที่เสถียร สามารถสลับการใช้งานระหว่างสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นได้อย่างรวดเร็ว พร้อมไมโครโฟนคุณภาพสูงที่ช่วยให้การรับสายหรือประชุมออนไลน์มีความคมชัดมากขึ้น ในด้านเสียง รุ่นนี้ได้รับการปรับปรุงคุณภาพเสียงให้มีมิติมากขึ้น เบสแน่นขึ้น และให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วนกว่า Open-Ear รุ่นก่อน ๆ ทำให้ใช้งานได้ทั้งออกกำลังกายและฟังเพลงในชีวิตประจำวัน ความทนทาน: ตัวหูฟังรองรับ IP55 ซึ่งช่วยทนเหงื่อและละอองน้ำได้ดี แต่เคสชาร์จไม่ได้กันน้ำ จึงควรดูแลเวลาใช้งานหลังวิ่งเสร็จ วัสดุภายนอกมีความยืดหยุ่นและทนต่อการใช้งานต่อเนื่อง สามารถใส่วิ่งระยะไกลได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหลุดหรือการเสื่อมสภาพจากเหงื่อสะสม เวลาที่เราวิ่งก็สบายหายห่วงเพราะสามารถวิ่งได้ปลอดภัยขึ้น ไม่ปิดการได้ยินรอบตัว และยังฟังเพลงได้สบาย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบหูฟังอินเอียร์แบบอุดหูแน่น ๆ 3) HUAWEI WATCH FIT 4 Pro — สมาร์ทวอทช์บางเบาแต่สายลุย HUAWEI WATCH FIT 4 Pro เป็นนาฬิกาสายฟิตเนสที่ดูพรีเมียมและมีสเปกสำหรับใช้งานจริง หน้าตาโดดเด่นด้วยความบางเบา แต่ยังรองรับการกันน้ำ 5 ATM และ IP6X แถมยังรองรับการดำน้ำได้ลึกถึง 40 เมตรตามข้อมูลสเปกของรุ่นนี้ด้วย ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวสูงสุดถึง 10 วัน และในการใช้งานทั่วไปได้ราว 7 วัน ฟังก์ชันการใช้งาน: WATCH FIT 4 Pro มาพร้อมระบบ GPS ในตัว ช่วยติดตามเส้นทางการวิ่งได้อย่างแม่นยำ พร้อมระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบต่อเนื่อง การติดตามคุณภาพการนอน ระดับความเครียด และค่าออกซิเจนในเลือด สำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ นาฬิการุ่นนี้สามารถแสดงข้อมูลสำคัญระหว่างวิ่งได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ระยะทาง แคลอรี และโซนหัวใจ ช่วยให้ควบคุมการออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีโหมดออกกำลังกายให้เลือกจำนวนมาก ทั้งวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เดินป่า และกีฬาอื่น ๆ อีกหลายประเภท ความทนทาน: มีมาตรฐาน 5 ATM และ IP6X จึงช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาเจอฝน เหงื่อ หรือฝุ่นละอองระหว่างซ้อม เรียกว่าเป็นแก็จแจ็ตที่เป็นแบรนด์ที่หลายๆคนรู้จักได้ทั้งความสวยงามและฟังก์ชันจริง ใช้เป็นนาฬิกาประจำวันก็ได้ ใช้เป็นเครื่องมือซ้อมวิ่งก็เวิร์กเหมาะกับคนที่อยากได้อุปกรณ์ชิ้นเดียวจบ 4) Samsung Galaxy Fit3 — ตัวเล็ก เบา แบตอึด เหมาะกับสายเริ่มต้น Samsung Galaxy Fit3 เป็นฟิตเนสแบนด์ที่เหมาะกับนักวิ่งมือใหม่หรือคนที่อยากได้อุปกรณ์เบา ๆ สำหรับติดตามกิจกรรมประจำวัน รุ่นนี้มีจอ AMOLED ขนาด 1.6 นิ้ว แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุดถึง 13 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรองรับการติดตามการออกกำลังกายมากกว่า 100 รูปแบบ นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานกันน้ำ 5 ATM และกันฝุ่น/น้ำระดับ IP68 ฟังก์ชันการใช้งาน: ใช้ดูข้อมูลการวิ่ง วัดกิจกรรมรายวัน ติดตามการนอน และดูข้อมูลสุขภาพเบื้องต้นได้ครบ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มฟอร์มการออกกำลังกายแบบไม่ซับซ้อน ความทนทาน: แม้จะเป็นอุปกรณ์ระดับเริ่มต้น แต่ Galaxy Fit3 รองรับมาตรฐานกันน้ำ 5 ATM และ IP68 ช่วยให้ใช้งานได้ทั้งในชีวิตประจำวันและการออกกำลังกายที่มีเหงื่อหรือฝนตกเล็กน้อย ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบามาก ทำให้สวมใส่ได้ตลอดวันโดยไม่รู้สึกอึดอัด ที่สำคัญเจ้าตัวนี้ใส่ง่าย สบายข้อมือ แบตอึด แบรนด์น่าเชื่อถือ ราคาจับต้องได้และมีข้อมูลที่พอดีไม่มากไม่น้อยสำหรับคนที่อยากเริ่มจริงจังกับการวิ่งโดยไม่ต้องจ่ายหนักตั้งแต่แรก 5) COROS PACE 4 — สายวิ่งจริงจังที่ต้องการแบตอึดและน้ำหนักเบา COROS PACE 4 ถูกวางมาเพื่อคนที่ซ้อมวิ่งจริงจัง จุดขายหลักคือแบตเตอรี่ที่ใช้งาน GPS ต่อเนื่องได้ถึง 41 ชั่วโมง และใช้งานแบบ daily use ได้นานถึง 19 วัน ตัวเรือนกันน้ำระดับ 5 ATM และออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งและการซ้อมที่ต่อเนื่อง ฟังก์ชันการใช้งาน: เหมาะกับการเก็บข้อมูลการวิ่งระยะยาว การซ้อมมาราธอน และคนที่ชอบข้อมูลการซ้อมเชิงลึก เพราะแบตอึดพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย ความทนทาน: COROS ขึ้นชื่อเรื่องแบตเตอรี่ที่อึดเป็นพิเศษ สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายวันโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย เหมาะกับคนที่ซ้อมทุกวันหรือเดินทางบ่อยตัวเรือนกันน้ำระดับ 5 ATM และออกแบบให้ทนต่อการใช้งานกลางแจ้งในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย สำหรับแก็ตเจ็ตตัวนี้มีเครื่องมือวิเคราะห์การวิ่งที่แบตอึดมาก ใช้งานได้นาน ลดความกังวลเรื่องชาร์จ และเหมาะกับคนที่อยากจริงจังกับสถิติการซ้อมมากขึ้น ถ้าอยากได้ของที่ช่วยให้การวิ่งดีขึ้นจริง เริ่มจาก นาฬิกาวิ่ง, หูฟังเปิดหู, และ ฟิตเนสแบนด์หรือสมาร์ทวอทช์ที่แบต อึดก่อนเพราะสามอย่างนี้ตอบโจทย์ทั้งการซ้อม ความปลอดภัย และการติดตามผลได้ดีที่สุด จากนั้นค่อยอัปเกรดไปสู่รุ่นที่จริงจังขึ้นตามเป้าหมายการวิ่งของตัวเอง การเลือกใช้แก็ดเจ็ตที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายของตนเอง จะช่วยให้การวิ่งสนุกขึ้น เห็นพัฒนาการชัดเจนขึ้น และสร้างแรงจูงใจให้ก้าวไปสู่เป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างยั่งยืน Q&A Q: นักวิ่งมือใหม่ควรเริ่มซื้อแก็ดเจ็ตชิ้นไหนก่อน? A: สำหรับมือใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่อุปกรณ์ที่แพงที่สุด แต่เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้วิ่งได้สม่ำเสมอ นาฬิกาหรือแอปพลิเคชันติดตามการวิ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะช่วยบันทึกระยะทาง เวลา และพัฒนาการของตัวเองได้อย่างชัดเจน Q: จำเป็นต้องใส่นาฬิกาวิ่งทุกครั้งที่ออกกำลังกายหรือไม่? A: ไม่จำเป็นเสมอไป โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น สิ่งสำคัญคือการสร้างนิสัยการวิ่งอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม นาฬิกาวิ่งสามารถช่วยให้ติดตามผลการฝึกและตั้งเป้าหมายได้ง่ายขึ้นในระยะยาว Q: ทำไมนักวิ่งหลายคนถึงเลือกใช้หูฟังแบบเปิดหู? A: หูฟังแบบเปิดหูช่วยให้ยังได้ยินเสียงรอบตัวขณะฟังเพลงหรือพอดแคสต์ ทำให้รับรู้สภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับการวิ่งบนถนน สวนสาธารณะ หรือพื้นที่ที่มีผู้คนและยานพาหนะสัญจร Q: ควรเลือกแก็ดเจ็ตจากราคา หรือฟังก์ชันการใช้งาน? A: ควรเลือกจากความเหมาะสมกับรูปแบบการวิ่งของตัวเองมากกว่าอิงราคาหรือจำนวนฟังก์ชัน เพราะอุปกรณ์ที่มีฟีเจอร์มากเกินความจำเป็นอาจไม่ได้ถูกใช้งานจริง ขณะที่อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการวิ่งของเรา จะช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากกว่า เครดิตภาพหน้าปก 1 จากเว็บ garmin.com 2 จากเว็บ bnn.in.th 3 จากเว็บ samsung.com เครดิตภาพประกอบ 1 จากเว็บ garmin.com 2จากเว็บ 425degree 3 จากเว็บ huawei.com 4จากเว็บ bnn.in.th 5 จากเว็บ bananarun.com เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !