14 ชาที่แม่ท้องกินได้ คนท้องกินชาได้มั้ย กินชาอะไรได้บ้าง ห้ามกินชาอะไรบ้าง

14 ชาที่แม่ท้องกินได้ คนท้องกินชาได้มั้ย กินชาอะไรได้บ้าง ห้ามกินชาอะไรบ้าง
ดิเอเชี่ยนพาเรนท์
28 เมษายน 2563 ( 10:00 )
23.3K
14 ชาที่แม่ท้องกินได้ คนท้องกินชาได้มั้ย กินชาอะไรได้บ้าง ห้ามกินชาอะไรบ้าง

คนท้องกินชาได้มั้ย กินชาอะไรได้บ้าง ห้ามกินชาอะไรบ้าง

สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ก็คือเรื่องอาหารการกิน รวมไปถึงเครื่องดื่มด้วย ทั้ง ๆ ที่รู้แหละ ว่าชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาแฟอีน มันไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่มันก็ต้องมีบ้าง กินพอหายอยาก คนท้องกินชาได้มั้ย เราจะพามาดู ชาที่แม่ท้องกินได้ กินปริมาณเท่าไหร่ถึงจะไม่อันตราย และชาต้องห้ามสำหรับคนท้อง มีอะไรบ้าง

มีอะไรอยู่ในใบชาบ้าง?

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจก่อน ว่ามีส่วนผสมอะไรอยู่ในใบชา ไม่ว่าจะเป็นชาดำ ชาขาว หรือชาเขียวที่วางขายทั่วไปตามท้องตลาด มักจะมีสารชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นั่นก็คือ Camellia sinensis (L.) Kuntze เพราะมันจะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย แถมยังฆ่าเชื้อได้อีก แต่ก็มีสารอีกชนิดหนึ่งชื่อว่า “สารแทนนิน” สารในกลุ่มโพลีฟีนอลตัวนี้แหละที่มันส่งผลต่อคนท้อง

สารแทนนินคืออะไร อันตรายไหม?

สารแทนนิน หรือสารฝาด จะพบในผักผลไม้ที่มีรสฝาด เป็นสารที่พบในใบชาแห้งถึงร้อยละ 20-30 ของน้ำหนัก เรื่องคุณค่าทางอาหารหรือประโยชน์ของสารตัวนี้น้อยมาก และส่วนประกอบของสารแทนนินบางชนิด อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้อีก เช่น มะเร็งในช่องปากผ่านการเคี้ยว มะเร็งทางเดินอาหาร และมะเร็งตับ ในทางกลับกัน มีงานวิจัยหลายชิ้นบอกว่า สารนี้ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ เพราะมันช่วยต้านก่ออนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง และช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้ด้วย

มาถึงตรงนี้คุณแม่คงงงว่า ตกลงแล้วมันดีหรือไม่ดีกันแน่ สรุปว่าสารนี้มีทั้งคุณและโทษ ต้องกินแบบพอดี หากกินมากไปก็จะเกิดภาวะเสี่ยงของโรค และยังเป็นตัวยับยั้งการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่บางชนิด เช่น วิตามินบี 12 และธาตุเหล็ก ลดการดูดซึมโปรตีน และกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายนั่นเองค่ะ

รวมชาที่แม่ท้องกินได้

  • ชาเย็น

สำหรับชาเย็นนั้น มีคาเฟอีนอยู่ ที่แม่ท้องกินมากไปก็ไม่ดี เพราะจะให้รู้สึกอึดอัด ท้องผูก อาหารไม่ย่อย ธาตุเหล็กในตัวแม่ ๆ ก็จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ถ้าหากอยากกินจริง ๆ ให้ควบคุมปริมาณ อย่าเกินวันละ 2 แก้ว หรือจำกัดปริมาณคาเฟอีนให้ไม่เกิน 100-200 มิลลิกรัมต่อวันค่ะ

  • ชาดำเย็น

ชาดำเย็น คล้าย ๆ กรณีของชาเย็นเลยค่ะ ให้ระวังเรื่องของปริมาณคาเฟอีน สามารถกินได้แต่น้อย ถ้าที่ร้านมีแก้วเล็ก ให้เลือกแก้วเล็ก นอกจากนั้นต้องระวังเรื่องน้ำตาล และภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ด้วย

