ระหว่างความงามที่เกิดจากการปรุงแต่ง หรือการประดิษฐ์ของบุคคล กับความงามที่เกิดจากภายในตัวบุคคล โดยการแสดงออกซึ่งกริยาต่าง ๆ คุณผู้อ่านคิดว่า ความงามแบบไหนมีคุณค่ามากกว่ากัน วันนี้นางสาวปลาตีนมีบทความดี ๆ เกี่ยวกับทัศนคติของความงาม มาให้ทุกท่านได้อ่านกันค่ะ การเสริมความงามของผู้หญิง มีมาตั้งแต่ยุคโบราณ ในสมัยอดีต ไม่มีคลีนิกเสริมความงาม หรือศัลยแพทย์ชื่อดังให้เราได้เลือกว่าจะทำจมูกทรงไหน ฉีดโบท็อก ให้หน้าเด้งเหมือนเด็กมัธยม หรือทานคอลลาเจนเสริมบำรุงผิวพรรณ ไม่ให้ผิวหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควร คนโบราณจึงหาสารพัดวิธีการ เพื่อทำให้ตัวเองมีใบหน้าผ่องใส และมีกลิ่นหอมเย้ายวน เพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามให้สนใจ โดยนำเอาสมุนไพรใกล้ตัว มาเป็นเครื่องประทินโฉม เช่น การใช้ขมิ้นชันในการขัด พอก ผิวกาย เพื่อให้ผิวขาวนวลผ่อง มีราศรี เหมือนลูกผู้ลากมากดี การนำใบส้มป่อย มาต้มอาบน้ำ เพื่อให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส อีกทั้งยังรักษาอาการผื่นคันได้ การนำลูกมะกรูดมาสระผม เพื่อชะลอการเกิดหงอก รวมถึงรักษาอาการคันหนังศรีษะ การใช้ดินสอพองพอกหน้า ไม่ให้หน้ามัน ไร้สิว ทำให้ผิวหน้าขาวผ่องใสขึ้น การใช้น้ำมันมะพร้าวทาบำรุงเท้า ป้องกันเท้าแตก หรือเท้าหยาบตลอดจนการใช้น้ำอบไทย ทาปรุงแต่งกลิ่นกาย เพื่อความหอมสดชื่น รวมถึงสิ่งที่เป็นภูมิปัญญา สืบมาจนถึงลูกหลาน คือการนำเอาสีผึ้งมาทาบำรุงปาก เพื่อความชุ่มชื้นของเรียวปาก เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่าความงามที่กล่าวดังข้างต้น ล้วนเป็นความงามจากภายนอก เกิดจากการเสริมปรุงแต่ง ย่อมไม่เที่ยงแท้ นี่เรากำลังหลงลืมอะไรกันรึเปล่า เสน่ห์ที่แท้จริงของผู้หญิง ขึ้นอยู่กับการเสริมสวย หรือความสดใสร่าเริง กริยามารยาทที่น่ารัก ซึ่งคือความงามที่เกิดจากภายใน เรามาดูกันนะคะ ว่ามากกว่าความงามจากภายนอก....คือคุณค่าที่มีอยู่ภายในเป็นอย่างไร 1. การมีรอยยิ้มที่จริงใจ คนที่ยิ้มทั้งปาก และตา มักเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก ๆ เพราะเธอ หรือเขา เหล่านั้น เป็นคนที่มีความจริงใจ ใคร ๆ ก็อยากคบค้าสมาคมด้วย ไม่จำเป็นต้องทาลิปสติกสีสันดึงดูดเพศตรงข้าม เพียงแค่ส่งรอยยิ้มที่จริงใจให้แก่คนรอบข้าง ถือเป็นการสร้างสเน่ห์ให้แก่ตัวเอง 2. การหัวเราะแบบไม่ประดิษฐ์ คือการหัวเราะหลากหลายรูปแบบ ตามลักษณะของบุคคล บางคนหัวเราะจนเห็นฟันครบ 32 ซี่ บางคนหัวเราะเสียงดัง หรือบางคนหัวเราะโดยการเอามือกุมป้องปาก ซึ่งไม่ได้เกิดจากการแสร้งทำ บ่งบอกว่าเป็นคนอารมณ์ดี อยู่ใกล้แล้วไม่เครียด 3. การมีสัมมาคารวะ คนที่มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ หรือรู้จักการให้เกียรติผู้อื่น บ่งบอกถึงการมีทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ดี ไม่ใช่คนก้าวร้าว หรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ใคร คนลักษณะนี้ จะดึงดูดให้ผู้อื่นเข้ามาคบหาด้วย 4. รู้จักการออกกำลังกาย คนที่ชอบการออกกำลังกาย บ่งบอกถึงการรู้จักดูแลตัวเอง ใส่ใจต่อสุขภาพของตัวเอง ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่ดี เพราะเมื่อออกกำลังกายแล้วร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ผิวพรรณจึงผ่องใส 5. การรู้จักเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน การเป็นมือบน ย่อมดีกว่ามือล่าง นั่นคือเป็นผู้ให้ ย่อมดีกว่าผู้รับ เพราะนอกจากเราจะสุขใจที่รู้จักแบ่งปันแล้ว ยังมีข้อดีคือ ทำให้เราเป็นคนไม่ยิดติด รู้จักปล่อยวาง ไม่รู้สึกกังวลและคิดมาก ส่งผลให้มีสุขภาพกายและใจที่ดี จะเห็นได้ว่าผู้ที่มีความงดงามจากภายใน อาจจะเสริมปรุงแต่งผิวพรรณบ้าง แต่ไม่จัดจ้านจนเกินไป ตามกาลเทศะ เพื่อเป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดี ย่อมเป็นความงามที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงิน และเสริมให้เป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดคนทุกเพศ ทุกวัยเลยค่ะ เรื่องและภาพโดย....นางสาวปลาตีน