สวัสดีทุกท่านครับ ถ้าคุณเป็นแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์มือใหม่ หรือกำลังจะส่งของขวัญให้เพื่อนที่อยู่ไกลๆ สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงไม่ใช่แค่ "ส่งเจ้าไหนดี" แต่คือ "แพ็คยังไงให้ของไม่พัง" ครับ เพราะสภาพพัสดุที่ไปถึงมือผู้รับ คือ ตัวตัดสินความประทับใจแรกต่อการสั่งซื้อสินค้าในครั้งต่อไปได้เลย วันนี้ผมสรุป 3 อุปกรณ์แพ็คกิ้งที่ "ต้องมี" มาให้แล้ว พร้อมเทคนิคการเลือกที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้ในตัวครับ 1. พลาสติกกันกระแทกหรือบับเบิ้ล (Air Bubble) - เกราะป้องกันทุกแรงสั่นสะเทือน ต่อให้สินค้าคุณจะแข็งแรงแค่ไหน แต่ในกระบวนการขนส่ง "อะไรก็เกิดขึ้นได้" ครับ บับเบิ้ลจึงเป็นสิ่งที่ห้ามงกเด็ดขาด ทำไมต้องมี : หน้าที่ของมันคือสร้าง "ช่องว่างอากาศ" เพื่อซับแรงกระแทกเวลาพัสดุตกหรือถูกทับ ยิ่งถ้าเป็นของแตกหักง่ายอย่างเครื่องแก้ว หรือของที่มีมุมคมอย่างหนังสือ การห่อบับเบิ้ล คือ การซื้อความสบายใจครับ ภาพตัวอย่างห้ามงกบับเบิ้ลเด็ดขาด แล้วทำไมมือโปรเขาจะดูที่ "ความหนา" และ "ความแน่นของลม" ผมแนะนำแบบ 2 เลเยอร์ที่เม็ดลมไม่แตกง่ายเวลาบีบ ถ้าส่งของเล็กๆ ให้เลือกแบบแผ่นเล็กจะใช้ง่ายกว่า แต่ถ้าส่งเยอะ ซื้อแบบม้วนใหญ่มาตัดเองจะประหยัดกว่ามากครับ ราคาโดยประมาณ แบบม้วนเล็ก (กว้าง 32 ซม. ยาว 5 เมตร): 30 - 70 บาท ยกม้วนใหญ่ (กว้าง 70 ซม. ยาว 100 เมตร): 150 - 300 บาท 2. เทปกาว OPP คุณภาพสูง - ปิดผนึกความปลอดภัย หลายคนอาจมองข้ามแล้วไปใช้เทปราคาถูกตามร้านทุกอย่าง 20 บาท แต่เชื่อไหมครับว่า "เทปหลุดกลางทาง" คือ สาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ของหาย ทำไมต้องมี : เทปกาวที่ดีต้อง "เหนียว" และ "หนา" พอที่จะยึดโครงสร้างกล่องไว้ได้ โดยเฉพาะเวลาที่กล่องต้องรับน้ำหนักเยอะๆ หรือโดนความชื้นระหว่างขนส่ง เทปเกรดพรีเมียมจะช่วยให้กล่องไม่แตกออกจากกันครับ เราควรเลือกความหนาที่เท่าไร แนะนำที่ 45 ไมครอนขึ้นไป วิธีเช็คง่ายๆ คือเวลาดึงต้องไม่ขาดพรวดพราด และมีแรงดึงกลับดี ถ้าใครแพ็คของดึกๆ แนะนำรุ่น "Silent Tape" ที่เสียงเบา(แพงด้วย) ไม่รบกวนคนข้างบ้านด้วยนะ ราคาโดยประมาณ รายม้วน : 25 - 35 บาท ยกแพ็ค (6 ม้วน) : 110 - 220 บาท 3. กล่องพัสดุ หรือ ซองไปรษณีย์ - หน้าตาและโครงสร้างหลัก ไอเทมสุดท้ายที่เป็นหัวใจสำคัญ คือ บรรจุภัณฑ์ ครับ การเลือก "กล่อง" หรือ "ซอง" ให้เหมาะกับสินค้า จะช่วยทั้งเรื่องความปลอดภัยและประหยัดค่าส่ง ทำไมต้องมี : เริ่มที่กล่องพัสดุ เหมาะกับของที่แตกง่าย มีน้ำหนัก หรือต้องการการป้องกันสูงสุด กล่องที่ดียิ่ง "หนา" ยิ่งรับแรงทับได้ดี ส่วนซองไปรษณีย์ (พลาสติก) เหมาะกับของที่ไม่แตกหัก เช่น เสื้อผ้า ผ้าห่ม หรือของนุ่มๆ ข้อดีคือ "เบา" ช่วยประหยัดค่าส่งตามน้ำหนักได้ดีมากครับ เราควรเลือกไซส์เท่าไร แนะนำให้ "พอดี" กับของที่สุดครับ อย่าใช้กล่องใหญ่เกินไป(ยกเว้นจำเป็นเท่านั้น) เพราะต้องเปลืองบับเบิ้ลยัดช่องว่าง และอาจทำให้ค่าส่งแพงขึ้นโดยใช่เหตุ สำหรับซองพลาสติก ควรเลือกแบบที่มีกาวในตัวที่เหนียวชนิดที่ว่า "แกะแล้วต้องฉีกทิ้ง" เพื่อป้องกันการแอบเปิดครับ ราคาโดยประมาณ กล่องพัสดุ (เบอร์ 00 ถึง C) : 2 - 10 บาทต่อใบ (ซื้อเยอะยิ่งถูก) ซองพลาสติกกันน้ำ : แพ็ค 50 ใบ ราคาประมาณ 40 - 120 บาท (ตกใบละไม่กี่บาท) เทคนิคสุดท้าย การลงทุนกับอุปกรณ์ดีๆ อาจจะดูเหมือนเพิ่มต้นทุนนิดหน่อยในตอนแรก แต่ถ้าแลกกับการที่ไม่ต้องเคลมของพัง หรือไม่ต้องโดนลูกค้าคอมเพลน ผมบอกเลยว่า "โคตรคุ้ม" ครับ! จากประสบการณ์หลายปีของผม การโดนเคลมของหรือคอมเพลนไม่กี่ครั้ง ก็สามารถทำให้เราเกือบพังหรือพังเลยได้เหมือนกัน แล้วส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ตัวตัดเทป, ใบแปะหน้าชื่อผู้ส่งผู้รับ และเครื่องพิมพ์ใบแปะหน้า พวกนี้จัดอุปกรณ์รองลงมาและไม่ได้จัดเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ เพราะบางอย่างสามารถใช้อุปกรณ์อื่นๆ ทดแทนได้ เช่น ตัวตัดเทปใช้เป็นกรรไกรก็ได้ แม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ที่ต้องสต๊อกสินค้า แต่ไม่อยากไว้บ้าน นี้เลยบริการเช่าห้องเก็บของ MeSpace ที่ไม่ว่าคุณจะมีสินค้าเยอะแค่ไหนก็เก็บได้อย่างสะดวกสบาย เข้าใช้งานได้ตลอด 24 ชม. พร้อมระบบปรับอากาศและระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบครัน หายห่วงเรื่องสินค้าเสียหายหรือถูกโจรกรรม รับส่วนลดห้องเช่าเก็บของ คลิกเลย! สุดท้ายนี้หากใครที่รู้สึกชอบบทความนี้ช่วยกดแชร์หรือถ้าอยากจะติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราก็สามารถติดตามได้ที่ Facebook : WV review บทความ TrueID : WV เรียบเรียงโดย : WV เครดิตภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !