หน่อไม้เป็นอาหารที่คนนิยมกินกันมาช้านาน และเราก็ถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าไม่ควรกินหน่อไม้สด เพราะหน่อไม้สดที่ยังไม่ผ่านการต้มจะมีพิษ จากข้อมูลการตรวจสอบปริมาณไซยาไนด์ที่อยู่ในหน่อไม้ตามท้องตลาดโดย สสส. พบว่า หน่อไม้มีการปนเปื้อนสารไซยาไนด์ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ แต่หน่อไม้ไม่ได้มีแค่ไซยาไนด์ตามธรรมชาติเท่านั้น ยังมีอย่างอื่นที่เราต้องรู้ก่อนกินหน่อไม้ด้วยค่ะ วันนี้เราจะมาแชร์ 4 วิธีกินหน่อไม้ให้ปลอดภัย และแถมด้วยประโยชน์ของหน่อไม้ในตอนท้ายบทความค่ะ อย่างที่เราพูดถึงตั้งแต่ต้นว่า หน่อไม้สดมีสารพิษอย่างไซยาไนด์ นอกจากนั้นหน่อไม้กระป๋อง หน่อไม้ปี๊บยังมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค หรือ พิษของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ เท่านั้นยังไม่พอในหน่อไม้ยังมีออกซาเลต ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนิ่วได้ด้วย เรามาดู 4 วิธีกินหน่อไม้ให้ปลอดภัย กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์กันค่ะ 4 วิธีกินหน่อไม้ให้ปลอดภัย กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์1. วิธีกินหน่อไม้ให้ปลอดภัยจากพิษของสารไซยาไนด์ตามธรรมชาติอย่างที่เราเคยเขียนในบทความ รวมผักผลไม้มีไซยาไนด์ตามธรรมชาติ เสี่ยงอันตราย!! (trueid.net) ว่าหน่อไม้เป็นหนึ่งในผักที่มีสารไซยาไนด์ตามธรรมชาติ ซึ่งหากเรากินไม่ถูกวิธีอาจจะทำให้มีผลเสียต่อสุขภาพ จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เรามาดูกันค่ะว่าจะกินหน่อไม้ให้ปลอดภัยจากไซยาไนด์ได้อย่างไร ?เลือกชนิดหน่อไม้ที่เคยกิน ระวังหน่อไม้ที่ไม่รู้จักมาก่อนหน่อไม้มีมากหมายหลายพันธุ์ทั่วโลก แต่ก็ไม่ใช่ว่าหน่อไม้ทุกชนิดจะกินได้เพราะหน่อไม้สดบางชนิดก็พบสารไซยาไนด์ ที่เรียกว่า taxiphyllin ในปริมาณสูงมากจนเป็นอันตรายต่อร่างกายแม้จะผ่านการต้มแล้ว โดยปริมาณของไซยาไนด์จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของหน่อไม้ บางชนิดแม้จะมีการต้มเพื่อกำจัดไซยาไนด์แล้วแต่ก็ยังพบไซยาไนด์ในปริมาณสูงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แถวบ้านเรานิยมกินหน่อไม้จากไผ่ตง ไผ่เลี้ยง ซึ่งเราก็รู้กันดีว่าเป็นหน่อไม้ที่กินได้ แต่บางครั้งเราเดินทางไปทำงานหรืออยู่อาศัยที่ต่างประเทศ เราก็อาจจะคิดว่าเป็นหน่อไม้ที่กินได้ แต่จริง ๆ อาจจะเป็นชนิดที่กินไม่ได้ ดังนั้นก่อนไปหาหน่อไม้ในป่ามากิน ก็ควรจะถามผู้รู้ในท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย หรือดีที่สุด ก็ซื้อที่บรรจุหีบห่ออย่างดีดีกว่าค่ะวิธีการกำจัดสารไซยาไนด์ในหน่อไม้สดบางประเทศจะมีการกำจัดสารไซยาไนด์ในหน่อไม้ที่แตกต่างกัน อย่างบางพื้นที่ในประเทศอินเดียจะใช้การดองเป็นเวลาหลายเดือนก่อนนำมารับประทาน หรือ การต้ม การนำมานึ่งในอุณหภูมิสูงก็ช่วยลดปริมาณไซยาไนด์ลงได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามยังมีรายงานผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากได้รับสารไซยาไนด์เกินขนาดจากการกินหน่อไม้เช่นกัน ดังนั้นเราก็คงต้องระวังกันด้วยค่ะปกติที่บ้านเราใช้การต้มหน่อไม้สด โดยการต้มใส่เกลือประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างนั้นก็จะเทน้ำทิ้งหลาย ๆ ครั้ง ซึ่งวิธีนี้ก็ถือเป็นวิธีโบราณที่ทำต่อ ๆ กันมาที่ว่ากันว่าค่อนข้างปลอดภัย แต่ความสำคัญคือ สารอาหารจากหน่อไม้ ก็ลดลงตามปริมาณของไซยาไนด์ เพราะยิ่งต้มนาน สารอาหารก็ลดน้อยลงตามไปด้วย แล้วเราจะต้มหน่อไม้อย่างไรให้ปลอดภัย เท่าที่เราไปหาข้อมูลมาได้คือ หน่อไม้บางชนิดใช้เวลาในการต้มด้วยน้ำเกลือประมาณ 30 นาทีสารไซยาไนด์ก็หายไปเกือบหมดโดยที่สารอาหารยังลดลงไม่มาก ในขณะที่หน่อไม้บางชนิดต้องใช้เวลาต้มนานกว่านั้น ซึ่งจากรายงานการวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พบว่า หน่อไม้แต่ละชนิดใช้เวลาในการต้มที่นานแตกต่างกัน ไม่มีกฎตายตัวค่ะอีกวิธีที่จะช่วยกำจัดไซยาไนด์ออกจากหน่อไม้ได้คือ การแช่น้ำหรือน้ำเกลือทิ้งไว้ข้ามคืนก่อนนำมาต้ม ก็จะช่วยให้สารไซยาไนด์หายไปบางส่วนเช่นกัน โดยจากงานวิจัยพบว่า การแช่หน่อไม้สดด้วยน้ำ หรือ น้ำเกลือข้ามคืน (12 ชั่วโมง ) สารไซยาไนด์ในหน่อไม้สดลดลงไปประมาณ 60-80% สารไซยาไนด์ที่อยู่ในหน่อไม้ทำให้หน่อไม้มีรสขม ดังนั้นหลังจากต้มน้ำทิ้งแล้ว ก็อาจจะลองชิมในปริมาณเล็กน้อยว่ายังขมอยู่หรือไม่ ส่วนใหญ่เรามักจะซื้อหน่อไม้สดที่ต้มแล้ว หรือ ซื้อหน่อไม้ดองกระป๋อง หน่อไม้ปี๊บมากินมากกว่า แต่ก็ต้องระวังเช่นกัน อย่างที่เราจะกล่าวถึงต่อไป2. วิธีกินหน่อไม้ให้ปลอดภัยจากพิษของแบคทีเรียหน่อไม้โดยเฉพาะหน่อไม้กระป๋อง หน่อไม่ปี๊บที่มีการผลิตและบรรจุไม่สะอาด อาจจะมีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย โดยแบคทีเรียตัวนี้จะเจริญได้ดีในสภาวะออกซิเจนต่ำ และปล่อยสารพิษลงไปปะปนในหน่อไม้ เมื่อเราได้รับพิษตัวนี้เข้าไปจะทำให้เกิดโรคโบทูลิซึม ซึ่งจะมีผลต่อระบบประสาท อาจจะทำให้เกิดอาการ เช่น อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง การหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้ หากต้องการกำจัดสารพิษตัวนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ต้มอย่างน้อย 5 นาทีที่อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 85 องศาจึงจะสามารถขจัดพิษออกจากหน่อไม้ได้อย่างปลอดภัย โดยส่วนตัวเราเองไม่ว่าจะเป็นหน่อไม้สด หน่อไม้กระป๋อง หน่อไม่ปี๊บ หน่อไม้บรรจุถุง เราก็นำมาต้มก่อนประกอบอาหารทุกครั้งค่ะ3. วิธีกินหน่อไม้ให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค หน่อไม้ที่เราซื้อมาก็มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้เช่นเดียวกับอาหารชนิดอื่น ๆ ดังนั้นการนำมาล้างทำความสะอาด และต้มก่อนรับประทาน ก็จะทำให้เราปลอดภัยจากเชื้อโรคต่าง ๆ มากขึ้นค่ะ4. วิธีกินหน่อไม้ให้ปลอดภัยจากโรคนิ่ว หน่อไม้เป็นอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีสารออกซาเลตในระดับกลาง โดยในหน่อไม้ ½ ถ้วยมีสารออกซาเลตประมาณ 18 มิลลิกรัม และสารออกซาเลตเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนิ่วที่ไต สำหรับสารออกซาเลตในหน่อไม้จะมีปริมาณแตกต่างกันขึ้นกับชนิดของหน่อไม้ด้วย เราสามารถทำให้สารออกซาเลตในหน่อไม้ลดลงได้จากขั้นตอนการทำหน่อไม้ เช่น การแช่ การต้ม การดอง จากรายงานวิจัยฉบับหนึ่งระบุว่า การต้มทำให้ปริมาณออกซาเลตในหน่อไม้ลดลงได้ประมาณ 58%วิธีกินหน่อไม้ให้ปลอดภัยจากโรคนิ่วที่ไต ก็คือ การจำกัดปริมาณการกินหน่อไม้ นอกจากนี้ต้องพยายามดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อาจจะต้องดื่มน้ำเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะคนที่เคยมีปัญหานิ่วที่ไตมาก่อน เพราะอาจจะเป็นนิ่วซ้ำได้ค่ะสำหรับหน่อไม้เคยได้ยินว่าไม่ดีสำหรับคนเป็นโรคเก๊าท์ เพราะจะทำให้โรคแย่ลง เราหาข้อมูลจากงานวิจัยเกี่ยวกับสารพิวรีนในหน่อไม้ได้ค่อนข้างน้อย จึงไม่ได้กล่าวถึง ณ ที่นี้ ต่อไปเรามาดูประโยชน์ของหน่อไม้กันค่ะประโยชน์ของหน่อไม้ หน่อไม้ ทั้งหน่อไม้สด หน่อไม้ดอง สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นเอามาจิ้มน้ำพริก ทำเมนูต้ม ผัด แกง อย่างเมนูต้มจืดหน่อไม้กระดูกหมู อร่อย มากค่ะอ่านต่อ รวม ผักใช้ต้มจืด อร่อย ประโยชน์เยอะ กินได้ ไม่อ้วน ถูกและดีมีที่นี่! (trueid.net) นอกจากนี้การเอาหน่อไม้มาตำ ก็ อร่อย แซ่บไม่แพ้กันค่ะ อ่านต่อในบทความ รวมผักผลไม้ใช้ตำ อร่อยแซ่บทุกคำหน่อไม้เป็นอาหารที่มีเส้นใยอาหารจำนวนมาก จึงดีต่อระบบขับถ่าย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยคุมน้ำหนักได้อย่างดีหน่อไม้เป็นผักที่มีวิตามินและเกลือแร่มาก แต่สารอาหารเหล่านี้ก็ถูกทำลายไปบางส่วนในกระบวนการทำหน่อไม้เช่นกันหน่อไม้เป็นอาหารที่ไม่มีไขมัน จึงดีต่อคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักทั้งหมดนี้คือ 4 วิธีกินหน่อไม้ให้ปลอดภัย กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ ที่เราต้องการนำมาฝากวันนี้ บางคนอาจจะบอกว่ากินหน่อไม้มาตั้งนานไม่เคยเห็นเป็นอะไร แน่นอนค่ะ การกินหน่อไม้อย่างถูกวิธีก็จะทำให้เราปลอดภัย แต่หากเราไม่รู้แล้วไปกินสุ่มสี่สุ่มห้า ก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน แล้วพบกันใหม่นะคะเครดิตภาพปก และภาพประกอบบทความทั้งหมด โดยผู้เขียนBy Nurseonomyบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง https://food.trueid.net/detail/70LMe8oqG18Qhttps://food.trueid.net/detail/OKPdjzxn0YwKhttps://food.trueid.net/detail/8an277lWWqpahttps://food.trueid.net/detail/JXWOWLAKqanXเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !