“โรคไข้กาฬหลังแอ่น” (Meningococcal Disease) ชื่อนี้เราเริ่มได้ยินบ่อยขึ้นในช่วงนี้ หลังจากมีรายงานข่าวการสูญเสียในกลุ่มนักศึกษาและวัยรุ่นที่ประเทศอังกฤษกว่า 29 ราย ขณะที่ในประเทศไทยเองก็พบผู้เสียชีวิตแล้ว 3 รายในปี 2026 แม้จะไม่ได้เป็นการระบาดใหญ่หรือพบเป็นกลุ่มก้อน แต่โรคนี้ก็ยังพบได้ประปรายตลอดทั้งปี ความน่ากลัวคือความรวดเร็วและรุนแรง แบคทีเรียสามารถพรากชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยมักก่อให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง อาการเด่นที่ต้องสังเกตคือ ไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง และมีผื่นจ้ำแดงตามตัว ดังนั้นเราจึงต้องเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอย่างมีสติโดยไม่ตื่นตระหนก ซึ่งการป้องกันเบื้องต้นเป็นสิ่งที่เราสามารถเริ่มทำได้ทันที วันนี้เราจึงขอแนะนำ 5 วิธีง่าย ๆ ในการดูแลตัวเอง จะมีอะไรบ้าง มาติดตามกันเลย 1. ฉีดวัคซีนป้องกัน การฉีดวัคซีนถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น นักเรียน นักศึกษาที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือผู้ที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมแออัด ดังนั้นจึงควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ 2. หลีกเลี่ยงสถานที่อากาศไม่ถ่ายเท ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ควรทำทันที นั่นคือหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและอากาศไม่ถ่ายเทไม่สะดวก เพราะเชื้อกระจายผ่านละอองฝอยน้ำมูกและน้ำลาย การอยู่ในที่ที่คนรวมตัวกันหนาแน่นเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงในการสูญเสียสุขอนามัยทางเดินหายใจ หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัยเสมอ หรือถ้าอยู่ในจุดที่มีหน้าต่างถ่ายเทอากาศได้ หากเป็นไปได้ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวกอยู่ตลอดเวลา 3. งดใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หลาย ๆ คน งดใช้ของร่วมกับผู้อื่นอย่างจริงจังในช่วงที่โควิดระบาด ซึ่งเป็นเรื่องดีกับการป้องกันตัวเองจากหลาย ๆ โรค รวมทั้งไข้กาฬหลังแอ่นด้วย เพราะเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ติดต่อได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่ง ดังนั้นเราควรสานต่อวินัยจากช่วงโควิดด้วยการไม่ใช้แก้วน้ำ ช้อนส้อม หลอด หรือแม้แต่ลิปสติกและผ้าเช็ดหน้าร่วมกับใคร การแยกของใช้ส่วนตัวจึงเป็นวิธีตัดวงจรการแพร่เชื้อได้อย่างดี 4. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำ หรือเมื่อสัมผัสจุดสาธารณะ จะช่วยลดโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสใบหน้าและจมูก สำหรับคนที่ไม่เคยชินกับการล้างมือ แต่ถ้าทำบ่อย ๆ จะกลายเป็นนิสัยที่ช่วยป้องกันโรคได้จริง 5. รักษาสุขภาพและหมั่นสังเกตอาการ พักผ่อนและออกกำลังกายให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง พร้อมคอย "สังเกตตัวเอง" หากมีไข้สูง ปวดหัว คอแข็ง หรือมีผื่นแดง ต้องรีบพบแพทย์ทันที รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดหรือสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่าย เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง Q&A โรคไข้กาฬหลังแอ่น Q1: ทำไมถึงเรียกว่า "หลังแอ่น"? A1: ในอดีตผู้ป่วยที่มีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบรุนแรงจะมีอาการคอแข็ง หลังแข็ง และเกร็งจนตัวแอ่นไปข้างหลัง จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกนี้ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันอาการนี้อาจไม่พบในผู้ป่วยทุกคนเสมอไป Q2: ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น? A2: กรมควบคุมโรคแนะนำไว้ 4 กลุ่มเสี่ยง ที่ควรได้รับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคนี้ ใครอยู่กลุ่มไหนก็พิจารณาเรื่องนี้เป็นพิเศษ - กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา ที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือผู้ที่ต้องเดินทางไปประเทศที่มีข้อกำหนดให้ฉีดวัคซีน - ผู้เดินทางแสวงบุญ (พิธีฮัจย์/อุมเราะห์) - ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องบางกลุ่ม รวมถึงผู้ที่ได้รับการตัดม้าม และผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน - ผู้ปฏิบัติงานในห้องแล็บ ที่ต้องสัมผัสเชื้อนี้โดยตรง Q2: อาการ "คอแข็ง" เป็นยังไง? A2: คำว่าคอแข็งในโรคนี้ ไม่ใช่แค่ปวดคอจากการนอนตกหมอนหรือออฟฟิศซินโดรม แต่มันคืออาการที่กล้ามเนื้อคอเกร็งจนแข็งทื่อไปหมด เวลาเราพยายามจะก้มหน้าเอาคางมาชิดอกจะทำไม่ได้เลย แถมเจ็บปวดทรมานสุด ๆ เป็นสัญญาณบอกว่าเยื่อหุ้มสมองกำลังโดนเล่นงานหนักแล้ว ต้องรีบให้คุณหมอดูอาการทันที ขอบคุณภาพประกอบจาก กดดู รู้โรค by กรมควบคุมโรค ภาพที่ 1/2 ภาพประกอบโดย CRUSH ที่แปลว่าแอบชอบ ผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !