การเรียนหนังสือเพื่อได้เกรดดี ทำคะแนนสอบได้ดีๆ ยื่นคะแนนสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ และจบออกมามีงานดีๆทำ เจอคนดีๆ มีการศึกษา มีอนาคตที่มั่นคงและมีความสุข รู้สึกภูมิใจในตัวเอง และมีชีวิตที่ดีที่ทุกคนอิจฉา คือสิ่งที่พ่อแม่ทุกๆคนต้องการให้ลูกๆเป็นกัน แต่บางทีการเคี่ยวเข็ญให้ลูกๆในบ้านของตัวเองเรียนหนังสือหนักมากเกินไปจนเด็กรู้สึกกลัว และไม่ชอบการไปโรงเรียน แต่จำใจต้องทำเพราะอยากให้พ่อแม่รู้สึกพอใจและมีความสุข ก็เป็นเรื่องที่เข้าข่ายพ่อแม่รังแกฉันได้ เมื่อเด็กต้องเรียนจนไม่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า MBTI 16 ไทป์จะทำยังไงถ้าถูกพ่อแม่บังคับให้เรียนหนังสือหรืออ่านหนังสือมากเกินไป 1. ISFP -- จะวางแผนหนีออกจากบ้าน พร้อมกับอุปกรณ์วาดรูปสองชิ้นในมือ แต่ไม่รู้จะไปที่ไหนเพราะทั้งชีวิตรู้จักแต่โรงเรียนและสถานที่กวดวิชา เพราะ ISFP เป็นบุคลิกของนักผจญภัย ที่มองโลกในปัจจุบัน มีจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ จะรู้สึกเครียดมากกับการเรียนหรือการทำงานหนักด้วยความรู้สึกขาดอิสระ และคงไม่มีความสุขกับการโดนบังคับมากนัก และตัดสินใจที่จะหนีออกจากบ้านพร้อมกับทรัพย์สินและข้าวของเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น เพราะหัวใจนุ่มนิ่มเกินไปกว่าที่จะขโมยของราคาแพงจากพ่อแม่หนีออกจากบ้านได้ และหนีออกไปเพียงเพราะไม่อยากอ่านหนังสือเรียนจนร้องไห้อีกเท่านั้น 2. ISTP -- จะทำตามคำสั่งของพ่อแม่ก่อนในตอนแรกๆ ก่อนจะเริ่มตั้งคำถามว่าเราจำเป็นด้วยเหรอที่จะต้องเรียนอย่างหนักเพื่อเป็นที่หนึ่ง หรือต้องแข่งขันกับคนอื่นๆเพียงเพื่อสักวันเราจะตาย และเริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ไร้ความสุข ก่อนจะหาทางทำอะไรแปลกๆอย่างสุดโต่งในสายตาของเพื่อนๆและผู้ใหญ่ และเทการเรียนในที่สุด เพราะ ISTP เป็นบุคลิกของผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะ จะรู้สึกเครียดมากถ้าโดนบังคับ โดยเฉพาะถ้าโดนบังคับอย่างไม่มีเหตุผล เพียงเพราะพ่อแม่อยากให้เราประสบความสำเร็จและเป็นสิ่งที่พ่อแม่เองก็เป็นหรือทำไม่ได้ในสมัยที่อายุเท่ากัน ก่อนจะเริ่มอธิบายทุกอย่างกับพ่อแม่ด้วยมุมมองของตัวเองกลับไปอย่างมีเหตุมีผล แต่ผู้ใหญ่หาว่าเถียงคำไม่ตกฟาก และบังคับให้ไปอ่านหนังสือเรียน ก่อนที่ ISTP จะอารมณ์เสีย และหยิบหนังสือนิยายมาอ่านแทน 3. INTP -- จะไม่ทำตาม จะเก็บตัวเพื่อทำเรื่องไร้สาระอย่างการนอนอย่าเงดียวเป็นการประท้วง หรือไม่ก็โดดเรียน พร้อมกับเพื่อนๆ ISTP เพราะ INTP เป็นบุคลิกของนักตรรกะ แม้จะทำคะแนนสอบได้ดี และไม่มีปัญหาอะไรกับการเตรียมสอบ แต่ก็ไม่ชอบชีวิตที่ขาดอิสระ และรู้สึกหายใจไม่ออก กับตารางเรียนที่แน่นมากจนเกินไปและต้องทำซ้ำๆกันทุกวันเป็นเดือนๆ เป็นปีๆ สุดท้าย INTP ที่สุดแสนจะฉลาดก็เลือกที่จะเทการเรียนและออกไปเที่ยวกับเพื่อนสนิทกลุ่มเล็กๆของตัวเองโดยมี ISTP เป็นคนชวนดีกว่า 4. INFP -- จะทำตามในตอนแรก ก่อนจะร้องไห้และบ่นและโอดครวญเป็นอย่างมากเมื่อทำไม่ได้ในมุมส่วนตัว และระเบิดอารมณ์ออกมาตอนที่ทนไม่ไหวจริงๆ เพราะ INFP เป็นบุคลิกของนักไกล่เกลี่ย แน่นอนว่า INFP เป็นผู้ตามได้ดี เป็นนักรับฟังที่ดี แรกๆ INFP จะทำตามคำขอและคำสั่งของพ่อแม่อย่างเคร่งครัดก่อน เพราะเชื่อว่าการอ่านหนังสือเรียนและตั้งใจเรียนรวมถึงทำคะแนนออกมาให้ดีที่สุดโดยที่ไม่ต้องแข่งขันกับใครนอกจากตัวเราเองจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจ จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ แต่ INFP อาจจะรู้สึกไม่มีความสุขเลย เพราะไม่ได้ทำเรื่องที่ตัวเองชอบ และอาจจบด้วยความรู้สึกว่างเปล่าและเคว้งคว้างในชีวิตของตัวเองได้ 5. ENFP -- จะไม่ทำตาม แต่จะทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าพ่อแม่ ก่อนจะโดดเรียนไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆในชุดนักเรียน หรือแอบวาดรูประบายอารมณ์ในคลาสเรียนพิเศษ เพราะ ENFP เป็นบุคลิกของนักรณรงค์ จึงมีนิสัยแบบ INFP เวอร์ชันมีเพื่อนมากและชอบเข้าสังคมมากกว่า ที่ตอนเด็กๆจะทำตามคำพูดของพ่อแม่ทุกคำ ก่อนที่จะเริ่มสงสัย เมื่อโตมา หรือเริ่มทำพฤติกรรมต่อต้านพ่อแม่ตอนเป็นวัยรุ่นได้ เพราะอารมณ์พาไป แต่เมื่อโตขึ้นจะเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ดีขึ้น และรู้สึกว่าพ่อแม่ลำบากมากเลยในการเลี้ยงคนๆหนึ่งให้โตมา 6. INTJ -- จะพิจารณาคำขอของพ่อแม่ก่อนจะทำตามทุกอย่างก่อนในตอนแรก เพียงเพื่อต้องการจะได้รับการยอมรับและความชื่นชมจากพ่อแม่ตัวเองเท่านั้น ก่อนจะโกรธและเกลียดทุกอย่างบนโลกเพราะพ่อแม่ชื่นชมลูกคนอื่นมากกว่า ต้องการอย่างมากที่จะเป็นที่หนึ่ง ก่อนจะจบด้วยการเป็นรองเพราะเจอคนอื่นที่เก่งกว่า เพราะ INTJ เป็นบุคลิกของนักออกแบบ แน่นอนว่า INTJ อยากเป็นที่หนึี่งในทุกๆเรื่องจริง อยากได้ 100 คะแนนเพื่อทำให้พ่อแม่ภูมิใจ อยากเป็นอันดับหนึ่งของห้อง อยากจะได้รับการยอมรับจากพ่อแม่และเสียงชื่นชมจากผู้คน ก่อนจะถูกความจริงตีเข้าหน้าที่ INTJ อาจจะไม่ได้เรียนเก่งขนาดนั้น และไม่มีใครสนใจชีวิตของ INTJ มากขนาดนั้น และพ่อแม่ก็เริ่มรำคาญ INTJ และ INTJ ก็เริ่มเบื่อหน่ายพ่อแม่เพราะพ่อแม่ชื่นชมคนอื่นมากกว่า และเริ่มเปรียบเทียบ INTJ กับลูกคนอื่น ทำให้ INTJ แยกตัวออกมาตั้งใจเรียนมากขึ้น แต่กลับไม่ได้เป็นที่หนึ่งของห้องเพราะดันมี ENTJ และ ESTJ มาแย่งตำแหน่งประธานชั้นและที่หนึ่งของห้อง 7. ENTP -- จะโกหกพ่อแม่ว่าได้เข้าเรียนฮาร์ดเวิร์ด ก่อนจะจบด้วยการโป๊ะแตก ความลับไม่มีจริงบนโลก และพ่อแม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับทางมหาวิทยาลัย เพราะ ENTP เป็นบุคลิกของนักโต้วาที ENTP อาจจะหวาดกลัวความรู้สึกโดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้ง และไม่ถูกมองเห็นความสำคัญจากคนที่บ้านได้ จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ที่บ้านยอมรับ แม้แต่ยอมโกหกและเล่นตลกร้ายกับชีวิตของตัวเองด้วยการโกหกและเก็บความลับกับพ่อแม่ตัวเองไว้ ก่อนจะโป๊ะแตก เพราะ ENTP ไม่ใช่คนที่โกหกได้ดีขนาดนั้น และไม่ใช่คนที่เก็บความลับได้นาน 8. INFJ -- จะตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก เรียนได้ดี ทำข้อสอบได้ดี ก่อนจะเห็นอกเห็นใจและสงสารเพื่อนที่กังวลเรื่องเกรด เลยแบ่งชีทติวเก็งคำตอบให้เพื่อน จนตัวเองได้คะแนนลำดับกลางๆแทน เพราะ INFJ เป็นบุคลิกของผู้แนะนำ จึงมีนิสัยใจดี ช่างสังเกต มักจะเห็นอกเห็นใจคนอื่น ซึมซับอารมณ์และความรู้สึกของคนรอบข้างได้ดี ทำตัวเหมือน ambivert แต่จริงๆแล้วเป็น introvert INFJ อาจจะเห็นใจเพื่อนๆที่กลัวพ่อแม่ดุที่บ้านได้ เลยแบ่งปันชีทเก็งข้อสอบให้เพื่อนๆดู จนตัวเองโดนพ่อแม่ดุเรื่องเกรดแทน และต้องไปกวดวิชาเพิ่มมากขึ้น เพื่อทำคะแนนให้ดีขึ้น หรือเพื่อเพิ่มเกรดของตัวเอง 9. ISTJ -- จะตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก จะไม่คบใคร มีปัญหาเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ เป็นเนิร์ดการเรียน และเป็นลูกรักของอาจารย์ เป็นเด็กที่นั่งแถวหน้าสุด และถ่ายทุกเลคเชอร์ที่อาจารย์จดรวมถึงกดบันทึกเสียงตามอย่างตั้งใจ เพราะ ISTJ เป็นบุคลิกของนักคำนวณ ซึ่งมีนิสัยเงียบๆ โลกส่วนตัวสูง ชอบทำงานคนเดียว ไม่ชอบพึ่งพาใคร และเคารพกฎเกณฑ์และลำดับขั้นทางสังคม และมักจะชอบทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่เงียบๆอย่างจริงจังอยู่เสมอ จึงไม่ใช่คนที่มีปัญหากับการเรียน การรักษาเกรด และการสอบมากนัก 10. ESFJ -- จะตั้งใจเรียนแค่ต่อหน้าพ่อแม่ พออยู่กับเพื่อนแล้วก็เป็นคนอีกคนหนึ่งที่แสดงออกต่อหน้าคนที่บ้านไม่ได้ เพราะ ESFJ เป็นบุคลิกของผู้ให้คำปรึกษา จะรู้สึกเห็นอกเห็นใจพ่อแม่ และมองเห็นความลำบากของพ่อแม และรู้สึกว่าต้องตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกเครียดจากการเรียน การทำการบ้าน การอ่านหนังสือ การเตรียมสอบ และเพราะเป็นคนที่เคารพและให้เกียรติพ่อแม่จึงเลือกที่จะทำตัวดีๆและเป็นเด็กที่เรียบร้อยต่อหน้าพ่อแม่ แต่ก็คล้ายๆกับคนที่เก็บกด จึงเอาอารมณ์ที่แสดงออกต่อหน้าพ่อแม่ไม่ได้ไปแสดงออกกับเพื่อนแทนอย่างเต็มที่ ถ้าไม่สนิทกัน ผู้คนอาจจะคิดว่า ESFJ เป็นเพื่อนที่หยาบคายมากๆได้ 11. ENFJ -- จะทำตามคำสั่งของพ่อแม่อย่างเคร่งครัด แต่แอบมีไดอารีระบายอารมณ์และจดทุกอย่างที่ตัวเองไม่พอใจ เพราะ ENFJ เป็นบุคลิกของตัวเอก ที่เห็นใจพ่อแม่ที่ต้องทำงานอย่างลำบากเพื่อส่งตัวเองเรียน หรือยอมทำทุกอย่างแม้แต่เดินเข้ากองไฟเพื่อตัวลูกๆทุกคน รวมถึงเป็นคนที่รักเพื่อนและมองโลกในแง่ดีแบบสุดๆ แต่ก็จะมีมุมบ่น+ระบายอารมณ์ในมุมส่วนตัวของตัวเองเช่นเดียวกันเวลาที่รู้สึกทนไม่ไหวหรือไม่พอใจมากๆขึ้นมา 12. ENTJ -- จะตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง หวังนำเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาให้พ่อแม่ภูมิใจในชีวิต แต่พบว่าตัวเองเจอเรื่องหลายๆอย่างที่คล้ายๆกับเพื่อนๆ ENFJ เพียงแต่เลือกที่จะไม่แสดงอารมณ์ออกมาและแสวงหาความสำเร็จมากกว่า เพราะ ENTJ เป็นบุคลิกของผู้บัญชาการ ซึ่งมีนิสัยฉลาดในการใช้คน และรู้ด้วยว่าต้องพูดหรือวางตัวยังไงให้ได้รับการยอมรับ คำชื่นชม หรือให้คนอื่นทำตามหรือรู้สึกดีด้วย ในขณะเดียวกันก็ไม่ลังเลที่จะแสดงออกความเย็นชาหรือมุมที่เห็นแก่ตัวกับคนอื่นเพื่อเป้าหมายหรือสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยรวมก็เป็นคนที่น่ากลัวเป็นอย่างมากและไม่รู้ว่าตัวเองมีมุมที่น่ากลัวต่อคนอื่นยังไง 13.ISFJ -- จะทำตามพ่อแม่ในตอนแรก ก่อนที่จะช่วยติวให้เพื่อนๆไปด้วยเพราะสงสารและเห็นใจเพื่อนๆ จนคะแนนออกมาอยู่ลำดับกลางๆ ก่อนจะถูกพ่อแม่เคี่ยวเข็ญให้เรียนกวดวิชาหรือติวพิเศษมากกว่าเดิม เพราะ ISFJ เป็นบุคลิกของผู้ตั้งรับ ซึ่งมีนิสัยใจดี อบอุ่น เป็นห่วงเป็นใย ใส่ใจ และชอบดูแลโดยเฉพาะกับคนในครอบครัว จะรู้สึกเครียดมากเวลาได้รับคำวิพากย์วิจารณ์หรือคำติเตียนจากคนที่รักและใกล้ชิดอย่างรุนแรง และรับไม่ได้เลยถ้าจะโดนดุด่าว่ากล่าวอย่างรุนแรงในเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ทำ หรือใส่อารมณ์ในเรื่องที่คนพูดไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง แม้ว่าการเรียนจะเป็นเหมือนสนามรบและการแข่งขันกันเอง แต่ ISFJ ก็อดเห็นใจเพื่อนที่ร้องไห้เพราะอยากทำเกผู้รดให้ดีกว่านี้ไม่ได้ คล้ายๆกับเพื่อน INFJ 14. ESFP -- จะเทเกรด เทสอบ เทเรียน เทติวเตอร์ เทโค้ช เททุกๆอย่างเกี่ยวกับการเรียน และหนีไปเล่นเกมเพื่อนแทน เพราะ ESFP เป็นบุคลิกของผู้มอบความบันเทิง ที่มีนิสัยไม่ชอบโดนบังคับ จะเครียดมากถ้าต้องใช้ชีวิตอย่างจริงจัง เข้มงวด ขาดความสนุก ขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดอารมณ์ขัน และขาดอิสระ และคงรับไม่ได้ด้วยกับชีวิตที่มีเรื่องเรียน สอบ การบ้าน ESFP คงรู้สึกเหมือนชีวิตตัวเองได้กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว 15. ESTP -- จะโกหกพ่อแม่ว่าเรียนจบแล้ว ได้งานทำแล้ว ก่อนจะแต่งชุดนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ออกไปเดินเล่นเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกไปเรื่อยๆเพราะเรียนไม่จบ เพราะ ESTP เป็นบุคลิกของผู้ประกอบการ ที่แม้จะรักในความสนุกสนาน แต่ก็ยังแคร์สายตาคนรอบข้าง และต้องการจะเป็นที่รักและที่ชื่่นชอบของคนรอบๆตัว อีกทั้ง ESTP ยังมีความอ่อนไหวง่ายในตัวเองเป็นอย่างมาก ESTP จึงเลือกที่จะโกหกพ่อแม่และแต่งชุดจัดเต็มออกไปเอ้อระเหยอยู่ข้างนอก หรือไม่ก็เลือกที่จะอยู่ไกลๆบ้าน ทำงานที่ตัวเองชอบ ทำตามความฝันที่ตัวเองรู้สึกมีความสุขและรู้สึกถึงอิสระได้ 16. ESTJ -- จะอ่านหนังสือสอบทั้งวันแม้แต่ตอนกินข้าว จะอ่านหนังสือเตรียมสอบหนักมาก และเที่ยวเล่นหนักมากเช่นกันเวลาที่ได้พัก เพราะ ESTJ เป็นบุคลิกของผู้บริหาร ที่มีนิสัยเข้มงวดและจริงจัง ต้องการจะเป็นที่หนึ่ง ต้องการจะเป็นที่ชื่นชม และได้รับการยอมรับจากทุกๆคนรอบตัว รวมถึงต้องการเป็นคนสำคัญของคนในครอบครัวด้วย แต่การอ่านหนังสือเรียนหนักมากเกินไปและทำตามความคาดหวังของพ่อแม่ทุกอย่างก็อาจจะทำให้ ESTJ รู้สึกเครียดได้ เลยหาวิธีผ่อนคลายด้วยการเรียนหนัก เล่นหนักกว่าผู้เขียนเป็น INFP จะขอตอบในฐานะของ INFP นะคะ สมัยเรียนประถมผู้เขียนไม่ค่อยจริงจังเรื่องเรียนมากเท่าไรค่ะเหมือนเราไปโรงเรียนเพื่อคุยเล่นและสนิทกับเพื่อนๆมากกว่า แต่พอขึ้น ม.ต้น และ ม.ปลาย ผู้เขียนก็เริ่มรู้สึกอ่อนไหวง่ายกับการเรียนของตัวเองนิดหนึ่งเพราะเริ่มไม่แน่ใจในอนาคตของตัวเอง เลยเรียนหนักๆเข้าไว้ เผื่อจบออกมาจะได้งานดีๆทำเงินเดือนสูงๆมีสิทธิ์และสวัสดิการที่จะสบายไปทั้งชาติ เป็นหน้าตาของครอบครัวได้ อะไรแบบนั้น แต่เอาจริงๆชีวิตแบบนั้นไม่สำคัญเลยค่ะถ้าเรารู้สึกเคว้งคว้าง ว่างเปล่า ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร และไม่มีความสุข ความฝันของผู้เขียนคือการเป็นนักเขียนค่ะ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นจริงไปส่วนหนึ่งแล้ว เพราะผู้เขียนเขียนนิยายและเขียนบทความให้กับทาง True ID เกือบจะทุกวันเลย โดยที่ถือคติว่าจะเขียนทุกวัน คิดอะไรออกหรือไม่ออกก็จะเขียนต่อไป มีคนอ่านบ้างไม่มีคนอ่านบ้างก็เขียนไปเรื่อยๆในเรื่องที่เราชอบและสิ่งที่ตัวเองสนใจดีกว่า คนในวัยเรียนอาจจะไม่ค่อยสนใจเรื่องเงิน เพราะมีพ่อแม่ดูแลอยู่ แต่เมื่อจบออกมาถึงวัยทำงานและต้องทำงานด้วยตัวเอง ไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพไหน เป็นอาชีพที่เราชอบหรือไม่ชอบ มีความสุขหรือไม่มี เงินสำคัญจริงๆค่ะ และการศึกษาก็สำคัญมากๆเหมือนกัน เพราะเป็นบันไดไต่ระดับทางสังคมอย่างแท้จริง และเป็นเหมือนกับบันไดในการเลื่อนขั้นหรือเปลี่ยนสถานะและชีวิตของตัวเองเลย ซึ่งยังไงก็ตาม เราเกิดมาครั้งเดียว การตัดสินใจอยู่ในมือเรา ใครที่เบื่อหน่ายระบบการศึกษา รู้สึกไม่โอเค ไม่มีความสุขกับการเรียนต่อ อยากถอยออกมา หาประสบการณ์ทำงาน ท่องเที่ยว ถ้าคิดว่าดีก็ลงมือทำเลยค่ะ เพราะชีวิตเรากับพ่อแม่ยังไงก็คนละคน คนละอย่าง คนละชีวิตกันอยู่แล้ว บทความอื่นๆที่น่าสนใจ : INFP ในสายตาคนอื่น vs INFP ในความเป็นจริงINTJ ในสายตาคนอื่น vs INTJ ในชีวิตจริงINTP ในสายตาคนอื่น vs INTP ในความเป็นจริงISFP ในสายตาคนอื่น vs ISFP ในความเป็นจริงENTJ ในสายตาคนอื่น vs ENTJ ในความเป็นจริง ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพ หน้าปก / Canvaรูปภาพประกอบที่ 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6 / 7 / 8 / 9 / 10 / 11 / 12 / 13 / 14 / 15 / 16 โดย Sweetaholic/ pixabay7-11 Community ห้องลับเมาท์มอยของกินของใช้ในเซเว่น อะไรดีอะไรใหม่ ต้องรู้ ต้องคุย ต้องแชร์