สวัสดีเพื่อน ๆ ชาว TrueID In-Trend ทุกคนค่ะ.....คิดว่าหลาย ๆ คนน่าจะมีปัญหาเหมือนกับเราคือการที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์บ่อย ๆ นั่งตรวจเอกสารบนโต๊ะทำงานหรือนั่งเล่นคอมทั้งวันทำให้เราเกิดอาการออฟฟิศซินโดรมหรือปวดเมื่อยตามคอและหลัง หลาย ๆ คนคงคิดว่าการที่เข้าร้านนวดแผนโบราณ เขาจะนวดกันหนักไหม ? เจ็บหรือเปล่า ? ต้องเป็นคนแก่ที่ปวดตัวปวดข้อปวดตัวบ่อย ๆ ถึงจะสมควรเข้าไปในร้านนวดแผนโบราณเท่านั้น วันนี้เราเลยอยากจะมาเปลี่ยนมุมมองของทุกคนใหม่ ให้เห็นว่าไม่ได้มีแค่คนแก่เท่านั้นที่จะต้องเข้าร้านนวด วัยรุ่นอย่างเรา ๆ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการที่ร้านนวดได้เหมือนกันและที่สำคัญร้านบ้านหมอนวดแผนโบราณร้านนี้ไม่ได้เป็นร้านนวดธรรมดา แต่เป็นร้านที่เปิดให้บริการโดยคนตาบอด เราจะได้รับประสบการณ์อะไรจากการไปนวดแผนโบราณครั้งนี้ ไปชมกันเลยค่ะ.....จะเดินทางไปยังไงดีนะ ?ร้านนี้ตั้งอยู่ตรง BTS สำโรง ท่านใดที่เดินทางมาโดยรถไฟฟ้า สามารถลงบันไดทางออกฝั่งเดียวกับสถานีตำรวจได้เลยค่ะ โดยร้านจะตั้งอยู่หน้าซอยนครทอง 2เมื่อมาถึงหน้าร้าน ก็จะพบกับประตูที่มีข้อมูลต่าง ๆ บอกเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นราคา นวดตัวเพียงชั่วโมงละ 150 บาท นวดฝ่าเท้าชั่วโมงละ 150 บาท โดยร้านจะเปิดตั้งแต่ 09:00 น. ถึง 21:00 น. อีกทั้งยังมีเบอร์ติดต่อของทางร้าน สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 091-3044-330เมื่อเดินเข้าไปในร้านก็จะพบกับชั้นวางรองเท้า ที่ให้เราวางรองเท้าของเราเพื่อความเป็นระเบียบ และชั้นวางผ้าสีสันต่าง ๆ ซึ่งตอนแรกเราก็สงสัยว่ามันคือผ้าอะไร เรายืนมองอยู่สักพักก็มีพี่พนักงานมาต้อนรับและถามว่าเราต้องการรับบริการนวดฝ่าเท้าหรือนวดตัว จากนั้นพี่เขาก็จะหยิบปึกผ้ามาให้เรา 1 ปึก ขอบอกก่อนนะคะว่าพี่คนนี้ไม่ได้ตาบอดเพราะต้องคอยจัดแจงเรื่องต่าง ๆ ภายในร้าน และคอยเก็บเงินค่าบริการปึกผ้าที่เราได้คือชุดที่เราต้องสวมใส่ตอนนวด โดยมีเสื้อและกางเกงขาก๊วยเป็นเนื้อผ้าบาง ๆ ที่ใส่แล้วสบายตัวเหมาะแก่การสวมใส่ตอนนวดในส่วนของห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านั้นก็สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยดี มีชั้นล็อกเกอร์สำหรับวางเสื้อผ้าและสัมภาระต่าง ๆ โดยห้องเปลี่ยนชุดจะติดกับห้องน้ำซึ่งห้องน้ำที่นี่ก็สะอาดใช้ได้เลยค่ะบรรยากาศของร้านก็จะเงียบและสงบมาก มีเตียงนวดขนาดกำลังพอดีวางห่างกันไม่มาก ไฟในร้านจะเปิดเป็นไฟสลัวเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายและเป็นมิตรกับสายตาของเรา ในห้องนวดจะเปิดแอร์ค่อนข้างเย็นถ้าเราหนาวสามารถขอผ้าห่มจากคุณป้าที่ให้บริการเราได้เลยส่วนตัวเราไม่ได้มีปัญหาปวดตามข้อเรื้อรังหรือปัญหาเกี่ยวกับกระดูก แล้วเราก็ไม่ใช่คนที่เข้าร้านนวดแผนโบราณบ่อย ๆ การเข้าร้านนวดครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในชีวิตของเรา เราเลยบอกกับคุณป้าไปว่ามานวดผ่อนคลายเพราะว่านั่งทำงานหน้าคอมนานไปหน่อย แล้วยังบอกคุณป้าอีกว่าไม่ต้องนวดแรงมากเพราะเรากลัวเจ็บ คุณป้าก็โอเคเริ่มนวดตั้งแต่ฝ่าเท้า นวดขา นวดตัว นวดแขนมาเรื่อย ๆ โดยคุณป้าจะคอยถามเราตลอดเลยว่าเจ็บหรือเปล่าป้านวดแรงไปไหม คุณป้าอัธยาศัยดีน่ารักมากคอยชวนเราคุยตลอด ฝีมือการนวดของคุณป้าก็ไม่แพ้คนที่มีสายตาดี ๆ เลย แต่กลับนวดดีกว่าซะอย่างงั้น ด้วยความที่คุณป้ามองไม่เห็นทำให้ประสาทสัมผัสทางด้านการได้ยิน และการจับจุดจับตามเส้นประสาทต่าง ๆ ในร่างกายคุณป้าสามารถทำได้ดีมากกว่าคนปกติ ประสบการณ์การมาร้านนวดแผนไทยครั้งนี้ถือว่าค่อนข้างพอใจ ด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นการให้บริการของคุณป้าอัธยาศัยของพี่ที่เป็นพนักงานต้อนรับ บรรยากาศภายในร้านและความสะอาด ถือว่าโอเคมาก ๆ เลยสำหรับเรา นอกจากจะสบายตัวแล้วเนี่ยเรายังรู้สึกสบายใจที่ได้อุดหนุนและส่งเสริมคนพิการทางสายตาให้ได้มีอาชีพอีกด้วยขอแนะนำเลยว่าใครที่จะมานวดตามคำแนะนำของเราควรจะโทรนัดจองคิวกับทางร้าน เราสามารถระบุเวลาและเลือกได้ด้วยว่าต้องการหมอนวดผู้หญิงหรือผู้ชาย ที่พนักงานบอกกับเราว่าถ้าเป็นช่วงวันเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะมากควรจะโทรจองก่อนเพื่อที่เวลาเราไปที่ร้านแล้วเนี่ยจะได้ไม่เสียเที่ยวกันนะคะเมื่ออ่านการรีวิวของเราจบแล้วเนี่ยคงจะทำให้ทุกคนได้รับรู้กันแล้วนะคะว่าไม่ได้มีแต่คนแก่เท่านั้นที่สามารถเข้าใช้บริการร้านนวดแผนไทยได้ และคนที่พิการทางสายตาก็มีความสามารถมากกว่าที่เราคิด บางครั้งอาจจะมีความสามารถมากกว่าคนปกติอย่างเรา ๆ อีกด้วยนะคะ เครดิตภาพ: ภาพจากเจ้าของบทความเองทั้งหมดครับ NicPp