วิธีรักษาต่อมลูกหมากโต รู้จัก PAE ทางเลือกโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ตื่นมาเข้าห้องน้ำหลายรอบจนพักผ่อนไม่เต็มที่ ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือต้องยืนรอสักพักกว่าจะปัสสาวะออก อาการเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ผู้ชายหลายคนเริ่มพบเมื่ออายุมากขึ้น แต่หากเกิดบ่อยจนรบกวนชีวิต ไม่ควรปล่อยให้กลายเป็นเรื่องที่ต้องทนอยู่ทุกวัน หนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้คือ โรคต่อมลูกหมากโต ซึ่งมีวิธีรักษาหลายแนวทาง ตั้งแต่ปรับพฤติกรรม ใช้ยา ไปจนถึงการทำหัตถการหรือผ่าตัด โดย PAE เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ป่วยบางรายที่ต้องการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดนำเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออก ต่อมลูกหมากโต ทำไมถึงปัสสาวะลำบาก? ต่อมลูกหมากอยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะและล้อมรอบท่อปัสสาวะ เมื่อต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจกดเบียดท่อปัสสาวะจนทำให้ปัสสาวะไหลไม่สะดวก ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการปัสสาวะติดขัด สายปัสสาวะอ่อน หรือรู้สึกว่าปัสสาวะไม่หมด ต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ใช่มะเร็ง หรือ Benign Prostatic Hyperplasia (BPH) พบได้บ่อยในผู้ชายวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ภาวะนี้ไม่ได้เปลี่ยนเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ทั้งสองโรคอาจพบร่วมกันได้ จึงควรตรวจหาสาเหตุเมื่อมีอาการผิดปกติ อาการต่อมลูกหมากโตที่ควรสังเกต อาการอาจค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนผู้ป่วยเริ่มปรับชีวิตตามโดยไม่รู้ตัว เช่น เลี่ยงการเดินทางไกลหรือเลือกที่นั่งใกล้ห้องน้ำ อาการที่พบได้ ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน ปวดปัสสาวะเร่งด่วนจนกลั้นลำบาก เริ่มปัสสาวะยาก ต้องรอหรือเบ่ง ปัสสาวะไม่พุ่ง ไหลสะดุด หรือออกเป็นหยด รู้สึกปัสสาวะไม่สุดหลังเข้าห้องน้ำ หากปัสสาวะไม่ออกเลย โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดท้องน้อย ควรไปโรงพยาบาลทันที ส่วนอาการปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีไข้ร่วมกับปัสสาวะแสบขัด ควรพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากต่อมลูกหมากโตเพียงอย่างเดียว วิธีรักษาต่อมลูกหมากโต มีอะไรบ้าง? การรักษาไม่ได้พิจารณาเฉพาะขนาดต่อมลูกหมาก แต่ต้องดูความรุนแรงของอาการ ผลกระทบต่อชีวิต และภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วย ผู้ป่วยจึงไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบเดียวกันทุกคน 1. ปรับพฤติกรรมและติดตามอาการ หากอาการยังไม่รุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ลดการดื่มน้ำมาก ๆ ก่อนนอน ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ พร้อมติดตามอาการเป็นระยะ การปรับพฤติกรรมอาจช่วยลดการเข้าห้องน้ำกลางคืนได้ แต่ไม่ได้ทำให้ต่อมลูกหมากเล็กลงโดยตรง 2. รักษาด้วยยา เมื่ออาการเริ่มรบกวนชีวิต แพทย์อาจพิจารณายาช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณต่อมลูกหมากและทางออกของกระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้ปัสสาวะสะดวกขึ้น หรือใช้ยาช่วยลดขนาดต่อมลูกหมากในผู้ป่วยที่เหมาะสม ยาแต่ละกลุ่มมีข้อดีและผลข้างเคียงต่างกัน จึงควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่หยุดหรือปรับยาเอง 3. ทำหัตถการหรือผ่าตัด หากใช้ยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปัสสาวะคั่ง ติดเชื้อซ้ำ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือการทำงานของไตได้รับผลกระทบ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาเพิ่มเติม การผ่าตัดผ่านท่อปัสสาวะเป็นหนึ่งในแนวทาง ส่วนผู้ป่วยบางรายอาจเหมาะกับการรักษาด้วย PAE PAE คืออะไร ช่วยรักษาต่อมลูกหมากโตอย่างไร? PAE หรือ Prostatic Artery Embolization คือการอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงต่อมลูกหมาก เพื่อลดเลือดที่ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำให้ต่อมลูกหมากค่อย ๆ หดตัวและลดการกดเบียดท่อปัสสาวะ รังสีแพทย์ร่วมรักษาจะสอดสายสวนหลอดเลือดขนาดเล็กผ่านบริเวณข้อมือหรือขาหนีบ ใช้ภาพเอกซเรย์นำทางไปยังหลอดเลือดเป้าหมาย แล้วฉีดสารอุดหลอดเลือดขนาดเล็ก การรักษาจึงมีเพียงรอยเจาะบริเวณที่ใส่สายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัดนำเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออก ข้อมูลจากโรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ในบทความเรื่อง การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยเทคนิค PAE ซึ่งตรวจทานโดย นพ.อรรถวัฒน์ อังสุพันธุ์โกศล แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ อธิบายว่า เทคนิคนี้ช่วยให้ต่อมลูกหมากค่อย ๆ เล็กลงและบรรเทาอาการทางปัสสาวะ โดยผลการรักษาจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังทำ ใครบ้างที่อาจเหมาะกับ PAE? PAE อาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการจากต่อมลูกหมากโตรบกวนชีวิต และต้องการพิจารณาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการผ่าตัด หรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพที่ทำให้การผ่าตัดไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ความต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะตัดสินว่าทำ PAE ได้ แพทย์ต้องประเมินสาเหตุของอาการ ขนาดต่อมลูกหมาก ลักษณะหลอดเลือด และสุขภาพโดยรวมก่อน เพื่อเลือกการรักษาที่มีโอกาสให้ประโยชน์กับผู้ป่วยมากที่สุด หลังทำ PAE ต้องพักฟื้นนานไหม? จุดเด่นของ PAE คือแผลขนาดเล็กและอาจใช้เวลาฟื้นตัวสั้นกว่าการผ่าตัดบางรูปแบบ โดยข้อมูลปัจจุบันของเวชธานีระบุการนอนโรงพยาบาล 1 คืน ทั้งนี้ ระยะเวลาพักรักษาจริงขึ้นอยู่กับการประเมินของทีมแพทย์ ส่วนอาการปัสสาวะจะไม่ได้ดีขึ้นเต็มที่ทันที เนื่องจากต้องรอให้ต่อมลูกหมากค่อย ๆ หดตัว ข้อมูลของโรงพยาบาลระบุว่ากระบวนการนี้เกิดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน และอาการอาจดีขึ้นชัดเจนในช่วง 5–6 เดือนหลังทำ โดยผลลัพธ์แตกต่างกันได้ในแต่ละคน การกลับไปทำงาน ออกกำลังกาย หรือยกของหนักควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ และยังต้องติดตามผลตามนัด แม้จะเริ่มปัสสาวะสะดวกขึ้นแล้วก็ตาม PAE มีข้อควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจ? แม้จะไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แต่ PAE ยังเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยง หลังทำอาจมีอาการปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อยขึ้นชั่วคราว หรือรอยช้ำบริเวณเจาะหลอดเลือดได้ รวมถึงมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นที่ต้องพูดคุยกับแพทย์ก่อนรักษา ในด้านสุขภาพทางเพศ PAE อาจมีผลกระทบน้อยกว่าการผ่าตัดบางวิธี แต่ไม่ควรรับประกันว่าจะไม่มีผลข้างเคียงเลย เช่นเดียวกับผลการรักษาที่อาจไม่เท่ากันทุกคน และบางรายอาจต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติมในอนาคต หากเริ่มตื่นเข้าห้องน้ำบ่อย ปัสสาวะลำบาก หรือรู้สึกว่าปัญหานี้กำลังกำหนดการใช้ชีวิต การเข้ารับการตรวจจะช่วยให้รู้สาเหตุและเห็นทางเลือกที่เหมาะสม การรักษาที่ตอบโจทย์อาจเป็นยา PAE หรือการผ่าตัด โดยเป้าหมายคือช่วยให้ปัสสาวะดีขึ้น พักผ่อนได้เต็มที่ และกลับไปทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !