สวัสดีค่ะพบกับญาณาราอีกเช่นเคย ในบทความที่จะถ่ายทอดประสบการณ์การเป็นโรคซึมเศร้าและเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ที่กำลังเผชิญกับโรคซึมเศร้า กับบทความ “กาลครั้งหนึ่งในโลกซึมเศร้า” ในตอน จัดระเบียบชีวิต พิชิตซึมเศร้า ญาขอเกริ่นเกี่ยวกับอาการของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าคร่าว ๆ ก่อนค่ะว่า คนที่เป็นโรคซึมเศร้าจะค่อนข้างที่ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากพบใคร อย่างร้ายที่สุดของญาคือนอนอยู่ในห้องไม่ยอมรับประทานอาหารเลย 2 วัน ซึ่งตัวญาก็พยายามแยกแยะนะคะว่าอาการที่ตัวเองเป็นอยู่ เป็นอาการของคนขี้เกียจหรือเพราะโรค แต่พอเป็นบ่อยและถี่มากขึ้นก็คิดว่าไม่น่าจะใช่ความขี้เกียจแล้วล่ะ ดังนั้นญาจึงปรึกษาเรื่องนี้กับจิตแพทย์และเริ่มวางแผนการใช้ชีวิตใหม่โดยมีจิตแพทย์เป็นผู้ช่วยแนะนำ เพราะว่าพอเราไม่อยากทำอะไรหรือไปไหนเลย อยากนอนเฉย ๆ กระทบหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ การเรียน สังคม และอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันกระทบในแนวโน้มด้านลบทั้งหมด ดังนั้นวันนี้ญาจึงมาแบ่งปันประสบการณ์การใช้ชีวิตใน 1 วัน ในโลกสีเทาของญาค่ะ 1. ตื่นและนอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เพราะกว่าจะข่มตาให้หลับได้นั้น เรื่องราวต่าง ๆ ก็มักจะวนเวียนจนนอนไม่หลับ ดังนั้นยาที่แพทย์สั่งให้ส่วนใหญ่จึงมีฤทธิ์ช่วยให้นอนหลับ เมื่อเรามียานอนหลับในมือการควบคุมเวลานอนของเราก็ง่ายขึ้นค่ะ โดยยาจะออกฤทธิ์อยู่ประมาณ 5 – 7 ชั่วโมง แล้วแต่ชนิดและปริมาณของยา เมื่อเราทราบแล้วว่ายาออกฤทธิ์เวลาเท่าไหร่เราก็จัดเวลานอนของเรา ถ้าเป็นญาที่ต้องตื่นมาเรียน 08.00 น. ญาก็จะนอนไม่เกินสี่ทุ่ม ซึ่งจะส่งผลไปถึงการตื่นนอนของเรา ความสดชื่นในตอนตื่นไม่ต้องถามถึงเลยค่ะ ญาเชื่อว่าหลายคนคงไม่ตื่นมาสดใสแน่ ๆ เพราะยาจะทำให้ง่วงซึมตลอดเวลา ดังนั้นการนอนให้ได้มากที่สุดจะช่วยให้เราตื่นได้ง่ายขึ้นเท่านั้น พอพูดถึงเรื่องตื่นแล้ว ก็อยากจะให้เพื่อน ๆ ที่กำลังรักษาใช้ความพยายามทั้งหมดที่มีเป็นแรงฮึดให้ลุกขึ้นอย่านอนหรือนั่งบนเตียงนานนะคะ เป็นไปได้ให้ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวทันทีเลย 2. วางแผนชีวิตในแต่ละวัน การวางแผนในชีวิตว่าแต่ละวันจะทำอะไร อาจจะใช้สมุดหรือปฏิทินเป็นเครื่องมือช่วยเตือนความจำและเตือนเวลาในการทำกิจกรรมก็ช่วยเราได้นะคะ เพราะเราจะได้มีเป้าหมายที่จะต้องทำ ทำให้เรามีความมุ่งมั่นในการใช้ชีวิตและพิชิตโรคมากขึ้น เช่น หากญาไม่มีเรียนในวันนั้นเลย ญาจะเริ่มวางแผนก่อนว่าวันนี้จะอยู่ที่ห้องหรือออกไปข้างนอก หากอยู่ที่ห้องก็ต้องวางกิจกรรมให้ตัวเองทำ อย่างการแต่งนิยาย การอ่านหนังสือ และพยายามออกไปเดินเล่น ออกไปข้างนอกบ้าง อย่าอยู่ติดห้องและติดเตียง หรือถ้าออกไปข้างนอก ญาก็จะวางแผนว่าจะไปที่ไหน กับใคร และทำอะไรบ้าง ซึ่งกิจกรรมที่ญาจะออกไปข้างนอก คือกิจกรรมที่ช่วยให้เราขยับร่างกายและออกกำลังกาย หากเราทำได้ตามเป้าหมายในแต่ละวันก็ต้องมีการให้รางวัลตัวเอง หรือถ้าเป็นการหารายได้ ญาก็จะออกไปสอนเสริมภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ พูดคุยแลกเปลี่ยนกับชาวต่างชาติ เพื่อเปิดมุมมองตัวเองไม่ให้จมอยู่ในโลกสีเทา 3. การดูแลตัวเองควรทำเป็นประจำ หลายคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะปล่อยให้โรคกลืนกินตัวเองจนไม่ยอมดูแลร่างกาย เพราะความเหนื่อยอ่อนจากการต่อสู้กับจิตใจและความเหนื่อยอ่อนจากฤทธิ์ยา ดังนั้นอยากให้เพื่อน ๆ ฮึดอีกหน่อยค่ะ รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อให้ได้ รับประทานยาให้ตรงเวลา โดยข้อดีของการรับประทานยาให้ตรงเวลาจะทำให้อารมณ์ของเรามั่นคงมากยิ่งขึ้น และอีกเทคนิคหนึ่งที่ญาใช้ปราบตัวเองให้มีนิสัยไม่เกียจคร้านและดูแลตัวเองคือ การทาครีมเช้าและเย็น ญาไม่ชอบทาครีมบำรุงผิวค่ะ เพราะรู้สึกขี้เกียจ ดังนั้นจึงดัดนิสัยตัวเองด้วยการทาครีมบำรุงผิวทั้งเช้าและเย็น ขี้เกียจขนาดไหน เหนื่อยขนาดไหนก็ทำจนเป็นกิจวัตรให้ตัวเองรู้สึกว่าขาดไม่ได้ นอกจากวินัยในกิจวัตรทั่วไปแล้ว การออกกำลังกายก็ต้องทำให้เป็นเวลาเช่นกันค่ะ อย่างน้อยใน 1 สัปดาห์เราต้องหาเวลาออกกำลังกายให้ได้ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้เรารู้สึกปลอดโปร่ง หายใจสะดวก และร่างกายพร้อมสู้กับฤทธิ์ยามากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราตื่นได้ง่ายและไม่รู้สึกงัวเงียในตอนเช้าค่ะ กว่าจะมานั่งเขียนให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน ญาก็ใช้เวลาอยู่นานเลยค่ะกว่าจะจัดการชีวิตของตัวเองให้มีระเบียบ และทำให้อาการดีขึ้นได้ ญารู้ค่ะว่าเป็นเรื่องที่ยากมากในการพิชิตโรคซึมเศร้า แต่อยากให้เพื่อน ๆ รู้เอาไว้นะคะว่าเมื่อไหร่ที่เราผ่านมันมาได้ เราจะกลายเป็นคนที่เข้มแข็งและเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตมากขึ้น ญาขอเป็นกำลังใจให้นะคะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ เนื้อหา/ภาพ : ญาณารา