ทฤษฎีมาร์ชแมลโลว์ เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1972 เมื่อนักวิทยาศาสตร์จับเด็กกลุ่มๆหนึ่งมาทดลองโดยแบ่งขนมมาร์ชแมลโลว์ให้เด็กๆเพื่อทดลองดูว่าเด็กๆจะทานทันทีหรือเก็บไว้ภายหลังซึ่งในภายหลังนั้นสัมพันธ์กับการศึกษาเชิงเศรษฐศาสตร์และการลงทุน วันนี้ผู้เขียนจะมาเขียนเรื่อง MBTI 16 บุคลิกภาพ กับ ทฤษฎีมาร์ชแมลโลว์ ISTP, ENTP, ENFP -- กินขนมครึ่งหนึ่งตอนนั้นทันที แล้วเก็บไว้อีกครึ่งหนึ่งเผื่อไว้ทานวันหลัง เพราะว่า ISTP เป็นบุคลิกของผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ เพราะ ENTP คือบุคลิกของนักโต้วาที และเพราะ ENFP คือบุคลิกของนักรณรงค์ พวกเขาอาจจะสนใจความสุขที่เกิดขึ้นชั่วขณะตรงหน้าและเริ่มวางแผนถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นเพราะเริ่มมองโลกตามความเป็นจริงได้ จึงทำให้พวกเขาต้องสำรองอีกครึ่งหนึ่งเพื่อเผื่อไว้ในยามสถานการณ์ฉุกเฉิน INTJ, ENTJ, ESTJ -- เลือกที่จะเก็บไว้และไม่กินเลยสักอัน เพราะ INTJ คือบุคลิกของนักออกแบบ เพราะ ENTJ คือบุคลิกของผู้บัญชาการ และเพราะ ESTJ คือบุคลิกของผู้บริหาร พวกเขามองโลกตามความเป็นจริง มองการณ์ไกล ให้ความสำคัญกับอนาคต มีเป้าหมายอยู่ภายในใจเสมอ และต้องการอย่างมากที่จะประสบความสำเร็จ ดังนั้น พวเขาจึงเลือกที่จะไม่ทานเลยสักชิ้นเดียว ISFJ, ENFJ, ESFJ -- แบ่งไว้กินกับเพื่อนๆ เพราะ ISFJ คือบุคลิกของผู้ตั้งรับ เพราะ ENFJ คือบุคลิกของตัวเอก และเพราะ ESFJ คือบุคลิกของผู้มอบคำปรึกษา พวกเขามีน้ำใจ ใจดี อ่อนโยน อบอุ่น ชอบช่วยเหลือคนอื่น เห็นอกเห็นใจสูง และให้ความสำคัญกับความรู้สึกของเพื่อนๆรอบๆตัว จึงทำให้พวกเขาเลือกที่จะประนีประนอมและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ INTP, INFJ, ISTJ -- มองหาวัตถุดิบและส่วนผสมของขนม เพราะว่า INTP เป็นบุคลิกของนักตรรกะ เพราะ INFJ คือบุคลิกของผู้แนะนำและเพราะ ISTJ คือบุคลิกของนักคำนวณ พวกเขาเป็นคนที่มองโลกความเป็นจริง ละเอียดอ่อน รอบคอบ คิดมาก และชอบคำนวณ รวมถึงช่างวิเคราะห์และเก็บรายละเอียดสิ่งรอบๆตัวได้ดี จึงทำให้พวกเขามองหาส่วนผสมวัตถุดิบและเช็กวันหมดอายุของขนมอยู่เสมอ ISFP, ESFP, INFP, ESTP -- กินทั้งหมดทีเดียว เพราะว่า ISFP เป็นบุคลิกของนักผจญภัย เพราะ ESFP คือบุคลิกของผู้มอบความบันเทิง เพราะ INFP คือบุคลิกของนักไกล่เกลี่ย และเพราะ ESTP คือบุคลิกของผู้ประกอบการ พวกเขามองโลกในอุดมการณ์ ค่อนข้างเพ้อฝัน แต่ก็มองโลกในความเป็นจริง และไม่ค่อยมีความคิดหน้าคิดหลัง ถ้าพวกเขาต้องการ พวกเขาจะลงมือทำทันทีและไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากกับผลลัพธ์ที่ตามมา แค่ไหนลื่นไปตามสถานการณ์เรื่อยๆผู้เขียนเป็น INFP นะ ผู้เขียนเป็นคนที่เรื่องมากและช่างเลือกในเรื่องการกินค่ะ ถ้าเป็นขนมที่ได้รับมา และผู้เขียนชอบ ผู้เขียนจะทานในเวลานั้นทันทีทั้งหมดคนเดียวเลยแต่ถ้าผู้เขียนไม่ชอบรสชาติ ผู้เขียนจะไม่แตะต้องมันเลย ซึ่งจากการมีเพื่อนๆ Ti/Te รอบๆตัวหลายคนก็ทำให้เราต้องมองวัตถุดิบ ส่วนผสมขนม วันหมดอายุ และวางแผนเหลือไว้ครึ่งหนึ่งเก็บไว้ทานในอนาคตบ้าง ส่วนมากที่สังเกตเพื่อนๆที่ใช้ฟังก์ชัน Te หรือ Se เด่นๆในการรับข้อมูลมักเลือกที่จะเก็บขนมไว้ทานทีหลังหรือเลือกที่จะไม่ทานเลยในตอนแรกซึ่งในนิสัยการใช้เงินก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน เมื่อได้รับเงินเดือนมา เพื่อนๆที่ใช้ฟังก์ชัน Te และ Se เด่นๆ เลือกที่จะเก็บเงินไว้เผื่อสถานการณ์หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่คาดฝันในอนาคต ซึ่งแตกต่างจากคนที่ใช้ฟังก์ชัน Fi หรือ Ne ที่มักจะใช้ทันทีเลย หรือไม่ก็วางแผนไม่รอบคอบและรู้อีกทีเงินก็ไม่เหลือแล้วทำนองนั้น แหล่งอ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมที่ 16personalities.com บทความอื่นๆที่น่าสนใจ : MBTI 16 บุคลิกภาพ กับการแสดงออกความรักMBTI 16 บุคลิกภาพ กับการบอกความลับMBTI 16 บุคลิกภาพ รับมือกับปัญหายังไงMBTI 16 บุคลิกภาพ กับ รูปแบบการทำงานMBTI 16 บุคลิกภาพ กับ การระเบิดอารมณ์ ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพ หน้าปก / Canvaรูปภาพประกอบที่ 1 / 2 / 5 โดย RyanMcGuire / 3 / 4 โดย Pexels/ pixabay เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !