ในช่วงวิกฤติโควิด-19 นี้ ทุกคนล้วนได้รับผลกระทบ มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี ดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงเพื่อคุณหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์จะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยเพราะเราอีก กับทั้งยังต้องรักษาสภาพจิตใจให้เข้มแข็ง ให้สามารถช่วยเหลือตนเองและคนอื่นๆ ที่เดือดร้อนอาจจะมากกว่า น้อยกว่า หรือเท่าๆ กันกับเรา สิ่งที่เราสามารถทำได้ในช่วงเวลาแย่ๆ แบบนี้ก็คือดูแลตัวเองให้ดี เพื่อที่จะได้มีพลังไปดูแลคนอื่น เกริ่นเสียยืดยาว วันนี้แค่อยากจะแบ่งปันวิธีการเยียวยาตัวเองในแบบง่ายๆ วิธีหนึ่ง นั่นคือ การปลูกและดูแลต้นไม้ สำหรับคนที่อยู่คอนโดมิเนียมอย่างเรา ต้นไม้ที่ปลูกได้จะเน้นไปที่ไม้ฟอกอากาศ ชนิดที่ไม่ได้ต้องการแสงมาก แข็งแรงและไม่เซนซิทีฟ (มากจนเกินไป) ซึ่งในกลุ่มคนปลูกไม้ฟอกอากาศ จะมีชื่อต้นไม้ไม่กี่ชนิดวนเวียนกันไป อาทิ ลิ้นมังกร ลิ้นมังกรแคระ ว่านงาช้าง มอนสเตอร่า ซานาดู ไทรใบสัก ไทรใบสักแคระ เดหลี พลูด่าง กวักมรกต ปาล์มไผ่ เป็นต้น วันนี้จะยังไม่ลงรายละเอียดต้นไม้แต่ละชนิด แต่จะว่ากันด้วยสภาวะจิตใจที่ดีขึ้นได้ด้วยการปลูกและคุยกับต้นไม้ (อ่านไม่ผิด คุยกับต้นไม้จริงๆ) ทำไมเราจึงควรปลูกต้นไม้ในวันที่สภาพจิตใจเราไม่โอเค 1. การปลูกต้นไม้ช่วยให้เรามีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน คล้ายๆ กับการอ่านหนังสือหรือจดจ่อกับอะไรสักอย่างนั่นแหละ เราจะหยุดคิดเรื่องอื่นโดยอัตโนมัติ ความคิดที่ฟุ้งซ่านอิรุงตุงนังจะถูกรวบรวมมาไว้ที่ต้นไม้ เราต้องปรุงดินยังไงถึงจะเหมาะกับเจ้าต้นนี้ การเอาต้นไม้ออกจากถุงเพาะชำหรือกระถางดำไปใส่ในกระถางสวยๆ ต้องทำอย่างเบามือเพื่อไม่ให้ต้นไม้บอบช้ำ การจะทำอย่างเบามือได้ เราก็ต้องจดจ่อ ต้องเพ่งสมาธิ ค่อยๆ ประคับประคองให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี กระบวนการตั้งแต่การปรุงดิน เตรียมอุปกรณ์ วัสดุปลูก ไปจนเปลี่ยนกระถาง รดน้ำ และอาบน้ำให้ต้นไม้เสร็จนั่นแหละที่ระงับความฟุ้งซ่านได้เป็นอย่างดี ภาพโดย : นักเขียน 2. การปลูกต้นไม้เป็นสกิลใหม่ที่กระตุ้นการทำงานของสมอง สมองของเราเวลาถูกใช้ให้คิดเรื่องงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานย่อมเหนื่อยล้า พักการใช้งานสมองส่วนนั้น มาเปิดโอกาสให้สมองส่วนอื่นได้ทำงานบ้าง ทุกครั้งที่เราฝึกทักษะใหม่ๆ สมองจะตื่นตัวและทำให้เรามีพลังมากขึ้น เรียกว่าเป็นการบาลานซ์การทำงานของสมองให้ทุกๆ เซลล์ได้ทำงาน ได้เติบโต ส่วนนี้ทำงานหนัก ก็พักบ้าง ส่วนนี้ทำงานน้อยจนจะฝ่อหมดแล้ว ก็กระตุ้นบ้าง สมองของเราจะได้สดชื่นๆ โดยถ้วนทั่ว 3. การปลูกต้นไม้ทำให้เราละเอียดอ่อน และช่างสังเกตมากขึ้น สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนต้องการการดูแล ต้นไม้ก็เป็นสิ่งมีชีวิต ยิ่งคนที่มีต้นไม้หลายชนิดในบ้าน จะยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนมีลูกหลายคน ซึ่งลูกแต่ละคนก็นิสัยแตกต่างกันไป บางคนอึด ถึก ทน บางคนอ่อนไหว นิดๆ หน่อยๆ ก็ทิ้งใบ (เจ้าไทรใบสักไงจะใครล่ะ) บางคนน้ำมากรากเน่า บางคนชอบดินร่วน บางคนชอบกากมะพร้าวโปร่งๆ ลองนึกภาพว่าคนเราจะดูแลลูกๆ ที่มีนิสัยต่างกันเยอะแยะได้อย่างไรถ้าไม่ละเอียดอ่อนมากพอ และไม่ต้องห่วงว่าเราจะไม่อยากละเอียดอ่อน หรือจะปล่อยให้ต้นไม้ตาย เพราะคนส่วนใหญ่ที่เลี้ยงไม้ฟอกอากาศนั้น ร้อยทั้งร้อยคือตกหลุมรักเจ้าพวกนี้หัวปักหัวปำ และกลายเป็นต้องมาเฝ้าทะนุถนอมบรรดาลูกๆ เหล่านี้แน่นอน ภาพโดย : นักเขียน 4. สีเขียวๆ ของต้นไม้ช่วยให้อารมณ์เราสดใสมากขึ้น ข้อนี้คงไม่ต้องอธิบายกันมากมาย สีเขียวไม่ว่าจะเขียวแก่ เขียวอ่อน เขียวผสมๆ ล้วนให้ความรู้สึกเย็นฉ่ำ สบายตา และพาให้เราสบายใจขึ้นไม่มากก็น้อยแน่นอน 5. คุยกับต้นไม้ช่วยเยียวยาจิตใจ ต้นไม้รับรู้ความรู้สึกของคนปลูกได้ เหมือนที่เราก็จะรับรู้ความรู้สึกของต้นไม้ได้เช่นกัน เราจะรู้ว่า เอ๊ะ ทำไมวันนี้เจ้าว่านงาช้างลำตัวอ่อนๆ เปราะๆ ป่วยหรือเปล่า รากแข็งแรงดีไหมนะ เอ๊ะ ทำไมเจ้าพลูด่างถึงเหี่ยวๆ หงอยๆ โดนแดดโดนลมเยอะไปหรือ เราคุยกับต้นไม้ ต้นไม้พูดไม่ได้ แต่แสดงออกมาให้เรารับรู้ได้ เราสื่อสารกับต้นไม้ได้จริงๆ และนั่นคืออีกทางของการเยียวยาสภาพจิตใจในสภาวะอึมครึม อึดอัด โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาท่ามกลางวิกฤตินี้ ภาพโดย : นักเขียน เหนื่อยใช่ไหม เครียดมากใช่ไหม เหงาด้วยใช่ไหม...ลองปลูกต้นไม้ดูสิ