เฉยชา…จนเกือบต้องใช้ขาเทียม อาการข้างเคียงอย่างหนึ่งของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานมาเป็นระยะเวลานานๆ ก็คืออาการเสื่อมของปลายประสาทตามตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่จะพบบริเวณปลายนิ้วมือ และนิ้วเท้า แรกๆ ก็จะแค่รู้สึกชาๆ เป็นบ้างหายบ้าง หลังๆ ก็จะมีอาการชาบ่อยขึ้น จนในที่สุดอาการชาก็จะคงอยู่อย่างนั้นไปตลอดจนไม่สามารถแก้ไขได้ ผมเป็นคนหนึ่งที่เฉยชากับอาการเหล่านั้นในช่วงแรกๆ เพราะคิดว่าเป็นอาการปกติ จนกระทั่งอาการที่เคยรู้สึกแค่ชาๆ เริ่มมีอาการเจ็บแปร๊บๆ เหมือนถูกเข็มทิ่มแทรกเพิ่มขึ้นมากับอาการชาด้วย หลังๆ หนักขึ้นจนถึงขนาดนอนไม่ได้เพราะมันเจ็บจี๊ดจนต้องสะดุ้งตื่นมาในตอนกลางดึกอยู่บ่อยครั้ง จุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จนเกือบจะทำให้ผมต้องตัดขาซ้ายเริ่มขึ้นตรงจุดนี้เองครับ เมื่อเกิดแผลขนาดเล็กเท่าปลายนิ้วก้อยที่หน้าแข้งด้านซ้าย ซึ่งน่าจะเกิดจากการเกา ที่ผมไม่ทันสังเกต เพราะขาทั้งสองข้างของผมมีอาการชาอยู่ตลอด …แต่เดชะบุญ!!! ผมไม่เห็น แต่คุณหมอเห็น ครับ ช่วงเวลาแค่ 1สัปดาห์ จากขนาดแผลขนาดแค่ปลายนิ้วก้อย ขยายใหญ่จนมีขนาดเท่าผ่ามือ และลามใหญ่ขึ้นจนเกือบเต็มพื้นที่หน้าแข้ง ในเวลาแค่ไม่ถึง 2 อาทิตย์ (ทั้งที่ผมทำแผลล้างแผลทุกวันนะครับ) จนในตอนนั้นผมอดไม่ได้ที่จะต้องแอบค้นข้อมูลของ “ขาเทียม” และดูแคตตาล็อกขาเทียม อย่างเงียบๆ เตรียมไว้เผื่อกรณีที่วิกฤตสุดขีด และที่อาการลุกลามไปอย่างรวดเร็วก็เพราะระดับน้ำตาลในเลือด (เบาหวาน) ที่ผมยังไม่สามารถควบคุมได้ในขณะนั้น ความรู้สึกในตอนนั้น มันบอกไม่ถูกเลยครับ ทั้งกลัว ทั้งสมน้ำหน้าตัวเองที่ละเลยการดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี แม้ร่างกายพยายามที่จะส่งสัญญาณอยู่ตลอด แต่ก็เก็บเอาไว้ข้างในใจนะครับเพื่อไม่ให้คนที่อยู่รอบข้างวิตกไปกับตัวเราด้วย ในที่สุดผมรอดจากการต้องถูกตัดขา และโครงการช้อปปิ้งขาเทียมของผมต้องพับเก็บไปด้วยวินัยการทำตามคำแนะนำของคุณหมอผู้ดูแลผมอย่างเคร่งครัดที่สุด ซึ่งรวมเวลาในการรักษาทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 6 เดือน+ ครับ และจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เกิดแผลเป็นขนาดใหญ่บนหน้าแข้งซ้ายที่คอยเตือนใจผมมาตลอด ในตอนนี้แผลหายแล้ว แต่อาการชา และความเสียหายของปลายประสาทที่ขาก็ยังคงอยู่ และไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้อีก แต่ยังต้องทานยารักษาอาการเสื่อมของปลายประสาทประคองไว้เพื่อคงสภาพร่างกายไม่ให้เกิดความเสื่อมที่ลุกลามเพิ่มมากขึ้น และถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมคงแก้ไขหลายสิ่งที่เป็นพฤติกรรมสาเหตุของโรคต่างๆ แต่ในเมื่อมันแก้ไขไม่ได้ เราก็ต้องเรียนรู้, สังเกต และใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทเพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างเป็นปกติสุขที่สุด ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : ภาพประกอบ 1 โดย Freepik จาก Freepik, ภาพประกอบ 2 โดย karlyukav จาก Freepik, ภาพประกอบ 3 โดย HeungSoon จาก Pixabay, ภาพประกอบ 4 โดย RAEng_Publications จาก Pixabay, ภาพปกโดย master1305 จาก Freepik เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !