ช่วงนี้หลายคนอาจสังเกตว่าคนรอบตัวเริ่มไอ เจ็บคอ มีไข้กันถี่ขึ้นกว่าปกติ ดูเหมือนจะมีสัญญาณว่าผู้ป่วย covid-19 เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในช่วงนี้ หลายบ้านเลยเริ่มสงสัยว่าอาการที่เป็นอยู่คือโควิด-19 ไข้หวัดธรรมดา หรือภูมิแพ้กันแน่ แล้วควรตรวจ ATK ตอนไหนถึงได้ผลแม่นยำจริง ไม่ใช่รีบตรวจจนขึ้นลบทั้งที่ติดเชื้ออยู่ บทความนี้รวมจุดที่ต้องรู้ไว้ เพื่อรับมือได้ทันทีเมื่อเจอสถานการณ์นี้กับตัวเองหรือคนในบ้าน อาการที่พบบ่อยตอนนี้ อาการของโควิด-19 ช่วงที่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลแบบนี้ มักไม่โดดเด่นแบบข่าวช่วงแรกๆ แต่ออกแนวคล้ายไข้หวัดทั่วไปมากขึ้น ทำให้หลายคนมองข้ามว่าเป็นแค่หวัดธรรมดา อาการที่พบบ่อยคือ มีไข้ต่ำถึงไข้สูง ไอแห้ง เจ็บคอ อ่อนเพลียง่าย ปวดเมื่อยตามตัว และคัดจมูกมีน้ำมูก บางคนไม่มีไข้เลยแต่มีแค่อาการทางเดินหายใจส่วนบน จุดที่ต้องระวังคืออาการเหล่านี้ทับซ้อนกับโรคทางเดินหายใจอื่นได้ทั้งหมด จึงฟันธงจากอาการอย่างเดียวไม่ได้ว่าใช่โควิด-19 ต้องอาศัยการสังเกตเทียบและตรวจยืนยันประกอบกัน แยกโควิดจากไข้หวัด-ภูมิแพ้ยังไง ระยะเวลาที่อาการอยู่ หวัดธรรมดามักดีขึ้นใน 3-4 วัน แต่โควิด-19 มักมีอาการต่อเนื่องนานกว่า บางคนไอเรื้อรังเป็นสัปดาห์ วิธีเช็กคือจดวันที่เริ่มมีอาการไว้ แล้วดูว่าผ่านไป 4-5 วันยังไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงไหม ทิป: ถ้าลากยาวเกิน 4 วันไม่ดีขึ้น ควรตรวจ ATK ซ้ำแม้เคยตรวจลบมาก่อน ไข้และปวดเมื่อย ภูมิแพ้แทบไม่ทำให้มีไข้หรือปวดเมื่อยตัว ถ้ามีไข้ร่วมกับปวดเมื่อยชัดเจน ตัดภูมิแพ้ออกได้เกือบหมด ทิป: วัดไข้เก็บตัวเลขไว้เช้า-เย็น จะเห็นแนวโน้มชัดกว่าเดาจากความรู้สึก คันจมูก คันตา จามเป็นชุด เป็นอาการเฉพาะของภูมิแพ้ที่โควิดและหวัดแทบไม่ทำให้เกิด ถ้าจามชุดใหญ่ร่วมกับคันตาแต่ไม่มีไข้ไม่เจ็บคอ เข้าทางภูมิแพ้มากกว่า ทิป: สังเกตว่าหนักขึ้นในที่ฝุ่นเยอะหรือไม่ ถ้าใช่ยิ่งเข้าทางภูมิแพ้ การรับรสรับกลิ่นเปลี่ยนไป เชื่อมโยงกับโควิด-19 ได้ชัดกว่าหวัดหรือภูมิแพ้ ลองดมของกลิ่นชัดอย่างกาแฟ ถ้าจางลงทั้งที่จมูกไม่ตัน ให้สงสัยไว้ก่อน ทิป: อาการนี้มาช้ากว่าไข้ได้ 1-2 วัน อย่าเพิ่งตัดโควิด-19 ทิ้งถ้ายังไม่มีในวันแรก จุดสังเกตเหล่านี้ช่วยกะเก็งได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ยังฟันธงจากอาการอย่างเดียวไม่ได้ ต้องตรวจ ATK ยืนยันอีกชั้น ตรวจ ATK ตอนไหนถึงแม่น + ตรวจยังไงไม่ให้พลาด อย่าตรวจเร็วเกินไป วันแรกที่เพิ่งมีอาการ เชื้ออาจยังน้อยเกินกว่าชุดตรวจ ATK จะจับสัญญาณได้ ทำให้ผลขึ้นลบทั้งที่ติดเชื้อจริง วิธีที่ถูกคือรอให้มีอาการอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนตรวจครั้งแรก ทิป: ถ้าผลลบแต่อาการยังอยู่ ให้ตรวจซ้ำอีกครั้งห่างกัน 24-48 ชั่วโมง เก็บตัวอย่างให้ถูกวิธี แหย่ swab หมุนวนในโพรงจมูกทั้งสองข้างตามเวลาที่เอกสารกำกับชุดตรวจระบุ ไม่ใช่แตะผิวๆ เพราะเก็บไม่ถึงจุดจะทำให้ผลคลาดเคลื่อนง่าย ทิป: ล้างมือก่อนและหลังตรวจทุกครั้ง อ่านผลในกรอบเวลาที่กำหนด อ่านช้าเกินไปผลอาจเพี้ยนเป็นบวกลวง อ่านเร็วเกินไปเส้นอาจยังขึ้นไม่ครบ ทิป: ตั้งเวลาจับตามเอกสารระบุแล้วอ่านทันทีที่ครบเวลา ไม่ปล่อยค้างไว้นาน ลบไม่ได้แปลว่าปลอดภัย 100% โดยเฉพาะถ้าในบ้านมีกลุ่มเสี่ยง ควรระวังต่อเนื่อง ใส่หน้ากากและเว้นระยะห่างไปก่อนสักพัก แทนที่จะการันตีว่าไม่ติดแล้วใช้ชีวิตตามปกติทันที ดูแลตัวเองที่บ้านเมื่อผลเป็นบวก พักผ่อนเต็มที่และดื่มน้ำเยอะๆ ร่างกายต้องการพลังงานไปสู้กับเชื้อ ฝืนทำงานหรือนอนไม่พอจะฟื้นตัวช้าลง ทิป: ดื่มน้ำสม่ำเสมอตลอดวันแทนดื่มทีละมากๆ ครั้งเดียว แยกพื้นที่จากคนในบ้าน โดยเฉพาะถ้ามีกลุ่ม 608 อยู่ด้วย เช่น ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คนมีโรคเรื้อรัง หรือหญิงตั้งครรภ์ ให้แยกห้องนอนแยกของใช้เท่าที่ทำได้ และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ทิป: ถ้าแยกห้องไม่ได้ ให้เว้นระยะและใส่หน้ากากทั้งสองฝ่าย ล้างมือบ่อยๆ และใส่หน้ากากเมื่อใกล้คนอื่น ลดโอกาสแพร่เชื้อผ่านมือและละอองฝอยจากการไอจาม ทิป: เปลี่ยนหน้ากากทันทีเมื่อชื้นหรือใช้นานเกินควร บรรเทาไข้-เจ็บคอด้วยยาลดไข้ทั่วไปตามฉลาก หากไข้สูงหรือเจ็บคอมาก ใช้ตามคำแนะนำบนฉลากหรือเภสัชกร ไม่ใช้เกินขนาดที่ระบุ ทิป: จิบน้ำอุ่นหรือน้ำผึ้งมะนาวช่วยบรรเทาเจ็บคอเสริมได้ สังเกตอาการต่อเนื่องทุกวัน จดไข้และอาการหลักไว้ เพื่อดูว่าดีขึ้นหรือแย่ลง จะได้ตัดสินใจทันว่าเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ อาการแบบไหนต้องไปพบแพทย์ (เน้นกลุ่ม 608) สัญญาณที่ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ปล่อยดูอาการเองต่อ ได้แก่ หายใจลำบากหรือหายใจถี่ผิดปกติ แน่นหน้าอก ไข้สูงต่อเนื่องไม่ลดแม้กินยาลดไข้แล้ว ซึมลงผิดปกติหรือปลุกไม่ค่อยตื่น ริมฝีปากหรือปลายนิ้วมีสีคล้ำผิดปกติซึ่งอาจบ่งชี้ออกซิเจนในเลือดต่ำ และอาการแย่ลงเร็วผิดสังเกตในเวลาสั้นๆ กลุ่ม 608 คือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ ควรไปพบแพทย์เร็วกว่าคนทั่วไป แม้อาการยังดูไม่รุนแรงมาก เพราะกลุ่มนี้เสี่ยงอาการทรุดเร็วกว่ากลุ่มอื่น ไม่ต้องรอให้ครบทุกสัญญาณอันตรายก่อนพาไปโรงพยาบาล แค่ผลตรวจเป็นบวกร่วมกับมีไข้สูงในกลุ่มนี้ก็ควรปรึกษาแพทย์เร็วขึ้นได้เลย สรุป ผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลแบบนี้เป็นเรื่องที่รับมือได้ ถ้ารู้จักสังเกตอาการ แยกให้ออกว่าใกล้เคียงหวัดหรือภูมิแพ้แค่ไหน และตรวจ ATK ให้ถูกจังหวะไม่รีบเกินไป ลองแชร์บทความนี้ให้คนในบ้านอ่านไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะบ้านที่มีกลุ่ม 608 อยู่ด้วย จะได้รับมือกันได้ทันทีถ้าเริ่มมีอาการ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลตัวเองเบื้องต้น หากอาการรุนแรงขึ้นหรือไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อความปลอดภัย รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. แท็ก: #โควิด-19 #ตรวจ-ATK #อาการโควิด #ไข้หวัด #ภูมิแพ้ #กลุ่ม-608 #สุขภาพ #ดูแลตัวเอง เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !