เสื้อลายดอก รูปของผู้เขียน เมื่อเอ่ยถึงเสื้อลายดอกที่มีสีพื้นจัดจ้าน ทั้งเขียว แดง ส้ม เหลือง ฯลฯ จึงทำให้พวกเรานึกถึงเทศกาลสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทย ซึ่งเป็นประเพณีมีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ โดยจะเริ่มจัดงานกันตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี เทศกาลสงกรานต์อยู่ในช่วงฤดูร้อนพอดี ซึ่งอาจจะเป็นกุศโลบายของคนเฒ่าคนแก่ก็ได้ที่จัดประเพณีนี้ขึ้นเพื่อที่จะให้ลูก ๆ หลานๆ พากันเข้าวัด ทำบุญพร้อมกับกราบไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่และเล่นน้ำเป็นการคลายร้อน สมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็ก เมื่อใกล้ถึงวันสงกรานต์ก็จะเห็นแม่และญาติ ๆ พากันเตรียมตัวทำอาหารคาวหวานเพื่อไปทำบุญแล้วยังให้ผู้เขียนเอาขันเงินมาขัด สำหรับเอาไว้สรงน้ำพระ โดยจะเหยาะน้ำอบ น้ำปรุงลงไปในขันน้ำฝนที่มีดอกกุหลาบและดอกดาวเรืองเด็ดเป็นกลีบลอยอยู่บนผิวน้ำ นอกจากนี้พวกเราก็จะเปิดตู้เอาเสื้อผ้าตัวใหม่ออกมาซักแล้วรีดให้สะอาด เพื่อเอาไว้สวมในวันสงกรานต์ อาจจะเป็นเสื้อยืดผ้าหนาหรือเสื้อผ้าฝ้ายก็ได้ โดยเสื้อผ้าใหม่สำหรับพวกเราจะใส่กันปีละไม่กี่ครั้ง หลังจากทำบุญ ฟังเทศน์เสร็จจะมีพิธีสรงน้ำพระแล้วต่อด้วยการรดน้ำดำหัวคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่ในหมู่บ้าน โดยจัดเก้าอี้ให้นั่งเรียงกันตรงบริเวณลานด้านหน้าศาลาวัด พวกเราก็จะอวยพรให้ผู้สูงอายุทั้งหลายอายุมั่นขวัญยืน อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ลูก ๆ หลาน ๆ และผู้สูงอายุก็อวยพรกลับคืนมา จากนั้นก็ตักน้ำในขันแล้วค่อย ๆ เทลงไปบนฝ่ามือของพวกท่าน ทำบุญ ภาพโดย jwasharapol จาก https://pixabay.com/th/photos/3655473/ ในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง นั่นคือการเล่นน้ำสงกรานต์ ทุกคนก็จะเอาน้ำในถังที่หิ้วมาจากบ้านหรือจะตักในโอ่งที่ทางวัดเตรียมเอาไว้ให้แล้วสาดใส่เพื่อน ๆ จนเนื้อตัวเปียกปอน สิ่งที่แถมมาจากการเล่นสงกรานต์ก็คือแป้งขาว ๆ ที่ใครต่อใครเอามาประบนใบหน้า ระหว่างที่พวกเราเล่นสงกรานต์กันอยู่นั้นก็จะมีการร้องเพลงและรำวงกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เมื่อผู้เขียนกลับถึงบ้านก็ช่วยแม่เตรียมวัตถุดิบเพื่อทำอาหารไปทำบุญที่วัดในวันรุ่งขึ้นอีก โดยจะเป็นอย่างนี้จนครบ 3 วันจึงเสร็จสิ้นวันสงกรานต์ ช่วงวันสงกานต์ชาวบ้านจะหยุดงาน ไม่เข้าไร่หรือทำสวน พวกเขาจะสนุกกันเต็มที่เพราะ 1 ปีมีแค่ครั้งเดียว นอกจากจะทำบุญกันแล้วยังเป็นการพบปะสังสรรค์ระหว่างญาติพี่น้องที่จะไปมาหาสู่กัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่นาน ๆ จะได้รวมญาติกันสักครั้ง เล่นสงกรานต์ ภาพโดย laydown จาก https://pixabay.com/th/photos/989526/ ตามที่ผู้เขียนเล่ามานั้นเป็นแค่เพียงภาพจำในอดีต ซึ่งต่างจากปัจจุบัน แม้จะมีการทำบุญและสรงน้ำพระตามประเพณี แต่การเล่นสงกรานต์จะเปลี่ยนไปเพราะใช้ปืนที่มีกระบอกน้ำใหญ่ ๆ ฉีดใส่ผู้คนจนบางคนได้รับบาดเจ็บเพราะถูกแรงอัดของน้ำ การสวมเสื้อก็เช่นกัน โดยจะนิยมสวมเสื้อลายดอกเล่นสงกรานต์ ก่อนจะถึงเทศกาลสงกรานต์เสื้อลายดอกจะขายดีเพราะลูกค้าซื้อไปสวมเองและซื้อฝากญาติพี่น้อง เสื้อลายดอก รูปของผู้เขียน เสื้อลายดอกจึงเป็นแฟชั่นในช่วงสงกรานต์และผู้คนส่วนใหญ่ก็สวมเสื้อลายดอกด้วยกันทั้งนั้น จนเสื้อลายดอกกลายเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว เสื้อลายดอกหรือบางคนเรียกว่าเสื้อสงกรานต์เป็นเสื้อที่แปลกมากจะสวมคู่กับอะไรก็เข้ากันได้ดี สำหรับผู้หญิงแล้วเราจับเสื้อลายดอกมามิกซ์ แอนด์ แมทช์กับกางเกงยีนส์ทั้งขาสั้นและขายาว กระโปรงสั้น กระโปรงยาว แม้แต่ผ้าถุงหรือนุ่งโจงกระเบนก็ไปด้วยกันได้ดี ส่วนผู้ชายก็สามารถสวมเสื้อลายดอกกับกางเกงแบบไหนก็ดูดีไปหมด เสื้อลายดอกกับโจงกระเบน รูปของผู้เขียน ทว่าปีนี้ (2563) โรคโควิด - 19 ระบาดหนักจึงเลื่อนเทศกาลสงกรานต์ออกไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งทำให้วันที่ 13-15 เมษายน ไม่มีการเล่นน้ำเหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่านมา เมื่อยุติการเล่นสงกรานต์ในวันดังกล่าว เสื้อลายดอกที่แม่ค้าแขวนเอาไว้บนราวต่างหงอยเหงาเพราะไม่มีลูกค้ามาซื้อ แม้ว่าจะลดราคาลงแล้วก็ตามแต่ก็ยังขายไม่ได้ เสื้อลายดอก รูปของผู้เขียน สวมหน้ากากอนามัย ภาพโดย geralt จาก https://pixabay.com/th/illustrations/coronavirus-ไวรัส-4817439/ นับว่าเป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้วที่เสื้อลายดอกยังแขวนอยู่บนราวเหมือนเดิม แม่ค้าได้แต่มองอย่างมีความหวังว่าจะขายเสื้อได้ เช่นเดียวกับผู้เขียนที่ได้แต่ภาวนาให้โรคโควิด - 19 ถูกขจัดให้หายไปโดยเร็ว ประชาชนในประเทศไทยจะได้อยู่กันอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยกับพกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวตลอดเวลาเหมือนทุกวันนี้ จรรยา เลิศพงษ์ไทย