  • ชานมไข่มุก

แม่คนไหนติดชานมไข่มุก เราอยากให้จำกัดปริมาณแทน เพราะอันนี้หนักกว่าชาธรรมดา ยังมีแคลอรีจากไข่มุกด้วย การกินชาไข่มุกแก้วนึง เทียบกับข้าว 4 ทัพพีเลยนะ แต่มันดันไม่มีประโยชน์ มีแต่น้ำตาลนี่สิ ดังนั้นกินได้ แต่กินแต่น้อย อาทิตย์ละแก้ว พอหายอยาก

  • ชาเขียว

ชาเขียว ในแง่ของคาเฟอีนนั้น ไม่ใช่ไม่มีเลยนะคะ เพียงแต่ปริมาณต่อ 1 ถ้วยอยู่ที่ประมาณ 10-50 มิลลิกรัมเท่านั้น ถ้าเทียบแล้วแตกต่างกับกาแฟลิบลับ ดังนั้น ชาเขียวจึงไม่ใช่ข้อห้าม สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพียงแต่ไม่ควรดื่มบ่อยเกินไปเท่านั้นเอง ส่วนสำหรับพวกชาเขียวสำเร็จรูป ที่ไม่ใช่ชาเขียวชง อย่างเช่น โออิชิ อิชิตัน อันนั้นควรดื่มแต่น้อย และระวังเรื่องน้ำตาลค่ะ

  • ชาขิง

ชาขิง ถือเป็นหนึ่งในชาสมุนไพร แม้จะไม่มีคาเฟอีน แต่ก็ต้องระวัง ไม่ใช่ว่าทุกชาสมุนไพรจะสามารถดื่มได้หมด แต่ในส่วนของชาขิงนั้น ถือว่าปลอดภัยค่ะ ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้อง แก้คลื่นไส้อาเจียนได้

  • ชาตะไคร้

ชาตะไคร้ ก็นับว่าเป็นสมุนไพรไทยเช่นเดียวกัน สามารถดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพได้ ช่วยย่อยอาหาร แก้วิงเวียนได้ดี

  • ชาใบเตย

ด้วยกลิ่นหอมของใบเตย จะทำให้ผู้ดื่มรู้สึกสดชื่น ชาใบเตย แม่ท้องสามารถชงดื่มได้เลยค่ะ ช่วยคลายร้อน หอมชื่นใจ และลดน้ำตาลในเลือดได้

  • ชามะตูม

แม่ ๆ คนไหน อยากดื่มน้ำหวาน ๆ แต่กำลังเลี่ยงพวกน้ำอัดลมอยู่ เราขอแนะนำชามะตูมเลย เพราะมะตูมเป็นผลไม้ที่มีความหวานในตัว ทำให้ไม่ต้องใส่น้ำตาลเพิ่มมากนัก อร่อย ชุ่มคอ มีกลิ่นหอมหวาน บำรุงธาตุ แก้ร้อนใน และกระตุ้นให้เจริญอาหารมากขึ้นด้วย

  • ชาโป๊ยกั๊ก

บางคนอาจจะไม่คุ้นนัก จริง ๆ มันเป็นเครื่องเทศที่ใส่ในผงพะโล้ แล้วก็มีเอามาทำเป็นชาด้วย ช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง อาเจียน และปรับการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ

  • ชาเปปเปอร์มินต์

ใครชอบกลิ่นหอมสดชื่นของมินต์ ลองดื่มชาเปปเปอร์มินต์ดูค่ะ มีคุณสมบัติช่วยเร่งการย่อยอาหารให้เร็วขึ้น ทำให้เรารู้สึกกระฉับกระเฉง สดชื่นขึ้น

  • ชากุหลาบ

ชากุหลาบ หรือพวกชาโรสฮิป (กุหลาบป่า) เป็นสมุนไพรที่มีวิติมินและแร่ธาตุเยอะเลย ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนเลือด บรรเทาอาการท้องผูก ลดการอักเสบของผิว แถมยังมี วิตามิน A, B3, C, D และ E ที่ช่วยดูแลผิวพรรณของแม่ ๆ ด้วย

  • ชาเปลือกส้ม

ส้มเป็นผลไม้ที่วิตามินซีสูง ดีต่อแม่ท้องอยู่แล้ว สำหรับชาเปลือกส้ม จะช่วยย่อยอาหาร ทำให้ผ่อนคลาย ช่วยลดกรดในท้องได้ แถมยังแก้อาการเบื่ออาการได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

  • ชามะนาว

สำหรับชามะนาวนั้น แนะนำให้เป็นมะนาวสด จะได้ประโยชน์ที่สุดค่ะ ผสมกับน้ำผึ้งหอมหวาน แทนน้ำตาล คุณแม่จะได้รับวิตามินซีแบบเต็ม ๆ ดับกระหายได้ดี แถมยังสดชื่น แก้อาการแพ้ท้องได้ ส่วนพวกชามะนาวขวด ที่เป็นเครื่องดื่มสกัด อันนั้นจะน้ำตาลเยอะ หากเลี่ยงได้ ทานชามะนาวสดดีกว่า

  • ชาใบราสเบอร์รี่

มีหลายคนอาจเคยได้ยินว่า ชาใบราสเบอร์รี่ เป็นยาชูกำลัง ช่วยบำรุงมดลูกระหว่างตั้งครรภ์ จริงอยู่ที่ชาใบราสเบอร์รี่ มีสารที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้มดลูกแข็งแรง การดื่มชาใบราสเบอร์รี่จะช่วยให้คลอดธรรมชาติง่ายขึ้น

แต่ข้อควรระวังคือ ช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ไม่ควรดื่มค่ะ อาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ เวลาที่เหมาะสมคือตั้งแต่สัปดาห์ที่ 37 ไปแล้ว และอาจจะปรึกษาแพทย์ก่อนดื่ม เพื่อความชัวร์

คนท้องห้ามดื่ม ชาดอกคำฝอย

ชาดอกคำฝอย มีสรรพคุณมากมาย เช่น ช่วยบำรุงระบบประสาท ลดความเครียด ช่วยบำรุงหัวใจ บรรเทาอาการโรคหัวใจ และหลอดเลือด ลดไขมันในเส้นเลือด ทำให้โลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น ป้องกันอาการโรคความดันโลหิตสูง แก้หวัด คัดจมูก ขับเสมหะ และสามารถแก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติได้

จากสรรพคุณทั่วไป อาจจะดูว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่สรรพคุณในเรื่องแก้ประจำเดือนมาไม่ปรกติ คือ การขับเลือดนั่นเอง เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์สามารถทำให้มดลูกเกิดการบีบตัว ถือเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับแม่ตั้งครรภ์ จึงเป็นเครื่องดื่มที่แม่ท้องควรหลีกเลี่ยง

จริง ๆ แล้ว เครื่องดื่มสำหรับแม่ท้อง ทางที่ดีไม่ควรมีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ แม้จะไม่ได้เป็นข้อห้าม แต่ก็เพื่อความปลอดภัยต่อแม่ท้องและทารกในครรภ์ สำหรับแม่ที่อยากดื่มชา ก็ควรเลือกประเภท และดื่มแต่น้อย อาจจะหันมาทำสมูทตี้ผลไม้อร่อย ๆ ดื่มดับกระหายแทนก็ได้นะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

น้ำแข็งไม่สะอาด น้ำแข็งปนเปื้อน อันตรายแม่ท้อง เด็กเล็ก แค่กินผลไม้แช่ในน้ำแข็งก็ป่วยได้

ไขข้อข้องใจ คนท้องกินลูกไหนได้ไหม ผลไม้แบบไหนที่คนท้องไม่ควรทาน

คนท้องปวดท้องน้อย ปวดอุ้งเชิงกราน ปวดจี๊ดๆ แบบหน่วงๆ จะเป็นอันตรายไหม

บทความน่าสนใจอื่นๆ

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง