ความอิจฉาไม่ใช่เรื่องผิด มันเป็นอารมณ์มนุษย์ เป็นสัญญาณว่าหัวใจเรายังอยาก ยังหวัง ยังมองหาบางอย่างให้ชีวิต แต่ในช่วงหนึ่งของชีวิต ความอิจฉาอาจกลายเป็นสิ่งที่กัดกินเราเงียบ ๆ เราเลื่อนโซเชียลแล้วรู้สึกจุก เห็นคนอื่นประสบความสำเร็จแล้วใจหวิว เห็นเพื่อนมีชีวิตที่ดูดีกว่า แล้วเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง เราไม่ได้เกลียดเขา แต่เราก็ไม่ได้สบายใจ ความอิจฉาในช่วงนั้น ไม่ใช่เพราะเราอยากได้ของเขา แต่เพราะเรายังไม่มั่นคงพอกับสิ่งที่เรามี จนวันหนึ่ง เราเริ่มรู้สึกว่า เราเลิกเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัว เลิกเอาชีวิตคนอื่นมาเป็นไม้บรรทัดวัดคุณค่าตัวเอง เราเริ่มมองความสำเร็จของคนอื่น ด้วยความรู้สึกกลาง ๆ บางครั้งยินดี บางครั้งเฉย ๆ แต่ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่ต้องแข่ง นั่นไม่ใช่เพราะเราไม่อยากได้ชีวิตที่ดี แต่เพราะเราเริ่มเข้าใจว่า เส้นทางของเรา กับเส้นทางของเขา ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน การไม่อิจฉาใครอีก ไม่ได้แปลว่าเราหมดไฟ แต่แปลว่าเราเริ่มรู้ว่า ไฟของเรา ควรส่องไปที่ไหน เราเริ่มโฟกัสกับการเติบโตแบบเงียบ ๆ แบบที่ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องอวด ไม่ต้องพิสูจน์ เราเริ่มดีใจกับความก้าวหน้าเล็ก ๆ ของตัวเอง แม้มันจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าของใคร แต่เรารู้ว่า มันเกิดจากแรงของเราเอง การโต คือวันที่เราหยุดถามว่า “ทำไมเขาได้ แต่เราไม่ได้” แล้วเริ่มถามว่า “วันนี้เราอยากดูแลชีวิตตัวเองยังไงดี” เมื่อถึงจุดนั้น ความอิจฉาจะค่อย ๆ หายไป ไม่ใช่เพราะโลกสวยขึ้น แต่เพราะหัวใจเราแข็งแรงขึ้น มีช่วงหนึ่งที่ความอิจฉาไม่ได้มาในรูปของความเกลียด แต่มาในรูปของคำถามเงียบ ๆ ที่เราถามตัวเองทุกคืน “ทำไมเขาไปได้ไกลกว่าเรา” “เราพลาดอะไรไปหรือเปล่า” “หรือจริง ๆ แล้ว เราไม่เก่งพอ” คำถามเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายใคร แต่มันค่อย ๆ ทำร้ายเรา เพราะมันทำให้เรามองชีวิตตัวเองด้วยสายตาที่ไม่เคยพอใจ แต่เมื่อเราโตขึ้น เราจะเริ่มเข้าใจความจริงบางอย่างที่ไม่ค่อยมีใครบอก ว่า ชีวิตไม่ได้มีเส้นชัยเดียวกันทุกคน บางคนวิ่งเร็ว เพราะเขาเริ่มต้นก่อน บางคนดูสำเร็จ เพราะเขามีแรงสนับสนุนมากกว่า และบางคนดูนิ่ง ๆ เพราะเขาเลือกเก็บพลังไว้เดินทางไกล วันที่เราเลิกอิจฉา ไม่ใช่วันที่เรามีทุกอย่างเท่าคนอื่น แต่คือวันที่เราเลิกเอาความสำเร็จของเขา มาเป็นเครื่องตัดสินคุณค่าของตัวเอง เราจะเริ่มรู้สึกว่า การที่ใครสักคนได้ดี ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเรากำลังแย่ และการที่เรายังไปไม่ถึง ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่มีวันไปถึง เราจะเริ่มมองความสำเร็จของคนอื่น เหมือนมองวิวข้างทาง เห็นได้ ชื่นชมได้ แต่ไม่จำเป็นต้องหยุดรถเพื่อเปรียบเทียบ การโต คือการยอมรับว่า เราไม่จำเป็นต้องอยากได้ทุกอย่างที่คนอื่นมี และไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด ที่ชีวิตเราเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป เมื่อเราเลิกอิจฉา ใจเราจะเบาขึ้นอย่างประหลาด ไม่ต้องแข่ง ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องคอยพิสูจน์ว่าตัวเอง “ไม่แพ้ใคร” เราแค่ใช้ชีวิตในแบบที่พอดีกับเรา และนั่นคืออิสระที่แท้จริง ของคนที่โตขึ้นแล้วจริง ๆ ขอบคุณภาพประกอบจาก : pixabay ภาพปก โดย wal_172619 จาก pixabay ภาพที่ 1 โดย Averyanovphoto จาก pixabay ภาพที่ 2 โดย Shimabdinzade จาก pixabay ภาพที่ 3 โดย Sunriseforever จาก pixabay ภาพที่ 4 จาก pixabay