ทาลิปเสร็จสวย ยิ้มปุ๊บติดฟันปั๊บ — เกิดขึ้นแทบทุกครั้งใช่ไหม? ปัญหานี้ไม่ได้มาจากสีหรือยี่ห้อลิป แต่มาจากขั้นตอนเล็กๆ หนึ่งอย่างที่คนส่วนใหญ่ข้ามไปหลังทาเสร็จ บทความนี้จะบอกว่าขั้นตอนนั้นคืออะไร พร้อมวิธีทำที่ใช้ได้กับทุกสีและทุกเนื้อลิป ทำไมลิปถึงวิ่งเข้าหาฟัน เนื้อลิปทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นลิปสติก ลิปกลอส หรือลิปแมตต์ ล้วนมีออยล์และขี้ผึ้งเป็นส่วนผสม หลังทาใหม่ๆ เนื้อลิปยังไม่เซ็ตตัวเต็มที่ ความชื้นและอุณหภูมิจากด้านในปากจะดึงให้เนื้อลิปเคลื่อนตัว ยิ่งส่วนโค้งด้านในของริมฝีปากบนและล่างสัมผัสกับฟันโดยตรง เนื้อลิปที่ยังนิ่มอยู่ก็จะย้ายไปติดฟันทันทีที่ปิดปากหรือยิ้ม ขั้นตอนที่คนมักข้ามคือ การลบเนื้อลิปส่วนเกินออกจากด้านในริมฝีปาก ก่อนเม้มปาก นั่นแหละคือต้นตอของปัญหา ขั้นตอนสุดท้ายที่ทำให้ลิปอยู่กับที่ — ทำอย่างไร ทำตามลำดับนี้หลังทาลิปเสร็จทุกครั้ง: ทาลิปตามปกติ ให้ครบทั้งริมฝีปากบนและล่าง รอให้เนื้อลิปเซ็ตตัวประมาณ 30 วินาที โดยเฉพาะลิปแมตต์และลิปกลอสเนื้อหนัก — ถ้าเร่งทำขั้นต่อไปทันที เนื้อลิปยังเหลวอยู่จะเลอะแทน เทคนิคนิ้วรูดส่วนเกิน: เอานิ้วชี้ที่สะอาดและแห้งสอดเข้าไปในปากแนบกับด้านในริมฝีปาก แล้วดึงออกช้าๆ เนื้อลิปที่เกินมาด้านในจะติดนิ้วออกมา ส่วนสีที่ผิวด้านนอกยังอยู่ครบ หรือใช้เทคนิคเม้มทิชชู: พับกระดาษทิชชูครึ่งแผ่น วางระหว่างริมฝีปากแล้วเม้มเบาๆ หนึ่งครั้ง ทิชชูจะดูดเนื้อลิปส่วนที่ลอยอยู่บนผิวออก โดยไม่ดึงสีชั้นที่ซึมเข้าไปแล้ว ทั้งสองวิธีให้ผลเหมือนกัน เลือกใช้ตามความสะดวก — นิ้วรูดส่วนเกินจัดการเนื้อลิปด้านในได้ตรงจุดกว่า ส่วนเม้มทิชชูสะดวกกว่าเมื่อทาลิปกลอสที่เหนียว เทคนิคเสริมที่ทำให้ลิปติดทนขึ้น ถ้าต้องการให้ลิปอยู่นานกว่าปกติและไม่วิ่งแม้ผ่านไปหลายชั่วโมง เพิ่มขั้นตอนเหล่านี้: ทา lip liner ก่อน 1 รอบ โดยลากตามขอบปากให้ชัด ลิปไลเนอร์มีเนื้อแห้งกว่าลิปสติก จึงทำหน้าที่เป็นกรอบกันสีกระจาย ลิปสีที่ทาทับจะอยู่ในขอบมากขึ้น ไม่ไหลออกมุมปาก ทาลิป 2 รอบสลับเม้มทิชชู: ทาลิปรอบแรก → เม้มทิชชู → ทาซ้ำรอบ 2 เนื้อลิปรอบ 2 จะยึดกับ pigment รอบ 1 ที่เซ็ตตัวแล้ว แทนที่จะลอยอยู่บนผิวเพียงชั้นเดียว ผลคือสีเข้มขึ้นและเนื้อลิปเกาะอยู่กับที่นานกว่า ระวังลิปกลอสเนื้อหนักเป็นเลเยอร์แรก ถ้าอยากได้ลิปเงา ให้ทาลิปสติกหรือลิปแมตต์เป็นฐานก่อน แล้วค่อยทับกลอสเฉพาะตรงกลางปาก หลีกเลี่ยงทากลอสถึงมุมปากเพราะเนื้อหนักที่มุมปากหลุดออกง่ายและดึงสีตรงกลางออกด้วย สรุป: ลิปติดฟันแก้ได้ด้วยขั้นตอนเดียว ลิปติดฟันไม่ใช่เรื่องของสีหรือยี่ห้อ แต่เป็นเรื่องของเนื้อลิปที่เหลืออยู่ด้านในริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว แค่เพิ่ม "นิ้วรูดส่วนเกิน" หรือ "เม้มทิชชู" หลังทาลิปทุกครั้ง ปัญหานี้จะหายไปตั้งแต่วันแรกที่ลอง ลองทำดูแล้วเป็นยังไงบ้าง? หรือใครเคยเจอปัญหาลิปติดฟันในสถานการณ์ไหนเป็นพิเศษ แชร์มาคุยกันได้เลย รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. #ลิปติดฟัน #เทคนิคทาลิป #ทาลิป #ลิปสติก #เมคอัพเทคนิค #ความงาม #บิวตี้ทิป ส่องเทรนด์แฟชั่น สวย ชิค คูล ดูดีมีสไตล์ ได้ที่นี่ App TrueID โหลดฟรี !